วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งหาข้อสรุปเหตุ 'กระทิงกุยบุรี' ตาย

หลายฝ่ายเร่งหาข้อสรุป เหตุกระทิงตายในป่ากุยบุรี หลังผลแล็บมหาวิทยาลัยมหิดล ชี้พบเชื้อไวรัสโรคปากเท้าเปื่อย ในซากกระทิงจำนวน 4 ซาก จากทั้งหมด 24 ซาก...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 มี.ค. 57 ที่ห้องประชุมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบการตายของกระทิงที่กุยบุรี และคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อตรวจสอบการตายของกระทิงจากโรค ภายหลังจากคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีรายงานจากห้องแล็บว่า มีการตรวจพบเชื้อไวรัสโรคปากเท้าเปื่อย (FMD) ในซากกระทิงหลายซาก จากกรณีกระทิงตาย 24 ตัวในพื้นที่ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

นางเตือนใจ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการนำข้อมูลจากทุกฝ่ายมาหาข้อสรุป และกำหนดมาตรการในการดูแลพื้นที่กุยบุรี หลังจากที่คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบเชื้อไวรัสโรคปากเท้าเปื่อย (FMD) ในซากกระทิงจำนวน 4 ซาก จากทั้งหมด 24 ซาก ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบซากกระทิงตายเพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่า หลังจากที่มีการพบซากกระทิงตายตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปกำจัดเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่งแล้ว เนื่องจากยังไม่พบการตายเพิ่ม แต่ต่อจากนี้กรมอุทยานฯ ก็ต้องเฝ้าระวังในพื้นที่อื่นๆ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาแพงม้า จ.นครราชสีมา ที่ยังเป็นแห่งที่มีกระทิงอาศัยอยู่

"ยอมรับว่าการเจอเชื้อโรคปากเท้าเปื่อยในกระทิงป่า ถือเป็นครั้งแรกของไทย แม้ว่าจะเคยมีรายงานการติดเชื้อโรคนี้ ในกระทิงป่าที่อินเดียมาแล้ว ดังนั้นจึงต้องวางมาตรการป้องกันปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับฝูงกระทิงที่เหลืออยู่ในป่ากุยบุรีอีกเกือบ 100 ตัว แต่เบื้องต้นมั่นใจในระดับหนึ่งว่าเราเอาอยู่ เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบกระทิงตายเพิ่มเติมในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งยังต้องวางมาตรการและแนวทางเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ที่มีฝูงกระทิงอาศัยอยู่ เช่น บริเวณเขาแผงม้า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมาด้วย" นางเตือนใจ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะหาต้นเหตุการแพร่กระจายของเชื้อชนิดนี้ มายังฝูงกระทิงป่ากุยบุรีได้หรือไม่ นางเตือนใจ กล่าวว่า ขณะนี้ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังหาสาเหตุการนำเชื้อดังกล่าวเข้ามาแพร่ในกระทิง ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวลือว่า อาจมาจากสัตว์ป่าที่ถูกนำเข้ามาปล่อย โดยหน่วยงานบางแห่งที่ไม่ผ่านการตรวจโรค แต่เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน และยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะสืบหาที่มา แต่เชื่อว่าในที่ประชุมน่าจะหาเส้นทางการแพร่ของเชื้อชนิดนี้มายังกระทิงป่าได้อย่างแน่นอน อีกทั้งจะต้องหาทางทำความเข้าใจกับประชาชน หรือหน่วยงานที่อาจจะนำสัตว์ป่ามาปล่อยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ในอนาคต

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นซากกระทิงกุยบุรีตายจำนวน 24 ซาก ก่อนหน้านี้มีการสรุปผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเจอสารไนเตรททุกตัวในกระทิง 17 ซาก พร้อมเชื้อแบคทีเรียในดินใน 9 ซาก พบโรคพยาธิเลือด 2 ซาก แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นสาเหตุการตายของกระทิงหรือไม่ แต่ก็มีข่าวลือมาเป็นระยะๆ ว่าการตรวจพบเชื้อโรคปากเท้าเปื่อย โดยที่ผู้บริหารของกรมอุทยานฯไม่ยอมรับ จนกระทั่งการประชุมนัดสุดท้ายในวันนี้ (7 มี.ค.) ได้ยืนยันผลตรวจทางวิทยาศาสตร์จากห้องแล็บ มหาวิทยาลัยมหิดลว่าเจอเชื้อโรคดังกล่าวในกระทิง 4 ซาก โดยจะมีการแถลงข่าวจากทุกฝ่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 11 มีนาคมนี้

หลายฝ่ายเร่งหาข้อสรุป เหตุกระทิงตายในป่ากุยบุรี หลังผลแล็บมหาวิทยาลัยมหิดล ชี้พบเชื้อไวรัสโรคปากเท้าเปื่อย ในซากกระทิงจำนวน 4 ซาก จากทั้งหมด 24 ซาก... 7 มี.ค. 2557 16:07 ไทยรัฐ