วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถาวรยื่นศาลรธน. ให้ชี้ขาด รัฐบาลสิ้นสภาพ


เปิดช่องเข้าม.7 นายกฯคนกลาง ‘ถวิล’ได้คืนเก้าอี้

กกต.ฟันธงไม่จัดเลือกตัง ส.ส.พร้อม ส.ว. “ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส” ได้กาบัตร 5 เม.ย.ลงคะแนนทดแทน “ชุมพร-สตูล-นครศรีฯ-ภูเก็ต-ระนอง-พังงา” ยกยอดไป 27 เม.ย. ส่วน 28 เขต ไร้ผู้สมัครค้างเติ่งรอคำตัดสินศาล รธน. ผู้ตรวจการแผ่นดินแจงชงตีความเข้าคูหา 2 ก.พ.เป็นโมฆะ คำร้องมีมูลกระบวนจัดเลือกตั้งไม่ชอบด้วย รธน. กปปส.ซ้ำดาบสอง “ถาวร” มอบทนายความร้องชี้ขาดรัฐบาลรักษาการสิ้นสภาพ เปิดทาง ม.7 ดันนายกฯคนกลาง “ยิ่งลักษณ์” ดักคอองค์กรอิสระวินิจฉัยให้เป็นธรรม พท.ฉะสาวกม็อบนกหวีดรับลูกเร่งปิดเกมโค่นรัฐบาล แก้ลำยื่นถอดถอน “6 ตุลาการศาล รธน.-วิชา มหาคุณ” ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้นายกฯคืนตำแหน่ง  “ถวิล”  ใน 45 วัน เจ้าตัวไม่คิดฟ้องแพ่ง สอนเชิง “ปู” เลิกเสียทีระบบเล่นพรรคเล่นพวก

กรณี กกต.จัดการประชุมร่วมกับตัวแทนพรรคการเมือง และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้ข้อสรุปจะไม่มีการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.พร้อมการเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค. ส่วนการเลือกตั้งทดแทน 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส จัดลงคะแนนได้ในวันที่ 5 เม.ย. ขณะที่ 6 จังหวัดได้แก่ ชุมพร สตูล นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ระนอง และพังงา ลงคะแนนได้วันที่ 27 เม.ย. ขณะที่ใน 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร ส.ส.ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

กกต.ถกเลือกตั้ง 14 จว.ภาคใต้

ที่โรงแรมเซ็นทารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 มี.ค. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เชิญตัวแทนพรรคการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังชล และ ผวจ. 14 จังหวัดภาคใต้ มาประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาทางออกในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงกรณีปัญหาที่ไม่มีผู้สมัคร 28 เขต โดยมีกลุ่ม กปปส.สงขลา มารวมตัวเป่านกหวีดหน้าโรงแรมยืนยันหาก กกต.ยังคงเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ มวลชน กปปส.ก็จะนัดรวมตัวคัดค้านในทุกรูปแบบ

ผู้ว่าฯชุมพรวอล์กเอาต์ฉุน กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุม กกต.ได้สอบถามว่าแต่ละจังหวัดจัดการเลือกตั้งได้หรือไม่ ปรากฏว่านายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ชุมพร ได้ลุกขึ้นกล่าวถึงปัญหาในพื้นที่ เพราะมีมวลชน กปปส. เข้ามาขัดขวางการเลือกตั้งพร้อมกับแสดงความไม่พอใจการทำงานของ กกต.ที่ไม่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้ลุล่วงได้ ทำให้ กกต.รีบตัดบทว่าให้ตอบแค่ว่าจัดการเลือกตั้งได้หรือไม่ได้ ทำให้นายพีระศักดิ์ไม่พอใจเดินออกจากห้องประชุมทันที

ไม่กาบัตรควบ ส.ส. ส.ว. 28 เขต รอศาล รธน.

ภายหลังประชุม นายศุภชัยแถลงว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุป 5 ข้อคือ 1.ผวจ.ทุกจังหวัดและหน่วยงานราชการทุกหน่วยยืนยันถึงความพร้อมสนับสนุน กกต. เพื่อจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ 2.ที่ประชุมประเมินสถานการณ์ว่า หากจะจัดการเลือกตั้ง ส.ส.พร้อมเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค.จะเป็นการไม่เหมาะสม 3.ที่ประชุมเห็นว่าการจัดการเลือกตั้งในส่วนที่เสียไปของวันที่ 2 ก.พ. จัดการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ได้พร้อมกัน 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในวันที่ 5 เม.ย. 4.การจัดการเลือกตั้งในส่วนที่เสียไปของวันที่ 26 ม.ค.และวันที่ 2 ก.พ.ใน 6 จังหวัดภาคใต้ คือชุมพร สตูล นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ระนอง และพังงา จัดการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ได้ในวันที่ 27 เม.ย. และ 5.สำหรับ 28 เขตจังหวัดที่ยังไม่สามารถรับสมัครได้ ต้องรอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ผลการประชุมในครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นไม่ถือเป็นมติ และจะนำความเห็นเสนอ กกต.วันที่ 11 มี.ค.เพื่อมีมติต่อไป

