วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
9 มี.ค. 2557 05:00 น.
10 ปีมหานครอวอร์ดส์

10 ปีมหานครอวอร์ดส์

โดย ซูม
9 มี.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

ซอกแซกสัปดาห์นี้ ขออนุญาตบันทึกไว้เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่เพลงลูกทุ่งไทยที่เพิ่งจะมีการประกาศยกย่องมอบรางวัลกันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ที่เรียกกันว่ารางวัล “มหานครอวอร์ดส์” จัดขึ้นโดยรายการ “ลูกทุ่งมหานคร” ของสถานีวิทยุ อสมท เอฟเอ็ม 95 ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่ 10 ของการมอบรางวัลนี้ คณะผู้จัดจึงเรียกชื่องานมอบรางวัลเป็นกรณีพิเศษว่า งาน “1 ทศวรรษมหานครอวอร์ดส์” และก็สมกับเป็นปีพิเศษอย่างแท้จริง เมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัล “รางวัลเกียรติยศ พระราชทาน ลูกทุ่งมหานคร” เพิ่มเติมอีก 1 รางวัล เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นขวัญและเป็นพลังใจแก่เพลงลูกทุ่ง

ซึ่งคณะกรรมการก็มีมติเป็นเอกฉันท์มอบให้แก่ ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง อายุ 75 ปี 6 เดือน ผู้มีผลงานเพลงลูกทุ่งอันเป็นอมตะมากมายในอดีต  เป็นผู้ได้รับรางวัลพระราชทานอันทรงเกียรตินี้เป็นรายแรก

สำหรับรางวัลอื่นๆที่มีการมอบนั้น มีถึง 15 รางวัล ซึ่งก็ได้มีการรายงานข่าวโดยละเอียดไปแล้ว ทีมงานซอกแซกขออนุญาตไม่นำมาเขียน ถึงในวันนี้ นอกเสียจากการแสดงความยินดีอย่างจริงใจแก่ทุกๆเพลงและทุกๆนักร้อง ตลอดจนค่าย เพลงต่างๆที่ได้รับรางวัลอีกครั้งหนึ่ง

แต่ที่จะหยิบยกมากล่าวถึงเป็นการเฉพาะนั้น จะเป็นผลงานของนักร้องรวม 3 ราย ที่ทีมงานซอกแซกเห็นว่ามีส่วนสำคัญในการเผยแพร่เพลงลูกทุ่งให้เป็นที่ยอมรับของคนไทยในทุกๆกลุ่ม รวมทั้งมีส่วนสำคัญยิ่งในการหล่อหลอมความรักความเข้าใจของคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

นั่นก็คือจะขอกล่าวถึง 3 นักร้องลูกทุ่งจากอีสาน ไผ่ พงศธร, ต่าย อรทัย และ หญิงลี ศรีจุมพล ที่ได้รับรางวัลคนละหลายๆรางวัล

โดยขอเริ่มจาก ไผ่ พงศธร ที่มีชื่อจริงว่า ประยูร ศรีจันทร์ เกิดที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งได้รับรางวัลศิลปินลูกทุ่งชายยอดเยี่ยม จากอัลบั้มชุด “ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง” ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

เพลงของ ไผ่ พงศธร ส่วนใหญ่จะสะท้อนวัฒนธรรมอีสาน และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานที่ต้องอพยพเดินทางอยู่ตลอด อันสืบเนื่องมาจากความแร้นแค้นที่บ้านเกิด
สำหรับเพลงเก่าๆของไผ่ที่ทีมงานชื่นชอบที่สุดได้แก่เพลง “คนบ้านเดียวกัน” ที่เป็นเพลงสนุกสนานให้กำลังใจและหลอมใจชาวอีสาน ที่มาประกอบอาชีพในตัวเมือง ให้มีความเป็นหนึ่ง และมีพลังในการต่อสู้งานหนักต่างๆ

มาที่ ต่าย อรทัย หรือในชื่อจริง อรทัย ดาบคำ สาว อำเภอนาจะหลวย จังหวัด อุบลราชธานี ซึ่งมีฉายาว่า “สาวดอกหญ้า” เพราะมีชื่อเสียงจากเพลงชุด “ดอกหญ้าในป่าปูน” ที่สามารถ ขายได้ถึง 1 ล้านตลับ ทั้งๆ ที่เป็นอัลบั้มแรก

ในการประกาศรางวัลครั้งนี้ ต่าย อรทัย ได้รับรางวัลศิลปินเพลงลูกทุ่งยอดนิยมหญิง จากอัลบั้ม “ภาษารัก จากดอกหญ้า” ชุดที่ 2 และยังได้รับรางวัลเพลงลูกทุ่งฮิตเก่าทำใหม่ยอดนิยม จากเพลง “เต็มใจให้” ของ ศุ บุญเลี้ยง

