วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยิงเอ็ม79ถล่มตึก ชินวัตร3 ม็อบกปปส.กระเจิง


ขณะบุกกดดันตัดท่อนํ้าเลี้ยง ทหารปรับภาพลักษณ์บังเกอร์ ‘โกตี๋’ชิงเคลียร์ข้อหาแบ่งแยก

“โกตี๋” โร่เคลียร์ ผบช.น. ปัดพัลวันไม่มีเจตนาแบ่งแยกประเทศ สวดเละ ผบ.ทบ.เกียร์ว่างไม่ปราบม็อบ กปปส.คุกคามนายกฯ ผบ.ทอ.ขย่มซ้ำ ฮึ่มจ่อแจ้งความจับเพิ่มอีกคดี ม็อบ กปปส.เดินสายไล่ปิดดะหน่วยงานรัฐ ระดมพลบุกหน้าตึกชินวัตร 3 ตัดท่อน้ำเลี้ยง เจอเอ็ม 79 ตูมสนั่นถล่มใส่ถนนทางเข้าออก เผ่นหนีอลหม่าน “ยิ่งลักษณ์” เสียงสั่นเดินเมืองกรุงไม่ได้ วอนหยุดปลูกฝังความเกลียดชัง ครวญยอมถอยทุกอย่างแล้ว กองทัพเอาใจนายกฯยอมปรับบังเกอร์ทหาร “ทยา ทีปสุวรรณ” โดนฤทธิ์นกหวีดพ่นพิษ ประกาศหยุดร่วมชุมนุม กปปส. หลังคนในครอบครัวถูกตามเล่นงานหนัก

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ขอให้ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ดำเนินการเอาผิดกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี กรณีนำแผ่นป้ายแบ่งแยกประเทศมาติดตั้งในพื้นที่เขตดอนเมือง ล่าสุด “โกตี๋” เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เพื่อชี้แจงถึงการติดป้ายแบ่งแยกประเทศว่า ไม่มีเจตนาแบ่งแยกดินแดน ขณะที่ตึกชินวัตร 3 เจอเอ็ม 79 ยิงใส่ลานจอดรถ

“โกตี๋” ชิงพบ ผบช.น.แจงแยกดินแดน

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำ นปช.ปทุมธานี พร้อมทนายความเข้าพบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ที่ห้องทำงานเป็นเวลา 15 นาที ก่อนแสดงเจตนาเข้าให้ถ้อยคำต่อ พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รอง ผบก. อก.บช.น. จากนั้นนายวุฒิพงศ์กล่าวว่า เหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ไม่ออกมาปกป้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ถูกกลุ่ม กปปส.คุกคาม ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่บุกรุกบ้าน แถมนำธงชาติมาปู้ยี่ปู้ยำ ทำกระโปรง ทำรองเท้ากลับนิ่งเฉย แต่มารบและราวีกับตนที่ไม่เคยได้รับเงินจากใคร การทำป้ายลักษณะแบ่งแยกประเทศไปติดไว้ในที่สาธารณะนั้น ไม่ผิดกฎหมาย คำว่าแยกกันอยู่ ผัวเมียทะเลาะแยกกันอยู่มันผิดกฎหมายด้วยหรือ

ลั่นไม่มีเจตนาคิดแยกประเทศ

“คุณกับผมไม่ถูกกันแยกกันอยู่ แยกแผ่นดินกันอยู่ก็มีการพูดกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้บอกว่า แยกประเทศกันอยู่ แผ่นดินใต้ เหนือ อีสาน แผ่นดินอุดรฯ แผ่นดินปทุมฯ แผ่นดินหนองคายก็แยกกันอยู่ได้ ผมเป็นลูกผู้ชายพอกล้าทำกล้ารับ ขอให้ผู้สื่อข่าวมองด้วยความเป็นธรรม หลักการใช้ธงชาติคุณยอมได้หรือ บุคคลเหล่านี้ไม่ใช่คนที่ไม่มีสมอง คุณปล่อยให้ทำได้อย่างไร รวมถึงการปล่อยให้พระนอกรูปนอกรอยไปปิดถนน ปิดศูนย์ราชการ ทำไมไม่ปกป้อง อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า คนร้ายคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พล.อ.ประยุทธ์ จะปล่อยให้โดนดูถูกได้อย่างไร การที่ผมออกมาเคลื่อนไหว ยืนยันว่าไม่มีการเคลียร์กับใครทั้งสิ้น”

