วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หญิงเก่ง หัวใจแกร่ง 'ดอกไม้เหล็ก' กีฬาไทย

"หญิงไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก"!!!

นี่คือเรื่องจริงที่มีบทพิสูจน์มาแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งในวงการกีฬาบ้านเรา ที่มีผู้หญิงเหล็ก "เก่ง" และ "แกร่ง" ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนากีฬาของเมืองไทยอย่างมากมายในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาส "วันสตรีสากล" ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มี.ค.ของทุกปี "ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์" จึงขอถือโอกาสนี้ ยกย่องต้นแบบความสำเร็จของพวกเธอเหล่านี้มาให้ได้ชมกัน

 

นักกีฬาหญิง-ชาย จะมีความเสมอภาคมากขึ้น

เริ่มกันที่ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซ่ำ นักธุรกิจสาวไฮโซ ซึ่งผันตัวมารับหน้าที่ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ตั้งแต่ที่ยังไม่ใครรู้จัก จนกระทั่งตอนนี้ บอลหญิงของไทย ได้รับกระแสตอบรับที่ดี และถูกคาดหวังว่า จะกลายเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่มีศักยภาพที่จะสร้างชื่อเสียง ถึงขนาดสร้างประวัติศาสตร์ไปเตะฟุตบอลโลกครั้งแรกได้ก่อนทีมบอลชายเลยทีเดียว

ผู้จัดการทีมคนสวย กล่าวว่า "จริงๆ จะเห็นว่านักกีฬาหญิงของไทย มีความสามารถมาก ไม่ว่าจะเป็นกีฬาแบดมินตัน อย่าง น้องเมย์-รัชนก อินทนนท์ ได้แชมป์โลก หรืออย่างทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย และในส่วนของบอลหญิง ซึ่งดิฉันสัมผัสมา 5 ปี ก็เพิ่งจะมาเกิดอย่างเต็มตัวในซีเกมส์ที่ผ่านมา ดังนั้น ต้องบอกว่า ผู้หญิงไทย มีความสามารถในการกีฬาไม่แพ้ชาติอื่นๆ ในเอเชีย ก็อยากให้ประชาชนหันมาสนับสนุน มาชมการแข่งขันกีฬาหญิงมากขึ้น เชื่อว่าถ้าได้มาดู แล้วจะสนุกสนานไม่แพ้กีฬาชายเลย"

"มาดามแป้ง" เสริมอีกว่า น่าเสียดายที่ตอนนี้ ความเท่าเทียมของนักกีฬาหญิงกับชาย อาจจะยังแตกต่างกันบ้าง แต่ตนคิดว่า ในอนาคตอันใกล้ เราคงได้เห็นความเสมอภาคกันมากขึ้น ไม่ว่าจะในแง่ของเงินรางวัล เงินอัดฉีดต่างๆ ซึ่งส่วนมากเราจะเห็นทุ่มไปกับนักกีฬาชายมากกว่ากีฬาหญิง ก็คงต้องฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการกีฬาด้วย รวมถึงฝากถึงสปอนเซอร์หลักต่างๆ อยากจะให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาหญิง เพราะเราก็สามารถสร้างชื่อเสียงได้ไม่แพ้ผู้ชายเช่นกัน

 

ถ้าตั้งใจจริง โอกาสเปิดพร้อมสำหรับผู้หญิงเสมอ

อีกคน "ดอกไม้เหล็ก" หนึ่งเดียวแห่งวงการโปรโมเตอร์มวยของไทย ซึ่งได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ จากองค์กรมวยโลก (WBO) "น้องโอ๋" ปริยากร รัตนสุบรรณ ที่เธอยืนยันว่า ไม่ได้เข้ามาเพื่อสร้างสีสัน แต่เกิดจากความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของบิดา "บิ๊กซ้ง" ทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์มวยระดับตำนานของไทย สร้างแชมป์โลกขึ้นมาประดับวงการต่อไป และแน่นอนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีอะไรเกินความสามารถของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

"น้องโอ๋" กล่าวว่า ในวงการกีฬาของไทย ปัจจุบัน ผู้หญิง ได้รับโอกาสมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะในหน้าที่ของการบริหาร หรือในฐานะนักกีฬา ขอเพียงแค่เราแสดงให้เห็นว่า มีศักยภาพ และความมุ่งมั่นตั้งใจ มีเป้าหมายชัดเจน เราก็จะได้รับการยอมรับ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เรื่องเพศไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ เพราะทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน ซึ่งในส่วนของผู้หญิง เราก็สามารถนำความประนีประนอม เข้ากับคนได้ง่าย มาปรับใช้ ช่วยให้การทำงานประสบความสำเร็จได้