ทีมงานซอกแซกเคยเขียนชื่นชมต่าย อรทัย ไว้แล้ว ในฐานะนักร้องลูกทุ่งสร้างสรรค์เมื่อหลายปีก่อน โดยกล่าวถึงเพลงเด่นของเธอที่เน้นการต่อสู้ และให้กำลังใจแก่สาวดอกหญ้าชาวภูธรทั้งหลาย รวมทั้งตัวเธอเองที่มาสู้งานสู้ชีวิตในกรุงเทพมหานคร

สุดท้ายก็มาถึง หญิงลี ศรีจุมพล (ชื่อจริง ธิดารัตน์ ศรีจุมพล เกิดที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์) นักร้องสไตล์อีสานอีกคนที่ได้รับถึง 3 รางวัล ทั้งประเภทลูกทุ่งหน้าใหม่ ลูกทุ่งยอดนิยม และเพลงฮิตมาราธอน

เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” เพลงเดียวส่งผลให้เธอดังเป็นพลุแตกและกวาดรางวัลมาได้ถึง 3 รางวัลดังกล่าว

จากการตรวจสอบยอดการเข้าชมเพลงนี้ที่จีเอ็มเอ็มแกรมมี่โพสต์ไว้ในยูทูบ มีจำนวนผู้เข้าชม ขณะนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ 94,114,994 วิว หรือ 94 ล้าน 1 แสนกว่าวิวเศษ ต้องยกให้ว่าฮิตระเบิดและฮิตมาราธอนสมรางวัลจริงๆ

เป็นการบ่งบอกว่าเพลงสนุกสนานสะท้อนเปรียบเทียบและล้อชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่จมอยู่กับระบบไฮเทคของโทรศัพท์มือถือของเธอได้รับการเปิดฟังจากแฟนเพลงหลายๆกลุ่มพร้อมกัน

นี่คือความสำเร็จของเพลงลูกทุ่งที่หล่อหลอมคนไทยเข้าด้วยกัน ให้หันมายอมรับและฟังเพลงลูกทุ่งควบคู่ไปกับการรับฟังเพลง ที่แต่ละกลุ่มมีความนิยมเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว

นับเป็นวิวัฒนาการของเพลงลูกทุ่ง ซึ่งแต่เดิมเคยถูกแบ่งแยก เคยถูกปฏิเสธจากอีกสังคมหนึ่ง แต่ก็ค่อยๆปรับตัวเอง ปรับลีลาต่างๆจนได้รับการยอมรับของทุกสังคมในที่สุด

นับแต่มหกรรม “กึ่งศตวรรษลูกทุ่ง” ที่มีการจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2532 ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการยอมรับเพลงลูกทุ่งอย่างเป็นทางการและอย่างอบอุ่นเป็นครั้งแรกของคนไทยทั้งประเทศ ณ เวทีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มาจนบัดนี้ 2557 เป็นเวลา 25 ปีเต็มๆ หรือถ้ารวมเข้าด้วยกันทั้งหมดโดยนับจากจุดกำเนิดของเพลงลูกทุ่งก็จะเป็นระยะเวลา “75 ปี” พอดิบพอดี

ต้องขอขอบคุณศิลปินเพลงลูกทุ่งและครูเพลงลูกทุ่งทุกท่าน ที่ช่วยกันพัฒนาเพลงลูกทุ่งจนกลืนเข้ากับสังคมไทยทุกกลุ่มทุกชนชั้น จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
จากที่เคยมีระบบเพลง 2 ตลาดหรือตลาดบน-ตลาดล่าง  แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน  ค่อยๆโน้มเข้าหากันเป็นตลาดเดียวในที่สุด

น่าเสียดายที่ “การพัฒนาการเมือง” ของประเทศไทยกลับไม่เป็นเช่นนี้เลย...แถมยังไปในทางตรงข้ามโดยสิ้นเชิง

จากการเมืองที่ดูเหมือนเป็นตลาดเดียวกันมาก่อนในอดีต กลับค่อยๆแตกออกเป็น 2 ตลาดอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในปัจจุบัน

กลายเป็นตลาดล่าง ตลาดบน “2 นครา” แบ่งแยกและทะเลาะกันวุ่นวายอยู่ในขณะนี้... ทั้งๆที่เป็น “คนบ้านเดียวกัน” และประเทศเดียวกันแท้ๆ.


“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้