ทนายป้องสุดฤทธิ์ไม่มีกองกำลัง

นายอาคม รัตนพจนารถ ทนายความนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ กล่าวว่า นายวุฒิพงศ์มาให้ถ้อยคำตำรวจ รวมถึงนำหลักฐานมามอบให้กรณีถูกกล่าวหาแบ่งแยกประเทศ ระบุว่า สปป.ล้านนาย่อมาจากสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา แต่คนเอาไปตีความหมายกันผิดๆ ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น อยากฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ว่า นายวุฒิพงศ์ไม่มีกองกำลัง อยากให้ถอนเรื่องออกไป เพราะตอนนี้เจ้าตัวรู้สึกอึดอัด

พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รอง ผบก.อก.บช.น. กล่าวว่า หลังจากนี้ตำรวจจะเชิญตัวแทนจากกองทัพบกในฐานะผู้กล่าวหามาให้การและรวบรวมพยานหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน และเรียกนายวุฒิพงศ์มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำต่อไป

ผบ.ทอ.ฮึ่มจ่อแจ้งความ “โกตี๋”

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 (บน.6) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 60 ปีว่า หวังให้แต่ละฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยเพื่อหาหนทางปฏิบัติที่ดีให้ประเทศเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อถามถึงกรณีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี นำป้ายแบ่งแยกประเทศมาติดในเขตดอนเมือง พล.อ.อ.ประจินตอบว่า กองทัพอากาศได้ประชุมผู้แทนหน่วยงานกรมการข่าวสำนักงานผู้บังคับทหารอากาศ ดอนเมือง สำนักงานพระธรรมนูญ และกรมกิจการพลเรือนกองทัพอากาศ เพื่อรวบรวมหลักฐานและวิเคราะห์ข้อมูลที่ปรากฏ นำไปประสานตำรวจว่า มีส่วนใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย และต้องดำเนินการในฐานะที่มีบทบาทด้านความมั่นคง ถ้าเข้าข่ายและเป็นสิ่งที่เราเผชิญเหตุก็เป็นหน้าที่ต้องดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี เช่นเดียวกับกองทัพบก ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อตรวจสอบข้อกฎหมาย จากนั้นจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะเป็นผู้ดำเนินการเองหรือให้กองทัพอากาศไปแจ้งความ

ติงดึงเลขาฯยูเอ็นจุ้นกิจการไทย

เมื่อถามถึงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ พยายามดึงต่างชาติเช่น นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มายุ่งเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศไทย พล.อ.อ.ประจินตอบว่า ต้องคิดให้ดี เพราะเป็นปัญหาที่แก้ไขกันได้เองภายในประเทศ หากดำเนินการด้วยคนของเราน่าจะดีกว่า การเชิญนายบัน คี มูน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน น่าจับตามอง ต้องดูว่าแนวทางการปฏิบัติของนายสุรพงษ์เป็นอย่างไร ผบ.เหล่าทัพคงต้องปรึกษาหารือกันก่อน หากต่างคนต่างพูดจะไม่เหมาะสม ต้องรอให้ได้ข้อสรุป จะแจ้งให้ทราบพร้อมนำเรียนรัฐบาล

ทบ.ลุยแหลกเอาผิดหลายข้อหา

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กรณีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ที่นำป้ายแบ่งแยกประเทศมาติดในเขตดอนเมืองนั้น กองทัพบก ได้ให้นายทหารพระธรรมนูญไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว มีหลายคดี ทั้งเรื่องขึ้นป้ายผ้าแบ่งแยกประเทศ การหมิ่นสถาบันบนเวทีและวิทยุ ยืนยันว่า การปฏิบัติของกองทัพบกเป็นไปตามหน้าที่

บี้ส่วนราชการฟ้องศาลแพ่งไล่ม็อบ

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการ ศรส. แถลงผลการประชุม ศรส.ว่า ศรส.รับทราบการรายงานผลการดำเนินคดีกรณีกลุ่มแนวร่วม กปปส. นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล กับพวก ที่ปิดล้อมบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่ง ปตท.ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง ขณะนี้ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ชุมนุมเปิดทางเข้าออกอาคารบริษัท ปตท. และขนย้ายอุปกรณ์การชุมนุมออกไปจากพื้นที่รอบอาคาร จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ศรส.เห็นว่าแนวทางดำเนินคดีเช่นนี้ ควรนำไปใช้กับสถานที่ราชการและภาคธุรกิจที่ถูก กปปส.ปิดล้อม โดยในส่วนหน่วยงานราชการ ศรส. กำชับให้ดำเนินการเร่งด่วนแล้ว นอกจากนี้ ศรส.ขอประณามการกระทำกลุ่ม คปท.ที่ไปชุมนุมปิดล้อมสถานทูตต่างๆ เพราะเป็นความผิดต่ออาญาฐานดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศ

นายกฯวอนม็อบอย่าฉุด ศก.พัง

ที่ด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีภาคธุรกิจระบุได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองว่า รัฐบาลพยายามประคองไม่ให้มีความรุนแรง แต่การชุมนุมยืดเยื้อส่งผลต่อเศรษฐกิจ ลำพังรัฐบาลคนเดียวคงไม่ได้ ขอความกรุณาให้ชุมนุมโดยสงบ เพื่อให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น รวมถึงการทำให้กลไกการเลือกตั้งเข้าสู่ระบบ ถ้าไม่มีการเลือกตั้งก็ไม่รู้จะเดินไปทางไหน การชุมนุมก็ยืดเยื้อ รัฐบาลใหม่ก็มาไม่ได้ ถ้าให้กลไกการเลือกตั้งกลับเข้าสู่ระบบ เพื่อให้รัฐบาลใหม่ทำงานได้ ความเชื่อมั่น ต่างๆจะกลับมา เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่ภาคธุรกิจร้องขอ นายกฯตอบว่า ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงและ ศรส.ประเมินก่อน สิ่งที่มุ่งหวังคือให้เจ้าหน้าที่ประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง

ครวญยอมถอยทุกก้าวแล้ว

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายจะเจรจาออกทีวีร่วมกัน นายกฯตอบว่า ต้องถามคนส่วนใหญ่ อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทำไมเราไม่รับฟังเสียงของทุกคนว่าอะไรคือความต้อง การของเสียงส่วนใหญ่ หากต่างคนต่างบอกว่า มีเสียงส่วนใหญ่อยู่ ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ คืออะไร ดังนั้นกติกาเลือกตั้งหรือการทำประชามติในส่วนของการปฏิรูปจะเป็นสิ่งที่ตอบได้อย่างชัดเจน และได้รับการยอมรับว่าเสียงส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอย่างไร เมื่อถามว่า วันนี้นายกฯยอมถึงที่สุด หลังชนฝาแล้วใช่ไหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า จุดที่ทำได้ก็ถอยมาทุกอย่างแล้ว ยอมยุบสภา วันนี้มีหน้าที่รักษาการเพื่อส่งมอบต่อรัฐบาลใหม่ แต่เมื่อการเลือกตั้งถูกขัดขวางไม่ให้เดินได้ก็ไม่สามารถเอาใครมารักษาการได้ จะทิ้งหน้าที่กลางคันไม่ได้ ต้องขอความเห็นใจ อะไรที่ทำได้ก็ทำไปเยอะแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้อยู่เพื่อจะครองอำนาจหรือเพื่อตัวเอง แต่อยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตย และรับผิดชอบหน้าที่เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลชุดใหม่ ถ้าทุกฝ่ายปล่อยให้กลไกเหล่านี้เดิน ก็จะเริ่มนับหนึ่งในการแก้ปัญหา

ตอบเสียงสั่นเดินเมืองกรุงไม่ได้

เมื่อถามว่า แต่วันนี้นายกฯไม่สามารถเดินในกรุงเทพฯได้เลยจะทำอย่างไร เพราะไม่ใช่แค่นายกฯ คนในตระกูลชินวัตรก็ไม่สามารถเดินได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ถึงถามว่าจะเป็นอย่างนี้กันหรือ เป็นคนไทยจะไม่มองหน้ากันอีกแล้วหรือ จะเป็นคนไทยที่มีแต่ความเกลียดชัง ปลูกฝังความเกลียดชังให้แก่กันตลอดไป ตนเดินไปที่ไหน แม้ว่าในกรุงเทพฯ ก็ไม่อยากเป็นเป้า ไม่อยากท้าทายพี่น้องประชาชน หลีกเลี่ยงมาทำงานต่างจังหวัด แต่ไม่เคยละเลยปัญหาเศรษฐกิจหรือภาพรวม แต่หลายอย่างขึ้นอยู่กับความร่วมมือด้วย วันนี้หน่วยราชการทำงานไม่ได้ ถามว่าวันนี้จะให้เศรษฐกิจเดินอย่างไร เมื่อทุกฝ่ายปิดหน่วยราชการ เดินเข้าไปวันนี้เอกสารสักฉบับยังเอาไม่ได้ แล้วจะให้ขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร นี่คือคำถาม