"เมื่อก้าวเข้ามาในจุดนี้แล้ว เราก็อยากเป็นต้นแบบให้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ให้มองว่า เราสามารถทำได้ถ้ามีความมุ่งมั่น แม้กระทั่งในสังคมมวย ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าเป็นกีฬาผู้ชาย แต่เราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนยอมรับผลงานว่าเราทำจริง อยากพัฒนากีฬามวยจริง ไม่ใช่แค่เข้ามาสร้างสีสัน หรือหวังผลประโยชน์ และความตั้งใจของเราอีกอย่าง คือ เราอยากส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับนักกีฬาหญิงมีอาชีพ, สวัสดิการ, ความเท่าเทียม ไม่ด้อยไปกว่านักกีฬาชายในอนาคตด้วย" น้องโอ๋ กล่าว

 

ความนุ่มนวลของผู้หญิง ช่วยลดความขัดแย้ง

สุดท้าย "เจ๊มล" นฤมล ศิริวัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกฎหมาย สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ด้านการกีฬา และผู้จัดการทีมฮอกกี้หญิงทีมชาติไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันบทบาทของ ผู้หญิง ในระดับผู้บริหาร กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา นักกีฬาหญิงของเราได้สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับประเทศ อย่างวอลเลย์บอล, แบดมินตัน หรือเทนนิส ซึ่งก็ตอกย้ำให้เห็นว่า ผู้หญิงไทยมีความสามารถก้าวไกลไปถึงในระดับนานาชาติ  ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า นักกีฬาหญิงก็มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า เพราะได้เปรียบในเรื่องของการมีระเบียบวินัย และไม่ได้ใช้ชีวิตโลดโผนเหมือนนักกีฬาชาย

"ในส่วนของบุคลากรทางกีฬา ผู้หญิงก็มีโอกาสได้รับตำแหน่งสูงๆ ในฝ่ายบริหารมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนายกสมาคม, คณะกรรมการต่างๆ ซึ่งแต่ก่อนอาจมีไม่มากนัก แต่ผลสำเร็จของผลงานนักกีฬาหญิงที่กล่าวมา ได้ช่วยสะท้อนให้เห็นว่า ศักยภาพของผู้หญิง ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชาย อาจจะได้เปรียบกว่า ในเรื่องของความนุ่มนวล ในการบริหาร ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตาม เรายังต้องส่งเสริมสนับสนุนกันต่อในส่วนของระดับสากล ซึ่งไทยยังมีส่วนร่วมน้อย แต่ก็เชื่อว่าแนวโน้มในอนาคตจะมากขึ้นตามลำดับ ขณะที่ผู้หญิง ก็ไม่ใช่ว่าจะรอโอกาสอย่างเดียว เราจะพยายามต้องพัฒนาตัวเราเองควบคู่ไปด้วย"

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็กๆ ท่ามกลางหญิงแกร่งอีกมากมายในวงการกีฬาของไทย และเชื่อว่าจะมีเพิ่มมากขึ้น ตราบเท่าที่ผู้หญิง ยังคงสามารถทำผลงาน และพิสูจน์ให้ทุกสายตาเป็นที่ประจักษ์ ก้าวข้ามข้อจำกัดในเรื่องของ "เพศ" ผ่าน "มันสมอง สองมือ และหัวใจ" อันเต็มร้อยของพวกเธอออกมา!!!

 

-ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์-
Twitter :Thairath_sport

 

ล้อมกรอบ

- วันสตรีสากล (International Woman'Day) เป็นวันที่แรงงานและกรรมการหญิงของโรงทอผ้า ใน เมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ ลุกฮือขึ้นมาเดินขบวนประท้วง การเอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีด ทารุณ จากนายจ้างที่เห็นผลผลิตสำคัญกว่าชีวิตคน

- แนวคิดดังกล่าวมาจาก "คลาร่า เซทคิน" นักการเมืองสตรี สายแนวคิดสังคมนิยม ชาวเยอรมนี ซึ่งต่อมาได้ช่วยจุดประกายสตรีทั่วโลก ได้ตระหนักถึงสิทธิของตัวเองมากขึ้น

- ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 (พ.ศ.2453) ที่ประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยม ครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปน เฮนเกน ประเทศเดนมาร์ก ได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องกรรมกรสตรี และในปี ค.ศ.1957 (พ.ศ.2500) สหประชาชาติ มีมติกำหนดให้วันที่ 8 มี.ค.ของทุกปี เป็นวัน "สตรีสากล"

นี่คือเรื่องจริงที่มีบทพิสูจน์มาแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งในวงการกีฬาบ้านเรา ที่มีผู้หญิงเหล็ก "เก่ง" และ "แกร่ง" ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนากีฬาของเมืองไทยอย่างมากมายในช่วงที่ผ่านมา.... 7 มี.ค. 2557 21:33 18 มี.ค. 2557 10:09 ไทยรัฐ