วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โค้ชทีมชาติ

โค้ชทีมชาติ

โดย บี บางปะกง
8 มี.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

ผ่านพ้นไปแล้วกับงานเกียรติยศของคนกีฬา “สยามกีฬาอวอร์ดส์” ครั้งที่ 8

ขอแสดงความยินดีกับทุกรางวัล ที่ถือได้ว่ายอดเยี่ยม สมศักดิ์ศรี และประกาศความเป็นสุดยอดคนกีฬาแห่งปี 2556 ที่ผ่านมาอย่างน่าภาคภูมิใจ

สำหรับวงการฟุตบอล นอกเหนือจาก 3 แข้งระดับตำนาน อย่าง “สิงห์สนามศุก” นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์, “น้าซอ” สมศักดิ์ อ่อนสมา และ “พี่ใช้”  สราวุธ ประทีปากรชัย ที่ได้รับเกียรติให้ขึ้นหิ้งรับรางวัล “ฮอล ออฟ เฟม” หอเกียรติยศคนกีฬาแล้ว

ก็ยังมีคนลูกหนังอีก 2 ท่าน ที่ขึ้นเวทีรับรางวัลในปีนี้ คือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่คว้ารางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม  จากผลงานการพาทีมชาติไทยคัมแบ็กกลับไปเป็นแชมป์ซีเกมส์ที่พม่าได้สำเร็จเมื่อปลายปีที่แล้ว

ขณะที่ นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ คุณหมอฟุตบอลทีมชาติไทย ได้รับรางวัล “เมริต อวอร์ดส์” บุคคลทรงคุณค่าผู้อุทิศตนแก่วงการกีฬา

ซึ่งเรื่องราวชีวิตของพี่หมอไพศาลกับเส้น ทางของการเป็น “หมอนักกีฬา” มาอย่างยาวนาน ท่านสามารถติดตามชมได้ในรายการ “HARDTALK/ คุยล้ำเส้น” ทาง จีเอ็มเอ็ม สปอร์ต เอ็กซ์ตรา ช่องกีฬามหาชน ในวันพฤหัสบดีที่ 13 มี.ค. ในเวลา 23.00 น.

ย้อนกลับมาที่ “ซิโก้” กับตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี ที่น่าจะได้ฉลองกันเต็มที่กว่านี้  หากเจ้าตัวไม่ประเดิมการคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ด้วยความปราชัยคาบ้านต่อทีมชาติเลบานอนอย่างขาด ลอย 2-5 ในเกมส่งท้ายศึกเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก เมื่อวันก่อน

ประเด็นของ “ซิโก้” ผมก็ยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับสมาคมฟุตบอลฯ ในการให้เจ้าตัวควบเก้าอี้ทั้งทีมชาติไทยชุดใหญ่และชุดเอเชียนเกมส์ เพราะการทำงานมันจะลักลั่นกันและทำให้ขาดสมาธิในที่สุด

“ซิโก้” เหมาะสมสำหรับการคุมทีมเอเชียนเกมส์ และต่อเนื่องไปถึงชุดปรีโอลิมปิกในปีหน้าครับ เพราะเป็นเด็กชุดเดียวกับที่คว้าเหรียญทองซีเกมส์ที่เขาปั้นขึ้นมากับมือ

ส่วนชุดใหญ่ผมว่าสมาคมฟุตบอลฯน่าจะมองหาโค้ชไทยคนอื่นเข้ามากุมบังเหียนแบบฟูลไทม์ เพื่อให้เวลากับเกมอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่าอย่างจริงจัง

โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การกลับไปคว้าแชมป์ฟุตบอลเอเอฟเอฟซูซูกิคัพให้ได้ในช่วงปลายปี

หาก “ซิโก้” ยังรั้งเก้าอี้กุนซือทีมชาติทั้ง 2 ชุดต่อ ผมเกรงว่าจากนี้ไปอีก 6 เดือนข้างหน้า เรา จะไม่ได้เห็นทีมชาติไทยชุดใหญ่อย่างแท้จริง

เพราะแน่นอนว่า กุนซือจอมตีลังกาย่อมจะต้องเน้นหนักและโฟกัสไปที่เอเชียนเกมส์ในเดือน ก.ย. เป็นสำคัญ

ดังนั้นการเรียกตัวนักเตะมาอุ่นเครื่องเตรียมทีมในแต่ละครั้ง ก็คงจะใช้ผู้เล่นในระดับอายุ อช.เกมส์เป็นหลัก

และนั่นล่ะครับ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่ต้องการนักเตะที่ดีที่สุด ลงทำการลับแข้งเพื่อขยับแรงกิ้งฟีฟ่าให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ มันก็จะไม่เกิดขึ้น

เช่นเดียวกับการเตรียมทีมสู้ศึกซูซูกิคัพที่ต้องไปรอหลังจบเอเชียนเกมส์ถึงจะเริ่มเซตทีมกันได้

สรุปว่าถ้าสมาคมฟุตบอลฯต้องการเรียกศรัทธาทีมชาติไทยให้กลับคืนมาอย่างจริงจัง ก็จักต้องทบทวนนโยบายการตั้งโค้ชทีมชาติกันใหม่

อย่าปล่อยให้เป็นภาระของ “ซิโก้” เพียงคนเดียว !!!

 

บี บางปะกง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้