ปชป.ลุยฟันซ้ำ “ปู” ข้อหากบฏ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ให้เอาผิดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3 คน และแกนนำนปช. 10 คน รวม 13 คน ข้อหากบฏ ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. นายอนุวัติ ทินราช แกนนำ นปช.นครราชสีมา ร.ท.ประไพ งวดศรี แกนนำ นปช.ร้อยเอ็ด นางสำเนียง คงมลปาน แกนนำ นปช.สุรินทร์ นางอัญชลี เทพวงสา แกนนำนปช.ศรีสะเกษ นางอุบลการณ์ อมรสิน แกนนำ นปช.ภาคอีสานตอนล่าง นางศิริลักษณ์ แสงแก้ว แกนนำ นปช.สิงห์บุรี นายเดชธิพล วงมีมา แกนนำ นปช.เพชรบูรณ์ และนายทองอยู่ พรมนำชา แกนนำ นปช. ผู้ประสานงาน 5 อำเภอตอนล่าง จ.เพชรบูรณ์ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายจารุพงศ์ และนายณัฐวุฒิที่ต้องถวายสัตย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ แต่ปล่อยให้แกนนำเสื้อแดงประกาศแบ่งแยกประเทศ ประกาศปลดศาลแพ่ง ล้มองค์กรอิสระ มีความพยายามตั้งรัฐไทยใหม่ กระทบความมั่นคงร้ายแรง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 114 116 และ 157 นอกจากนี้
ยังมีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ซึ่งจะไปยื่นเอาผิดต่อศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้าต่อไป

ทบ.ปรับบังเกอร์เอาใจนายกฯ

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มอบหมายให้กองทัพบกปรับบังเกอร์ทหารที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวเพราะเกรงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ล่าสุดกองทัพบกได้สั่งการไปยังหน่วยทหารในพื้นที่ ปรับบังเกอร์ทหารให้มีความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของสถานที่

พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปรับบังเกอร์ทหารให้มีความเหมาะสม โดยเริ่มปรับจุดตรวจที่อยู่ภายนอกเข้าไปอยู่ภายใน เช่น จากที่ตั้งอยู่บนถนนอาจให้เข้าไปอยู่ริมถนน หรือจากหน้าวัดไปอยู่ภายในวัด ยืนยันว่าการตั้งแนวบังเกอร์เพื่อเป็นการป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ทหาร อย่างไรก็ตามกองทัพยังคงใช้กำลังทหารจำนวนเท่าเดิม และยังตั้งจุดตรวจ 176 จุดตามเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ผบ.ตร.ปรับแผนคุมเข้มสวนลุมฯ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ ผบก.สท.ในฐานะรองโฆษก สตช.กล่าวว่า จากการตั้งด่านตรวจความมั่นคง เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมปืน 2 กระบอก มีด 4 เล่ม ยาบ้าและใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง มีเหตุแทรกซ้อนเกิดขึ้นบริเวณสวนลุมพินี 2 เหตุการณ์คือ กรณีนางพวงเพชร โหราเรือง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย และนายวัชรพล โคตรแสวง คนขับรถแท็กซี่ ถูกยิงที่ข้อศอกซ้ายได้รับบาดเจ็บ ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.สั่งการให้ปรับจุดตรวจความมั่นคง บริเวณถนนวิทยุให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น พร้อมกำชับให้ บช.น.เร่งรัดติดตามคดีทั้ง 2 คดีโดยเร็วที่สุด รวมถึงให้วางแนวทางการป้องกันให้รัดกุมขึ้น

รัวกลางดึกย่านสวนลุมฯเจ็บ 3

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ร.ต.ท.สรธัญญ์ เกิดฤทธิ์ พงส.สน.ลุมพินี รับแจ้งเกิดเหตุเสียงดังคล้ายอาวุธปืน บริเวณสวนลุมพินี ถนนวิทยุ แต่เนื่องจากเป็นยามวิกาล และมีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.อยู่ทำให้ไม่สามารถเข้าพื้นที่ตรวจสอบได้ โดยเสียงปืนดังเป็นระยะ กระทั่งเวลา 03.00 น. จึงสงบ ต่อมามีผู้เสียหาย 3 ราย เข้าแจ้งความได้แก่ น.ส.พวงเพชร โหราเรือง อายุ 31 ปี ถูกยิงที่เเขนขวา นายวัชรพล โคตรเเสวง อายุ 37 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ถูกยิงถากที่ต้นเเขนซ้าย  และนายสุทธิรัตน์ สุวรรณรัตน์ โชเฟอร์แท็กซี่ ถูกยิงที่ขาขวา

พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้เเล้วเบื้องต้น ส่วนการลงพื้นที่ตรวจสอบนั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าน่าจะยิงมาจากภายในสวนลุมพินี เเต่ไม่สามารถระบุทิศทางได้เเน่ชัด

จับ ส.ข.จตุจักรยึดปืน–กระสุน

ขณะที่เวลา 03.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ระหว่างที่ พ.ต.ต.อำนาจ ฉ่ำชะเอม สวป.สน.นางเลิ้ง สนธิกำลัง สน.พญาไท ตั้งด่านตรวจค้นป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่แยกชิดลม ถนนเพชรบุรี พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กธ 4601 นครปฐม ผ่านมาท่าทางมีพิรุธจึงขอตรวจค้น มีนายศักดิ์สงวน ทรงสอาด อายุ 41 ปี เป็นคนขับ นายดำรงชัย คามีศักดิ์ อายุ 39 ปี ส.ข.เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ นั่งอยู่ด้านข้าง นางสมคิด ซาโปริโต อายุ 46 ปี อยู่เบาะหลัง พบปืน 9 มม. กระสุนปืน 28 นัด ซองปืน 2 ซอง ซุกซ่อนอยู่กระเป๋าหนังสีน้ำตาล  วางไว้ข้างเกียร์  นอกจากนี้ยังมีแผนที่ภายในสวนลุมพินี ที่ชุมนุมของกลุ่ม กปปส. 1 แผ่น โดยนายศักดิ์สงวนให้การว่า กำลังขับรถกลับไปที่สวนลุมพินี เพื่อนำรถไปคืนนายคิด ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ส่วนปืนไม่ใช่ของตน เป็นของนายกุลเดช พัวพัฒนกุล อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ เบื้องต้นแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 80,000 บาทประกันตัวไป

“ทยา” หยุดร่วมม็อบ กปปส.

วันเดียวกัน นางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำกปปส.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ “เว้นวรรคการเมือง” ว่า จากเหตุการณ์รุนแรงต่างๆที่บ้านเขาใหญ่ของคุณแม่ด้วยอาวุธสงครามที่บ้านพัก และการคุกคามที่โรงเรียนศรีวิกรม์ ตลอดเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการกระทำของดิฉัน ดิฉันเสียใจต่อผู้ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด และมีความกังวลใจต่อความปลอดภัยของบุคคลรอบข้างเป็นอย่างมาก หลังจากที่ใช้เวลาทบทวนทุกอย่างแล้ว จึงขอตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบด้วยการเว้นวรรคความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการปกป้องคุณแม่และบุคคลรอบข้างโดยเฉพาะเด็กนักเรียนจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ นางทยาให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากนี้ไปจะยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองชั่วคราว คงจะไม่เข้าร่วมการชุมนุมอีก แต่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สามี ในฐานะแกนนำ กปปส.ยังเคลื่อนไหวต่อไป อย่างไรก็ตาม ไม่รู้สึกเสียดายที่ต้องยุติการร่วมต่อสู้กับ กปปส.กลางคัน เพราะยังมีคนอื่นๆร่วมต่อสู้กับ กปปส.อีกจำนวนมาก

หลวงปู่นำชาวนาแจ้งจับนายกฯ

ที่ บก.ป.หลวงปู่พุทธอิสระได้นำมวลชน กปปส.พร้อมด้วยนายระวี รุ่งเรือง และชาวนาจำนวนหนึ่ง มาแจ้งความดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกรวม 9 คน ได้แก่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรง–ไพศาล รมว.พาณิชย์ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์การเกษตร นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และองค์การคลังสินค้า ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนในโครงการรับจำนำข้าว มีพ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พงส.ผทค. บก.ป.มารับเรื่อง โดยพ.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า พงส.ผทค.กก.1 บก.ป.จะรับผิดชอบและแบ่งงานกัน โดยจะสอบปากคำชาวนาผู้ร้องเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้เร็วที่สุด เพื่อนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้กลุ่มชาวนาขอแจ้งความดำเนินคดีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี–กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ไม่รับคดีจำนำข้าวเป็นคดีพิเศษ กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