ผู้ตรวจฯแจงชงตีความ ลต.โมฆะ

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงถึงผลคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อ.ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการฯ กรณีการออกประกาศและการดำเนินการต่างๆ ของ กกต. มีผลทำให้การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการจัดการเลือกตั้งที่มิได้ดำเนินการเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ขัดกับหลักความเสมอภาค และเป็นไปโดยไม่ให้โอกาสที่ทัดเทียมกันของผู้สมัครและพรรคการเมือง และทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในระหว่างผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 108 และ 30 นั้น

สั่งเพิกถอน-จัดเลือกตั้งใหม่

นายรักษเกชากล่าวว่า ผู้ตรวจการฯได้หารือและเห็นชอบร่วมกันแล้วว่ามีอำนาจเพียงพอที่จะรับเรื่องไว้วินิจฉัยได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 244 (1) (ค) และ มาตรา 245 (1) ที่สามารถตรวจสอบการดำเนินการของสำนักงาน กกต. เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้ตรวจการฯพิจารณาแล้วมีมติเอกฉันท์และเห็นว่าควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภา ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กระบวนการจัดการเลือกตั้งต่างๆ ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญ มีมูลใน 5 ประเด็นทั้งกรณีปัญหายังไม่มีผู้สมัครใน 28 เขตเลือกตั้ง ที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 กรณีความเสมอภาคในการจับหมายเลขผู้สมัคร และกรณีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระหว่างจัดการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ขอให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 ก.พ. และให้มีการดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปขึ้นใหม่ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยสำนักงานผู้ตรวจการฯ ได้ส่งเรื่องให้ศาลแล้ว

กปปส.ร้องเคาะช่องตั้งนายกฯคนกลาง

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายชัยยุทธ ชาญณรงค์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ช่องทางการบริหารประเทศ กรณีที่รัฐบาลไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ภายใน 30 วัน หลังจากมีการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ที่ระบุว่า จะต้องเปิดสภาหลังจากการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง เพื่อให้เปิดสภาเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่ารัฐบาลรักษาการ ยังไม่สามารถเปิดสภาได้ และไม่สามารถเลือกนายกฯได้ จะถือว่าสิ้นสภาพลงหรือไม่ อีกทั้งมาตรา 181 คือ รัฐบาลมีสภาพในการดำเนินงานในขอบเขตที่จำกัดตามเงื่อนของกฎหมาย จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้เพื่อเปิดช่องให้นำมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญมาใช้โดยมีนายกฯคนกลาง

ปัดวุ่น กปปส.-ศาล รธน.ผนึกโค่น รบ.

เมื่อถามว่า การขอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้แบบนี้ จะทำให้หลายฝ่ายมองว่า ศาลรัฐธรรมนูญ และกปปส.ร่วมมือกันล้มรัฐบาลหรือไม่ นายชัยยุทธกล่าวว่า อย่าไปมองเช่นนั้น และขณะนี้ยังไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาภายใต้ข้อกฎหมายที่มีอยู่

“ปู” ดักคอองค์กรอิสระต้องยุติธรรม

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะว่า คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลให้ความร่วมมือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เป็นแม่งานหลักจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า มองว่าเวลานี้กำลังถูกองค์กรอิสระเล่นงาน เพื่อล้มรัฐบาลหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้ หวังแต่ว่าทุกฝ่ายจะไม่มุ่งมั่นในธงตัวเอง แต่มุ่งมั่นให้ประเทศมีทางออก ทุกฝ่ายที่อำนวยความยุติธรรมต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย หากทุกองค์กรให้ความยุติธรรมตอบโจทย์สังคมได้ แก้ปัญหาให้บ้านเมืองเดินได้จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์  วันนี้เราหาทางออกของประเทศยาก ถ้ามีผู้ที่สามารถที่จะทำให้ทางออกของประเทศมีความคลี่คลายในทางที่สงบและสันติจะเกิดประโยชน์ โดยรวม เมื่อถามว่า มองว่า กกต.ทำหน้าที่ตัวเองเต็มที่หรือยัง  นายกฯตอบว่า  ประชาชนคงทราบอยู่ ก็คงต้องดูกัน ก็หวังว่าหลังจากนี้ทุกฝ่ายจะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือ กกต. และต้องขอร้องผู้ชุมนุมด้วย เพราะการไม่ให้มีการเลือกตั้งก็เท่ากับว่าเราไม่สามารถให้ประเทศไทยเดินตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย

“ปุ้ม” ย้ำ ครม.อยู่ถึงแตะมือ ครม.ใหม่

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีมีบุคคลบางกลุ่มระบุว่า ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพราะไม่สามารถเรียกประชุมสภาฯภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งและทำให้ไม่มีสภาฯเสนอชื่อนายกฯคนใหม่ได้ภายใน 30 วันนับแต่มีการเรียกประชุมสภาฯ ครั้งแรก เรื่องนี้รัฐธรรมนูญกำหนดกรอบเวลาไว้ตั้งแต่กระบวนการเลือกตั้ง เชื่อมโยงการเปิดประชุมสภาฯนัดแรก กระบวนการสรรหานายกฯคนใหม่ เพื่อเร่งรัดให้ดำเนินการโดยไม่ชักช้า แต่ไม่ได้กำหนดบทบังคับว่าหากไม่ได้ดำเนินการภายในเวลาใดเวลาหนึ่งข้างต้นแล้วผลจะเป็นเช่นไร ดังนั้น เมื่อไม่สามารถดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าวได้ รัฐ– ธรรมนูญมาตรา 181 กำหนดไว้ชัดเจนให้ ครม.ที่พ้นตำแหน่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่า ครม.ที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

พท.ยก ม.181–ม.93 วรรค 6 ต่อสู้

ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ให้ทีมกฎหมายไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลรักษาการหลังครบ 30 วันตามแต่ยังไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกได้ว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าอายุรัฐบาลยังไม่หมด จะนำรัฐธรรมนูญมาตรา 127 เพียงมาตราเดียวมากำหนดไม่ได้ เพราะมาตรา 127 ใช้ในกรณีเหตุการณ์ปกติ แต่ขณะนี้ไม่ปกติ มีการขัดขวางการเลือกตั้ง รัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 93 วรรค 6 ระบุไว้

นอกจากนี้มาตรา 181 ยังระบุชัดเจนว่า นายกฯ และรัฐมนตรีต้องรักษาการจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่อีกด้วย ไม่อยากให้ กปปส.พยายามหาวิธีล้มรัฐบาลโดยทำตัวเป็นศรีธนญชัย ตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง ต้องดูว่าใครเป็นสาเหตุ อย่าสร้างบรรทัดฐานที่เลวร้ายให้สังคม

อัดสาวกนกหวีดรับลูกล้มรัฐบาล

นายพร้อมพงศ์กล่าวถึง ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยการเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ คนร้องน่าจะมีนัยพิเศษ แต่ใช้สิทธิโดยสุจริตหรือไม่ เพราะคำร้องทั้ง 5 ข้อเป็นผลพวงของการขัดขวางการเลือกตั้งโดย กปปส. แทนที่จะกล่าวโทษคนที่เป็นต้นเหตุ กลับร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ผู้ตรวจการแผ่นดินเปรียบเหมือนมีใบอนุญาตขายยา แต่กลับทำเป็นร้านโชว์ห่วย ยื่นร้องเรื่องไม่เป็นเรื่อง เหมือนเป็นแนวร่วมกับ กปปส.ใช่หรือไม่ ผู้ตรวจการฯต้องเป็นองค์กรอิสระที่ให้ความเป็นธรรม หาทางออกให้สังคม แต่กลับซ้ำเติมปัญหา ขอให้ดำเนินการทางกฎหมายกับ กปปส.ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง จะมีประโยชน์มากกว่า

เด็ก พท.ร้องค้านคำร้อง กกต.

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายทนายเสือธนพล สุขปาน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร นายสิงห์ทอง บัวชุม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ใน 28 เขตภาคใต้ ที่ไม่มีผู้สมัคร เข้ายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านคำร้องของ กกต.ที่ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย กรณีการออก พ.ร.ฎ. เพื่อแก้ปัญหาการเลือกตั้งใน 28 เขตภาคใต้ เนื่องจากเห็นว่าไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ฎ.ใหม่  เพราะ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งยังมีผลบังคับใช้อยู่ และการจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งมีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งใดที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สำเร็จได้ โดยไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องมายังศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง และมีคำสั่งให้ กกต.ออกประกาศหรือระเบียบรับสมัครผู้สมัคร ส.ส.ที่แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานหรือตรวจและรับรองคุณสมบัติของผู้สมัคร พร้อมทั้งกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขตทั้ง 28 เขตเลือกตั้ง ที่ไม่สามารถจัดให้ลงคะแนนได้โดยเร็วที่สุด

