วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยึดไครเมีย เกมเดิมพันการเมือง

ยื่นเงื่อนไข?-นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ยืนสนทนาอย่างเคร่งเครียดกับนายฟรองซัวร์ โอลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ก่อนหน้าการประชุมที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 มี.ค.

นับตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ที่รัสเซียส่งกองทัพยาตราเข้าไปในคาบสมุทรไครเมีย ทางภาคใต้ของยูเครน ก็ส่งผลให้เกิดคำถามขึ้นไปทั่วโลก ว่ามีสิทธิหรือไม่ที่เหตุจะบานปลายกลายเป็น “สงคราม”

ในรูปการณ์ตอนนี้ ถือว่าเป็นอะไรที่ตอบยาก เพราะถึงแม้สถานการณ์ในพื้นที่จะค่อนข้างเปราะบาง มีการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มทหารรัสเซียและยูเครนอยู่หลายครั้ง ซึ่งล่าสุดคือกรณีที่ทหารยูเครนรวมตัวกันเข้าไปยั่วยุบริเวณฐานทัพอากาศ โดยเดินดุ่มๆเข้าไปหาแนวปืนของทหารรัสเซียที่อยู่ในท่าพร้อมยิง ทั้งยิงขู่ขึ้นฟ้า กระนั้นถ้าเบื้องบนไม่สั่งมาให้ทำการรบเต็มที่ สงครามก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม มันก็มีตัวอย่างไม่คาดฝันให้เห็นมาก่อนแล้วกับกรณีสงครามจอร์เจีย ในปี 2551 ที่รัสเซียได้ส่งกองทัพเข้าไปในแคว้น “โอเซเทีย” และรบพุ่งกับกองทัพจอร์เจียอยู่ 5 วัน

ณ เพลานั้น สถานการณ์ก็มีทั้งคล้ายและต่างกับวิกฤตการณ์ไครเมีย โดยเริ่มมาจากแคว้นโอเซเทียทางตอนเหนือของจอร์เจีย อยากที่จะแยกดินแดนมาอยู่กับรัสเซีย ซึ่งเหตุผลหนึ่งในนั้นก็คือชาวบ้านในพื้นที่เป็นเชื้อชาติรัสเซียเยอะ ประกอบกับรู้สึกไม่พอใจที่รัฐบาลจอร์เจียจะไปเข้าร่วมกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลน-ติกเหนือ (นาโต) ทั้งรัฐบาลยังจัดลงประชามติเรื่องนาโตโดยมิได้ให้โอเซเทียเข้าร่วม

จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มตึงเครียด มีรายงานเครื่องบินรบรัสเซียยิงเครื่องบินไร้คนของจอร์เจีย  ทั้ง  2  ฝ่ายสะสมกำลังบริเวณพรมแดน ตามด้วยการปะทะกันประปราย มีการสร้างป้อมค่ายตั้งรับตามเมือง หมู่บ้านต่างๆ จนท้ายสุดกองทัพจอร์เจียทนไม่ไหวได้เปิดฉากการรุกครั้งใหญ่เข้าไปในโอเซเทียใต้ สร้างเงื่อนไขให้กองทัพรัสเซียส่งกองทัพเข้าไปอย่างเต็มรูปแบบ

แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็ใช้เวลาสะสมบ่มเพาะกว่า 5 เดือน กว่าสถานการณ์จะบานปลาย ดังนั้น หากเทียบกับกรณีไครเมียที่สถานการณ์เพิ่งเริ่มไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็คงพอจะเข้าใจว่ามันยังตอบอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมีความเป็นไปได้หมด