คปท.จ่อขยี้ซ้ำสถานภาพนายกฯ

ส่วนความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ไม่มีการเคลื่อนขบวนไปที่ใด ต่อมาช่วงบ่าย นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. แถลงตอบโต้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกรรมการศรส. ที่ประณาม คปท.นำมวลชนไปปิดล้อมสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ว่า นายธาริตแถลงข่าวเท็จ คปท.ไม่ได้ไปปิดล้อมสถานทูต แต่ไปยื่นแถลงการณ์ต่อสถานทูตต่างๆ ส่วนสถานทูตสหรัฐฯไม่สามารถตกลงกันได้ในการออกมารับหนังสือ จึงมีการฉีกแถลงการณ์ ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของ คปท.อยู่ระหว่างหารือแนวทางยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาสถานภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังพ้นกำหนด 30 วันหลังวันเลือกตั้ง แต่เปิดประชุมสภาฯไม่ได้ ขอเตือนข้าราชการที่รับคำสั่งในช่วงที่สถานภาพนายกฯสิ้นสุดลงแล้ว จะมีผลผูกพันทางกฎหมายและมีความผิดตามมา

การ์ดตรวจเข้มหลังโดนป่วน 2 จุด

ด้านความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 7 มี.ค.นั้น ในช่วงเช้าผู้ชุมนุมได้เตรียมตัวเดินทางไปชุมนุมตามสถานที่ต่างๆตามที่แกนนำกำหนด โดยมีการ์ดตรวจค้นสัมภาระของผู้ที่เข้าพื้นที่การชุมนุมอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัย ภายหลังเมื่อคืนวันที่ 6 มี.ค. มีการก่อเหตุยิงปืนใส่ด่านตรวจของการ์ดที่ประตู 1 ถนนวิทยุ และปาระเบิดใส่ประตู 7 ถนนหลังสวน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่าในวันที่ 8-9 มี.ค. กปปส.จะจัดกิจกรรม Art Lane in The Park ที่สวนลุมพินี และจะจัดกิจกรรมดังกล่าว ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จนกว่าจะได้เงินครบ 17 ล้านบาท เพื่อตั้งกองทุนช่วยเหลือลูกผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม

ล้อมสำนักงบฯ-จี้คดี สน.ทองหล่อ

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. นำมวลชนจากเวทีสวนลุมพินีมาชุมนุมที่หน้าสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เพื่อขอความร่วมมือให้ข้าราชการหยุดรับใช้ระบอบทักษิณ มี ผอ.สำนักอำนวยการ กระทรวงการคลังเข้ามาเจรจา พร้อมยืนยันว่าจะให้ข้าราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นเวลา 13.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปที่ สน.ทองหล่อ เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม กปปส.อาทิ คดีปาระเบิดบ้านนายณัฏฐพล และนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. คดีปาระเบิดควันและข่มขู่นักเรียนโรงเรียนศรีวิกรม์ ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของ สน. ทองหล่อ โดยมี พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สน. ทองหล่อ มาเจรจาชี้แจงว่า ตำรวจไม่ได้ละเลยการทำหน้าที่ ทำทุกอย่างเต็มที่

ไล่ตะครุบ ตร.แฝงตัวหาข่าว

ขณะที่นายทินกร อ่อนปทุม แกนนำ กปปส.นำมวลชนพร้อมด้วยรถยนต์ 31 คัน รถบัส 4 คัน มาปิดล้อมกรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังทราบว่ามีข้าราชการมาทำงานปกติโดย ขอให้ข้าราชการกลับบ้าน เลิกทำงานรับใช้รัฐบาล จากนั้นนายไพฑูรย์ อุไรรงค์ รองอธิบดีกรมการข้าว มาเจรจากับนายทินกร โดยนายไพฑูรย์แจ้งว่าการเปิดทำงานเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อลดความเดือดร้อนของเกษตรกรที่มาติดต่อราชการ แต่ยินดีหยุดทำงานตามที่ กปปส.เรียกร้อง จากนั้นนายทินกรได้ตรวจค้นสำนักงานวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลักการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลผลิต ที่อยู่ติดกับกรมการข้าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน สังเกตการณ์อยู่รอบบริเวณ ระหว่างนั้นแกนนำ กปปส. ประกาศว่า มีตำรวจนอกเครื่องแบบแฝงตัวมาหาข่าวก่อความวุ่นวาย ทำให้การ์ดกรูเข้าไปไล่จับตำรวจทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบ จนวิ่งหนีกระเจิงหลบเข้าไปในกรมหม่อนไหมที่อยู่ติดกัน