แก้ลำยื่นสอย 6 ตุลาการ รธน.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา กลุ่มผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย นำโดยนายสุนัย จุลพงศธร นพ.ทศพร เสรีรักษ์ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล เข้าแสดงตนต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชน 2 หมื่นรายชื่อ ยื่นถอดถอน 6 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 และมาตรา 274 โดยนายสุนัยกล่าวว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 6 คน คือ นายจรูญ อินทจาร นายจรัญ ภักดีธนากุล นายนุรักษ์ มาประณีต นายสุพจน์ ไข่มุกด์ นายเฉลิมพล เอกอุรุ และนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ มีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 197 และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีมีมติรับคำร้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 190 มาตรา 291 และการแก้ไข เกี่ยวกับประเด็นที่มาของ ส.ว. ทั้งที่ไม่มีอำนาจ และวินิจฉัยนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ 2 มาตรฐาน

พ่วงชงถอดถอน “วิชา มหาคุณ”

ต่อมา นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ อดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย นำรายชื่อประชาชน 21,224 รายชื่อ ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ดำเนินกระบวนการถอดถอนนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 248 เนื่องจากวางตัวไม่เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่  จากกรณีพิจารณา โครงการประกันราคาข้าวสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่ล่าช้า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ 2 มาตรฐาน ต่างจากกรณีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์  ชินวัตร

ด้านนายนิคมกล่าวว่า จะตรวจสอบความถูกต้องตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถเปิดประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาเรื่องถอดถอนได้ โดยขณะนี้ ส.ว.มีทั้งหมด 142 คน ดังนั้น การถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เสียง 3 ใน 5 หรือ 85 เสียง และหากถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.จะใช้เสียง 3 ใน 4 หรือ 112 เสียง

ทำใจแห้วเปิดสภาเทียม

ที่รัฐสภา นายสุนัย จุลพงศธร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รับทราบว่านายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ไม่อนุญาตให้ใช้ห้องประชุมรัฐสภาเพื่อจัดเสวนา “เปิดสภาเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” ทราบว่ามี ส.ว.สรรหาที่ทำงานให้พรรคประชาธิปัตย์กดดันอยู่ แต่ไม่ติดใจและยังไม่ล้มเลิก หากไปจัดที่ จ.เชียงใหม่ อาจใช้ชื่อว่า “เปิดสภาล้านนา เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย”
ด้านนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติอนุญาตให้ใช้ห้องประชุมใหญ่รัฐสภาได้อยู่แล้ว เพราะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของสภาฯส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ด้านการปกครอง แต่สถานการณ์ประเทศปัจจุบันอยู่ในภาวะไม่ปกติ หลังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และอยู่ระหว่างการประกาศใช้ พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง เกรงว่าอาจขัดกฎหมายได้ ไม่มีฝ่ายใดมากดดัน ขณะที่นายนิคมยืนยันว่า ได้สั่งยกเลิกการใช้ห้องประชุมรัฐสภาจริง โดยไม่มี ส.ว.กลุ่มใดมากดดัน

ปชป.โวย พท.เลิกกดดัน กกต.

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยุติการกดดัน กกต.จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยชัดเจนเกี่ยวกับปัญหากระบวนการเลือกตั้ง การเสนอให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.28 เขต พร้อมการเลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 30 มี.ค. ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่จะยิ่งเกิดปัญหาวุ่นวายเพิ่มขึ้น ประชาชนจะสับสนและจะเกิดบัตรเสียจำนวนมาก เพราะหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.จะทับซ้อนกับผู้สมัคร ส.ว.

ยอดรับสมัคร ส.ว.4 วัน 355 คน

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา บรรยากาศการเปิดรับสมัคร ส.ว.กทม. เป็นวันที่ 4 ยังคงเป็นไปอย่างเงียบเหงา ตลอดทั้งวันมีผู้มาสมัครเพียง 3 ราย ประกอบด้วยนายโฆษิต สุวินิจจิต อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้หมายเลข 9 นายปิยชาติ วีรเดชะ อาชีพทนายความ ได้หมายเลข 10 และนายมงคล ประสาทเสรี อดีตนักวิชาการ หมายเลข 11 การเปิดรับสมัคร 4 วัน มีผู้มาสมัครเพียง 11 คน