กระนั้นสิ่งที่พอจะหาแนวทาง หาคำตอบได้ ก็คือคำถามที่ว่าทำไมรัสเซียถึงต้องส่งทหารนับหมื่นนายเข้าไปในคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งแน่นอนนอกจากประเด็นที่ว่า 1.ไครเมียเป็นดินแดนเก่าแก่ที่รัสเซียเคยสู้รบแย่งชิงมา 2.รัสเซียมีฐานทัพอยู่ในเมืองท่าเซวาสโตโปล 3.คนเชื้อชาติรัสเซีย พูดภาษารัสเซียเป็นประชากรส่วนใหญ่ในไครเมีย ทั้งเป็นหนึ่งในพื้นที่ฐานเสียงสำคัญของนายวิคเตอร์ ยานูโควิช อดีตประธานาธิบดียูเครน เด็กในอาณัติรัสเซีย และ 4.รัฐบาลท้องถิ่นไครเมียมีจุดยืนแยกดินแดนมาอยู่กับรัสเซียอย่างชัดเจน มันก็ยังมีสาเหตุอื่นๆอีกที่พอจะเป็นคำตอบได้ว่าเข้าไปเพราะเหตุใด

ประการที่แน่นอนเลยคือประเด็นทาง
การเมือง นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่มีบทบาทแข็งกร้าวในเวทีโลก คงมิยอมเด็ดขาดที่จะปล่อยให้ยูเครนที่ตนเองชักใยมานานหลุดมือไปอยู่กับตะวันตก จากกรณีที่นายยานูโควิชอดีตผู้นำสายโปรรัสเซียถูกขับไล่ลงจากอำนาจ ดังนั้น การส่งกำลังเข้าไครเมียก็คือการกดดันเพื่อให้เปิดการเจรจา เพราะนายปูตินคงรู้อยู่แก่ใจว่า ไม่มีใครหรอกที่กล้าจะเปิดศึกซึ่งๆหน้ากับกองทัพรัสเซียอันเกรียงไกร

รัฐบาลสหรัฐฯย่อมไม่เคลื่อนไหวกำลังทหารเป็นแน่แท้ เพราะนักการเมืองกลัวที่จะเสียคะแนนนิยมจากประชาชนที่เบื่อหน่ายสงคราม ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจก็อยู่ในสภาพย่ำแย่ มีปัญหาภายในต้องเคลียร์ทั้งเรื่องงบประมาณและโครงการประกันสุขภาพ ส่วนบรรดาชาติยุโรปก็คงไม่มีใครกล้างัดหากอเมริกานิ่ง

อย่างวันก่อน นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ก็แสดงท่าทีชัดเจนต้องการให้รัฐบาลยูเครนจัดตั้งรัฐบาลร่วมตามข้อตกลงที่นายยานูโควิชลงนามกับแกนนำผู้ประท้วง ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะได้มีนักการเมืองสายโปรรัสเซียอยู่ในรัฐบาล มิใช่อย่างรัฐบาลชั่วคราวตอนนี้ ที่รัฐมนตรีเป็นสายโปรยุโรปเสียหมด

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนยังกล่าวว่า รัสเซียยังจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ในยูเครน ทั้งการใช้ท่อส่งของยูเครนลำเลียงก๊าซไปขายให้ยุโรป หรือบรรดาอุตสาหกรรมอาวุธของยูเครนที่ต้องพึ่งพาแร่ธาตุทรัพยากรส่วนใหญ่จากรัสเซีย

รวมไปถึงเหตุผลทางการเมืองภายในของรัสเซียเอง จากกรณีการประท้วงประปราย คะแนนนิยมผู้นำถดถอย ไปจนถึงเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าเงินรูเบิลอ่อนตัวต่อเนื่อง หนทางเบื้องต้นที่เป็นไปได้คือการเบี่ยงความสนใจประชาชนไปที่จุดอื่น ซึ่งการแสดงความแข็งกร้าวทางการทหารก็เคยใช้ได้ผลมาแล้ว

งานนี้ต้องจับตากันต่อครับว่าจะเป็นเช่นไร จุดสำคัญคือวันที่ 16 มี.ค. นี้ รัฐบาลไครเมียจะลงประชามติว่าประชาชนสนใจจะไปอยู่กับรัสเซีย หรืออยู่เป็นส่วนหนึ่งของยูเครนเหมือนเดิม ตอนนั้นแหละคือเวลาที่หมากบนกระดานจะเดินเกมต่อ.


วีรพจน์ อินทรพันธ์

8 มี.ค. 2557 07:44 ไทยรัฐ