บุกตัดท่อน้ำเลี้ยงตึกชินวัตร 3

จากนั้นเวลา 14.30 น. นายทินกรนำมวลชนไปปิดล้อมสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) แต่มีเจ้าหน้าที่ออกมายืนยันว่า มกอช.ยังปิดราชการอยู่เช่นเดิม ต่อมาได้ไปปิดล้อมกรมทางหลวงชนบท ทำให้พนักงานต้องทยอยกลับบ้าน จากนั้นได้เคลื่อนขนวนปิดอาคารชินวัตร 3 ถ.วิภาวดีรังสิต สำนักงานใหญ่บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อให้ประชาชนหยุดร่วมธุรกิจกับตระกูลชินวัตร ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องปิดประตูทางเข้าออก ไม่ให้ใครเข้าออก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในตัวอาคาร

เอ็ม 79 ตกใส่–ม็อบเผ่นกระเจิง

ต่อมาเวลา 16.20 น. ระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังปราศรัยโจมตีธุรกิจตระกูลชินวัตร เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงของตระกูลชินวัตร ได้เกิดเหตุการณ์คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 จากซอยข้างตึกชินวัตร 3 มาตกที่ข้างจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ บริเวณถนนทางเข้าออกตึกชินวัตร 3 ทำให้ผู้ชุมนุมแตกกระเจิง วิ่งหนีหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น โดยนายทินกร อ่อนปทุม แกนนำ กปปส.ประกาศว่า คนร้ายยิงมาจากซอยด้านหลัง  พร้อมห้ามไม่ให้ใครออกจากตึก หรือโผล่หน้าออกมาจากตึกเด็ดขาด ระหว่างนั้นการ์ด กปปส.ได้กระจายกำลังออกติดตามคนร้าย จากนั้นอีกประมาณ 20 นาที มีเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด บริเวณซอยด้านหลังตึกชินวัตร จนแกนนำต้องสั่งให้ผู้ชุมนุมรีบหาที่กำบัง

พนง.ตึกชินฯอลหม่านหนีตาย

ต่อมาเวลา 17.30 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดดัง 1 ครั้ง และเสียงระเบิดปิงปองดังขึ้น 5-6 ครั้ง บริเวณฝั่งตรงข้ามตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะที่บรรยากาศภายในอาคารชินวัตร 3 ก็เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อพนักงานต้องการออกจากอาคารกลับบ้าน แต่ไม่สามารถเดินทางออกจากอาคารได้  เพราะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ยอมเปิดกุญแจประตูทางออก ทำให้พนักงานต้องปีนรั้วหนีตายออกมาจากตัวอาคาร จนกระทั่งเวลา 18.00 น. แกนนำจึงนำมวลชนกลับเวทีสวนลุมพินี

ตร.รุดตรวจจุดเกิดเหตุ

ภายหลังเกิดเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ตึกชินวัตร 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ในที่เกิดเหตุพบแนวต้นไม้ประดับมีความสูงระดับเอว ที่ปลูกกั้นระหว่างทางเดินกับสวนหย่อมบริเวณถนนทางออกจากตัวอาคารไปถนนวิภาวดีฯ มีร่องรอยระเบิด มีเศษใบไม้กระจุยกระจาย และสะเก็ดระเบิดยังกระเด็นไปโดนเสาซุ้มอาคารสำหรับนั่งพักผ่อน ที่ทำด้วยสเตนเลส เป็นรูประมาณ 10 รู เบื้องต้นไม่มีคนเจ็บและเสียชีวิต สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.อยู่ด้านหน้าอาคารบนถนนวิภาวดีฯ ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 10 เมตร จู่ๆมีเสียงระเบิดและเสียงปืนดังขึ้น แกนนำจึงพาผู้ชุมนุมเดินทางกลับ

ด้าน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ กล่าวว่า เป็นระเบิดชนิดเอ็ม 79 วิถีกระสุนน่าจะยิงมาจากแนวขนานกับถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพกล้อง วงจรปิดโดยรอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสผู้ก่อเหตุ

ศาลออกหมายจับ “อิสสระ”

พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผกก.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยความคืบหน้าคดีนายยืม นิลหล้า อายุ 34 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยที่พกบัตร นปช. ถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นการ์ด กปปส.ลงมือทำร้ายร่างกายมัดมือมัดเท้าปิดตาไปโยนทิ้งสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง แต่มีชาวบ้านมาพบช่วยเหลือไว้ได้ว่า ในวันที่ 7 มี.ค.ศาลได้ออกหมายจับนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. พร้อมพวกอีก 5 คน ตามภาพสเกตช์จากปากคำผู้เสียหาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น

“โกตี๋” อ่วมเจอแจ้งจับ 3 พื้นที่

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ภายหลังกองทัพบกส่งหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษมายัง บช.น. ให้ดำเนินการกรณีติดป้ายผ้าเรื่องการแบ่งแยกประเทศว่า ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ขณะที่พ.ต.อ.อดุลย์ รัตนภิรมย์ ผบก.อก.บช.น. กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 มี.ค. นายทหารพระธรรมนูญ 2 นาย เดินทางมายัง บช.น. เพื่อให้การในฐานะผู้กล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีนายวุฒิพงศ์ โดย กองทัพบกอ้างว่า มีการกระทำผิดในท้องที่ สน. บางเขน สน.หัวหมาก และ สภ.คูคต ทาง บช.น.จึงเชิญพนักงานสอบสวนในท้องที่ดังกล่าวมารับแจ้งความ ซึ่งความผิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลายท้องที่ มีความผิดแตกต่างกัน หลังจากนี้ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในท้องที่นั้นๆเป็นผู้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่างๆ หากพบว่านายวุฒิพงศ์ทำผิดจริงก็จะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

“ไพบูลย์” สบช่องเผด็จศึก “ปู”

ค่ำวันเดียวกัน ที่เวทีสวนลุมพินี นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวปราศรัยว่า ในวันที่ 10 มี.ค. ตนพร้อม ส.ว. จำนวน 1 ใน 10 ของสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ จะยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสถานภาพสิ้นสุดลงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตามมาตรา 180 มาตรา 182 (7) มาตรา 268 มาตรา 266 (2) (3) กรณีก้าวก่ายแทรกแซงการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยให้คืนตำแหน่งนายถวิล เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพประมาณต้นเดือน เม.ย. เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดดำเนินการแล้ว เหลือเพียงข้อกฎหมายที่ใช้เวลาไม่นาน เมื่อนายกฯพ้นสภาพจากคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะมี ครม.รักษาการทำหน้าที่แทน แต่ต้องแต่งตั้งนายกฯคนใหม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 โดยให้สภาฯแต่งตั้ง แต่เมื่อไม่มีสภาฯก็อาศัยมาตรา 7 และวุฒิสภาเสนอชื่อนายกฯขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป เมื่อได้นายกฯคนใหม่ก็ถวายคำแนะนำพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 183 ให้มีคำสั่งให้ ครม.รักษาการพ้นตำแหน่ง และแต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่แทน ขั้นตอนนี้เป็นประเด็นใหม่ จะดำเนินการกับรัฐบาลชุดนี้ได้เร็วที่สุดกว่าการถอดถอนนายกฯ ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูล

“สุเทพ” ขย่มพิษร้ายระบอบทักษิณ

จากนั้นเวลา 20.50 น. นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยที่เวทีลุมพินีโดยย้ำถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าระบอบทักษิณไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ยึดประโยชน์พวกตนเป็นใหญ่ อยากบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ดื้อต่อได้ไม่กี่วัน  เพราะมีหลายคดีติดตัวทั้งกรณี ป.ป.ช.จะชี้มูลโครงการจำนำข้าว  กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในวันที่ 12 มี.ค. กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะ หาก ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์สิ้นสภาพ คนเหล่านี้จะอาละวาดแน่นอน เหตุการณ์ทั้งหมดจะจบเร็วๆนี้ กรรมตามทันแล้ว ทั้งนี้ ในวันที่ 8 มี.ค. เป็นวันสตรีสากล ขอชวนเชิญมวลมหาประชาสตรีเคลื่อนขบวนจากเวทีสวนลุมพินี ในเวลา 11.00 น. ไปแสดงพลังที่วัดพระแก้ว เพื่อปฏิญาณตนต่อหน้าพระแก้วมรกตว่า สตรีทั้งหลายจะยืนหยัดเป็นพลังแผ่นดินปกป้องบ้านเมือง เพื่ออนาคตลูกหลาน

8 มี.ค. 2557 07:12 8 มี.ค. 2557 07:12 ไทยรัฐ