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. ถึงการเปิดรับสมัคร ส.ว. วันที่ 4 ว่า วันที่ 7 มี.ค. มีผู้สมัคร ส.ว. มาสมัครทั้งสิ้น 60 คน เป็นผู้ชาย 50 คน ผู้หญิง 10 คน ทำให้มีผู้สมัคร ส.ว. 4 วัน รวม 355 คน ทั้งนี้ บรรยากาศภาพรวมในการเปิดรับสมัครเรียบร้อยดี และมีผู้สมัคร ส.ว. ครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว นอกจากนี้ในวันที่ 8 มี.ค. เป็นการเปิดรับสมัคร ส.ว.วันสุดท้าย ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาสมัครได้ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

ศาล ปค.สูงสุดสั่งคืนเก้าอี้ “ถวิล”ใน 45 วัน

เมื่อเวลา 13.00 น. ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 152/2554 ลงวันที่ 7 ก.ย.2554 ที่ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และประกาศสำนัก นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 ก.ย.2554 ที่ให้นายถวิล พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. โดยให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามกฎหมายให้นายถวิลกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่ วันที่มีคำพิพากษา ในคดีที่นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และคณะกรรมการการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) กรณีออกคำสั่งจากสำนักนายกฯ ย้ายนายถวิลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม

ระบุนายกฯใช้ดุลพินิจมิชอบ

ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ว่านายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดฝ่ายบริหารจะมีอำนาจใช้ดุลพินิจบริหารงานบุคคล แต่ต้องเป็นไปตามหลักของกฎหมาย นายกฯมีอำนาจแต่งตั้งบุคคล เพื่อให้การบริหารเป็นไปตามนโยบาย แต่ต้องมีเหตุผล ซึ่งการโยกย้ายนายถวิล ไม่ปรากฏว่านายกฯได้อ้างเหตุผลใด จึงถือว่าการโอนตำแหน่งนายถวิลจากเลขาธิการ สมช.ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ และเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษาให้เพิกถอนประกาศสำนักนายกฯ ที่ให้นายถวิล พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่มีการประกาศ 30 ก.ย.2554 และเพื่อแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนเสียหาย ให้นายกฯ ดำเนินการตามกฎหมายให้นายถวิลกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาฯ สมช.ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา

รัฐบาลน้อมรับคำพิพากษา

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลน้อมรับคำพิพากษาของศาล ปกครองสูงสุดพร้อมจะปฏิบัติตาม แต่ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ช่วงเวลาที่ผ่านมา คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบัน ที่เคยเป็นรองเลขาธิการ สมช.ก่อนถูกย้ายไปเป็นปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องพิจารณาย้าย พล.ท.ภราดรให้ไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมและไม่ขัดต่อกฎหมายเช่นกัน ทั้งนี้ต้องมีคำสั่งสำนักนายกฯ ยกเลิกคำสั่งเดิมที่ให้นายถวิลมาปฏิบัติราชการสำนักนายกฯ และยกเลิกมติ ครม.ที่ให้โอนนายถวิลมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำแล้ว จะต้องแก้ไขคำสั่งต่างๆที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความรอบคอบและปฏิบัติให้ถูกต้อง เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป

“ถวิล” ไม่คิดฟ้องแพ่ง “ยิ่งลักษณ์”

ขณะที่นายถวิล เปลี่ยนศรี กล่าวว่า ได้ต่อสู้มากว่า 2 ปี 6 เดือนแล้ว ไม่ใช่เพราะต้องการตำแหน่งคืน แต่ต้องการความยุติธรรม เกียรติศักดิ์ศรีของข้าราชการ และพร้อมกลับเข้าทำงานทันที และยังไม่มีความคิดจะยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีต่อศาลแพ่งหรือ ป.ป.ช. ขอเตือนนายกฯไม่ควรใช้ระบบอุปถัมภ์พวกพ้อง เพื่อสนองประโยชน์ของตนเอง เพราะจะเป็นการทำลาย ระบบข้าราชการอย่างย่อยยับ

“ภราดร” พร้อมรับคำสั่งโยกย้าย

ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ศรส.ให้สัมภาษณ์ว่าน้อมรับคำพิพากษา ของศาลปกครองสูงสุด จากนี้นายกฯจะนำเรื่องไปหารือกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อได้ข้อสรุปเรื่องตำแหน่งจะส่งเรื่องไปถาม กกต. ผู้บังคับบัญชาจะให้ไปอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ทุกแห่ง และยังทำงานใน ศรส. จนกว่าจะมีคำสั่งจากนายกฯ ให้เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตำแหน่งอื่น ฝากถึงนายถวิล หากจะเข้ามาทำหน้าที่เลขาธิการ สมช. ขอให้ยึดมั่นในความเป็นข้าราชการ ยึดหลักวินัย และยอมรับในผู้บังคับบัญชา

“ปู” สักการะพระเจ้าองค์หลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจวันที่สองของการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม วันเดียวกัน เวลา 09.00 น.นายกฯ พร้อมด้วยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ รมว.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯไปสักการะพระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อ.เมือง จ.มุกดาหาร พระคู่บ้านคู่เมือง จ.มุกดาหาร กราบนมัสการพระครูประจักษ์บุญญาธร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งมอบพระเจ้าองค์หลวงจำลองให้นายกฯ จากนั้นไปสักการะเจ้าแม่สองนางสถิตย์ หรือเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ผูกผ้า 7 สี ต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองมุกดาหาร ก่อนตรวจเยี่ยมการค้าชายแดนตลาดอินโดจีน และดูสถานการณ์แม่น้ำโขง โดยผู้ค้าตลาดอินโดจีน ประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดง จำนวนมากมาต้อนรับมอบดอกไม้ตะโกนให้กำลังใจนายกฯสู้ๆ

กำชับ ผวจ.บริหารจัดการน้ำโขง

จากนั้นนายกฯเดินทางไปยังที่ศาลาเรามุกดาหาร ตลาดอินโดจีน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ประชุมติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้ง มีนายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผวจ.มุกดาหาร กล่าวรายงาน โดยนายกฯขอให้จังหวัดที่ติดลุ่มน้ำโขง บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอกับประชาชน และจะให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) สภาการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ หารือเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำกับประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มลุ่มน้ำโขง แล้วไปเป็นประธานประชุมติดตามเขตเศรษฐกิจพิเศษและการค้าชายแดน ที่อาคารด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร (สะพานมิตรภาพ 2) ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขงเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง จังหวัดที่มีน้ำต้นทุนเพียงพอ แต่ไม่ควรประมาท เนื่องจากไม่แน่ใจว่าภัยแล้งปีนี้จะยาวนานแค่ไหน และขอให้ปรับป้ายสื่อสารสร้างความเข้าใจให้นักท่องเที่ยว รูปแบบเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิ

ถกโผทหารร่วม ผบ.เหล่าทัพ

จากนั้นนายกฯได้ทานอาหารกลางวัน และเดินทางจาก จ.มุกดาหาร ไปยังสนามบินค่ายกฤษณ์สีวะรา อ.เมือง จ.สกลนคร ขึ้นเครื่องกองทัพอากาศ เดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงสนามบิน ขส.ทบ.ดอนเมือง เวลา 15.55 น. เข้าหารือกับ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม 20 นาที ก่อนเดินทางไปหารือกับ ผบ.เหล่าทัพที่ห้องรับรองท่าอากาศยานทหาร (บน.6) มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.เข้าร่วม ขาดเพียง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ที่เดินทางไปราชการที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงฝากบัญชีรายชื่อของกองทัพอากาศที่โยกย้ายแค่กว่า 10 ตำแหน่งไว้กับ พล.อ.ธนะศักดิ์ โดยการหารือใช้เวลา 1 ชม. ก่อนหน้านั้นสารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) นำรถกห.ทอ.ยี่ห้อโตโยต้าคัมรี่สีดำ ทะเบียน ญม 5371 มาขวางขบวนรถผู้สื่อข่าวไม่ให้ติดตามขบวนรถนายกฯ และไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพเข้าไปทำข่าวบริเวณที่ บน.6

“นิพัทธ์” ป้อง “ปู” ไม่ล้วงลูกโผทหาร

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำรายชื่อโยกย้ายนายทหารกลางปีว่า เมื่อรายชื่อโยกย้ายทหารได้รับการอนุมัติแล้วจะส่งไปให้ กกต. จากนั้น กกต.จะส่งเอกสารกลับมาที่กระทรวงกลาโหมอีกครั้ง จะมีใบปะหน้าให้ รมว.กลาโหมลงนามเพื่อส่งเรื่องถึงนายกฯที่จะให้ส่งเรื่องไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯตามขั้นตอนปกติ

คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการทั้งหมดประมาณ 1 สัปดาห์ รายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายทหารทั้งหมดลงตัวแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำตามอำนาจหน้าที่โดยไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในรายละเอียด เมื่อถามว่า มีการหารือถึงการโยกย้าย พล.ร.ท.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.)หรือซีลด้วยหรือไม่ พล.อ.นิพัทธ์ตอบว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่เห็นรายชื่อ

“บิ๊กตู่” ดัน “วลิต” ขึ้นแม่ทัพภาค 4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับย้ายนายทหารกลางปีนี้มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นการปรับในส่วนของนายทหารยศพลโทที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือน ก.ย. ขึ้นอัตราเอก และครั้งนี้กองบัญชาการกองทัพไทยได้ปรับโครงสร้างใหม่ ยุบตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) (อัตราจอมพล) ไปเพิ่มเป็นรอง ผบ.สส.รวม 4 ตำแหน่ง จากเดิมที่มีแค่ 3 ตำแหน่ง และเพิ่มรองเสนาธิการทหาร (อัตราพลเอก) อีก 1 ตำแหน่ง รวมทั้งเพิ่มอัตราจอมพลให้กับกรมราชองครักษ์ 2 ตำแหน่ง ในส่วนของกองทัพบกปีนี้จะมีการเปลี่ยนผู้มาดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ใหม่ เนื่องจากพล.ท.สกล ชื่นตระกูล ต้องขยับเป็นพลเอกก่อนเกษียณ โดย พล.ท.สกลได้เสนอชื่อ พล.ต.ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายทหารม้าจากกองทัพภาคที่ 3 ขึ้นแทน แต่ พล.อ.ประยุทธ์มีสัญญาใจกับพล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 จะหาตำแหน่งแม่ทัพภาคให้หลังพลาดตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 มาถึง 2 ครั้ง ผบ.ทบ.จึงตัดสินใจเลือก พล.ท.วลิตไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่

“อภิรัชต์” คืนรังนั่ง ผบ.พล.1 รอ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนตำแหน่งอื่นๆ มีกระแสข่าวว่า พล.ต.พิสิษฐ์ สิทธิสาร รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขยับเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ขยับขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.มณฑลทหารบกที่ 15 กลับมาเป็น ผบ.พล.1 รอ.

“ทักษิณ” ขึ้นป้ายงดรับแขกเซ็งวิ่งเต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสุดสัปดาห์นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พำนักอยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นัดพบปะเพื่อนฝูงและผู้ใหญ่บางคน โดยระยะหลัง พ.ต.ท.ทักษิณไม่ค่อยเปิดโอกาสให้คนที่เดินทางจากประเทศไทยเข้าพบเป็นการส่วนตัว หากไม่นัดไว้ล่วงหน้า เพราะต้องการเก็บตัวเงียบไม่เป็นประเด็นการเมือง อีกทั้งเป็นช่วงใกล้ฤดูโยกย้ายกลางปีที่หลายคนยังคงเดินทางไปวิ่งเต้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

ป.ป.ช.งัดคำสั่งศาลฎีกาโต้ข้อหา กวป.

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) เรียกร้องให้ 6 กรรมการ ป.ป.ช.ชี้แจงสถานะการดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.ที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯว่า ที่ผ่านมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเคยวินิจฉัยเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 56 ในคดีการทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิงของ กทม. ที่ฝ่ายจำเลยมีข้อโต้แย้งว่าการแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ศาลฎีกาฯเห็นว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันได้รับแต่งตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 19 ที่กำหนดให้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มีผลใช้บังคับต่อไป โดยให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติเกี่ยวกับการสรรหา ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งมิได้มาจากการสรรหาตามมาตรา 7 พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จึงถือว่าได้รับแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนการแสดงบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. รัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อประธานวุฒิสภา ซึ่งได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อประธานวุฒิสภาครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

กวป.ขู่ใช้อาวุธชีวภาพล่า 6 ป.ป.ช.

นายมาลัยรักษ์ ทองชัย หรือ ศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) กล่าวถึงกรณีเลขาธิการ ป.ป.ช.ชี้แจงยืนยันที่มาของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันถูกต้องตามกฎหมายว่า ยังฟังไม่ขึ้น ไม่ชัดเจน ขอให้แถลงให้ชัดกว่านี้ อย่ามาคลุมเครือ เพราะถามไปว่าได้รับโปรดเกล้าฯหรือไม่ ไม่ใช่ตอบโยกโย้ กวป.ยืนยันว่าสำนักงาน ป.ป.ช.ต้องตั้งกรรมการมาตรวจสอบเรื่องนี้ และชี้แจงให้สังคมทราบโดยด่วน ขอประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.เป็นต้นไป กวป.จะยกระดับแผนนารีพิฆาตด้วยอาวุธชีวภาพตามล่าตัวกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 6 คนที่มีที่มาไม่ถูกต้อง ไม่ว่าทั้ง 6 คนไปไหนจะตามไปทุกที่

กรมบัญชีกลางรอโอนงบ 2 หมื่น ล.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า เมื่อเวลา 10.30 น. กลุ่มม็อบ กปปส. เดินทางมาปิดล้อมกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ บังคับให้ข้าราชการกลับบ้าน ไม่ต้องการให้รับใช้รัฐบาล โดยเฉพาะการอนุมัติงบกลาง 20,000 ล้านบาท ในโครงการรับจำนำข้าว จนข้าราชการต้องรีบออกจากกระทรวงทันที ขณะที่กลุ่มม็อบ กปปส.ได้อยู่รับประทานอาหารเที่ยง จนเวลา 12.30 น. จึงกลับออกไป ทั้งนี้ นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การเบิกเงินงบกลาง 20,000 ล้าน ที่ กกต.อนุมัติให้รัฐบาลใช้ชำระหนี้จำนำข้าว กำลังรอหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กกต.และจากกระทรวงพาณิชย์ เมื่อได้หนังสือยืนยันจะเร่งรัดโอนงบให้ทันที

10 มี.ค. ธ.ก.ส.จ่ายจำนำข้าว 5 จว.

ด้านนายอดุลย์ กาญจนวัฒน์ รอง ผจก.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยภายหลังการหารือกับกลุ่มเกษตรกรที่มาเรียกร้อง ธ.ก.ส. เร่งจ่ายเงินให้ชาวนาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/57 และขอทราบความชัดเจนขั้นตอนการจ่ายเงินให้ชาวนาจังหวัดต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรว่า ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินจำนำข้าว 712 ล้านบาท ให้เกษตรกรที่ตกค้างในปีการผลิต 55/56 ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จ.อุทัยธานี จ.ปราจีนบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา เริ่มวันที่ 10 มี.ค. ส่วนงบกลาง 20,000 ล้านบาท กรมการค้าต่างประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการเมื่อ ธ.ก.ส.ได้รับเงินดังกล่าวจะเร่งจัดสรรไปตามสาขาต่างๆ  เรียงตามคิวประทวนที่เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนไว้

กองทุนบริจาคขยับ 509 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ธ.ก.ส.ว่า ณ วันที่ 7 มี.ค. มีเงินไหลเข้ามาในกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนา รวม 509,387,382 บาท แบ่งเป็นกองทุนที่ 1 แบบบริจาค 16,348,162 บาท กองทุนที่ 2 แบบไม่รับผลตอบแทน 382,947,102 บาท กองทุนที่ 3 แบบรับผลตอบแทน 0.63% ต่อปี 110,092,117 บาท ธ.ก.ส.ขอเชิญชวนร่วมกันฝากเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนาในวันที่ 8-9 มี.ค. ได้ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ประตู 1 หน้ากองอำนวยการตลาดนัดสวนจตุจักร ตั้งแต่ 09.00-18.00 น. ในงานนี้จะมีข้าวสารจาก  อ.ต.ก. มาจำหน่ายในราคาพิเศษให้ด้วย

ผู้ว่าฯสุโขทัยควักเนื้อใช้หนี้ชาวนา

ส่วนความเคลื่อนไหวโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ยังไม่สามารถหาเม็ดเงินมาจ่ายให้กับชาวนาได้ครบ ล่าสุดมีชาวนาจาก ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย ไปรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัยเพื่อยื่นหนังสือให้นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผวจ.สุโขทัย ทวงถามเงินโครงการรับจำนำข้าวที่ยืดเยื้อมากว่า 6 เดือนแล้ว ทำให้ชาวนาไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่นาและใช้จ่าย หนำซ้ำบางรายเก็บเกี่ยวข้าวรอบใหม่นำข้าวไปขายให้โรงสีกลับถูกกดราคาเพียงเกวียนละ 4-5 พันบาทเท่านั้น ไม่คุ้มกับต้นทุน  ระหว่างนั้น นางเสนอ  คงเมือง อายุ 64 ปี ถึงกับร่ำไห้ต่อหน้านายจักรินระบุว่าตัวเองถูกทวงเงินค่าเช่าที่นา 4  พันบาท ทั้งเช้าทั้งเย็นจนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป หลังทราบเรื่อง ผวจ.สุโขทัย ได้ควักเงินส่วนตัวให้นางเสนอไปช่วยจ่ายค่าเช่าเพื่อลดภาระความเดือดร้อน จากนั้นสั่งให้นายปรมัตถ์พงษ์ พลเยี่ยม การค้าภายในจังหวัดสุโขทัย เรียกประชุมทุกโรงสีที่รับซื้อข้าวเปลือกในช่วงบ่ายทันที เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาการกดราคาข้าวต่อไป

8 มี.ค. 2557 07:30 8 มี.ค. 2557 07:30 ไทยรัฐ