วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปู'สะอื้นถามจะเป็นคนไทยที่ไม่มองหน้ากันหรือ

"ยิ่งลักษณ์" ยันไม่ทิ้งหน้าที่กลางคัน ขออยู่เพื่อประชาธิปไตยไม่หวังครองอำนาจ เสียงสั่นเครือ ถามเราจะเป็นคนไทยที่ไม่มองหน้ากันหรือ ชี้เลี่ยงทำงานต่างจังหวัดไม่อยากตกเป็นเป้า แต่ไม่ทิ้งความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ โยนศรส.ดูยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะว่า คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลก็ให้ความร่วมมือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถือว่าเป็นแม่งานหลักในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเวลานี้รัฐบาลกำลังถูกองค์กรอิสระเล่นงานเพื่อล้มรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นนี้ และหวังว่าการทำงานต่างๆ ทุกฝ่ายจะไม่มุ่งมั่นในธง หรือเป้าหมาย แต่ขอให้มุ่งมั่นให้ประเทศมีทางออก และให้ความยุติธรรมกับทุกๆ ฝ่าย หากทุกฝ่ายที่เป็นฝ่ายอำนวยความยุติธรรม องค์กรต่างๆ ให้ความยุติธรรมและตอบโจทย์สังคมได้ แก้ปัญหาให้บ้านเมืองเดินได้จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งขณะที่วันนี้เราหาทางออกของประเทศยาก ถ้ามีผู้ที่สามารถที่จะทำให้ทางออกของประเทศมีความคลี่คลายในทางที่สงบและสันติก็จะเกิดประโยชน์โดยรวม

เมื่อถามว่า ทางภาคธุรกิจเอกชนออกมาส่งเสียงสะท้อนได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง และไม่อยากให้มีการชุมนุมลากยาวออกไป เช่นเดียวกับนักลงทุนต่างประเทศเริ่มทบทวนจะถอนการลงทุนในไทย นายกฯ กล่าวว่า สิ่งนั้นเป็นสัญญาณได้ขอร้องผู้ชุมนุม เพราะเป็นผลกระทบจากการชุมนุม แม้ว่ารัฐบาลพยายามประคับประคองไม่ให้การชุมนุมนี้มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่การชุมนุมที่ยืดเยื้อได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามที่จะประคับประคองเศรษฐกิจ แต่ลำพังรัฐบาลคนเดียวคงไม่ได้ คงต้องขอความร่วมมือหลายๆ ส่วน ดังนั้นขอความกรุณาให้ชุมนุมโดยสงบอย่าขวางการจราจรเพื่อให้นักลงทุนเกิด ความเชื่อมั่น สิ่งสำคัญอีกส่วนคือการทำให้กลไกการเลือกตั้งได้เข้าสู่ระบบ ถ้าเราไม่มีกลไกการเลือกตั้งแน่นอนก็จะเป็นปัญหาอย่างนี้ ไม่รู้จะเดินไปทางไหน การชุมนุมก็ยืดเยื้อรัฐบาลใหม่ก็มาไม่ได้ ถ้าเราจะเริ่มจากการเลือกตั้งให้กลไกการเลือกตั้งกลับเข้าสู่ระบบ เพื่อให้รัฐบาลใหม่มาทำงานได้ ความเชื่อมั่นต่างๆ ก็จะกลับมา

เมื่อถามว่า มองว่าการทำหน้าที่ของ กกต. ทำอย่างเต็มที่หรือยัง เพื่อจัดการเลือกตั้งให้ครบ นายกฯ กล่าวว่า ประชาชนคงทราบอยู่ก็คงต้องดูกัน ตัวเองก็หวังว่าทุกฝ่ายจะทำงานอย่างเต็มที่ ขอร้องว่าหลังจากนี้เรามาทำงานกันอย่างเต็มที่ จริงๆ ก็ต้องเห็นใจไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือ กกต. ก็ต้องขอร้องผู้ชุมนุมด้วย เพราะการไม่ให้มีการเลือกตั้งก็เท่ากับว่าเราไม่สามารถให้ประเทศไทยเดินตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่ภาคธุรกิจร้องขอ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินก่อน เราเองมุ่งว่าสิ่งไหนก็ตามให้เจ้าหน้าที่สามารถประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้ เกิดความรุนแรง อันนี้เป็นจุดหลัก คงขอเวลาให้ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ประเมินก่อน

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายจะเจรจาออกทีวีร่วมกัน เหมือนปี 53 ที่เคยทำมาแล้ว นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่เรียนผู้ขัดแย้ง แม้วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็บอกว่าตัดสินใจแทนมวลมหาประชาชนไม่ได้ จริงๆ ต้องถามคนส่วนใหญ่ อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ถ้าเราบอกว่าเอาคู่ขัดแย้งต่างคนต่างมาคุย ซึ่งจริงๆ แล้วคนที่ดูอยู่ คนที่จะต้องอยู่ร่วมกันคือประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ ทำไมเราไม่รับฟังเสียงของทุกคนว่าอะไรคือความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ แต่หากต่างคนต่างบอกว่ามีเสียงประชาชนมีเสียงส่วนใหญ่อยู่ ก็ไม่สามารถที่จะวัดผลหรือให้คำตอบได้ว่าเสียงส่วนใหญ่คืออะไร ดังนั้นกติกาการเลือกตั้งหรือการทำประชามติในส่วนของการปฏิรูปก็ตามอันนี้จะเป็นสิ่งที่ตอบได้อย่างชัดเจน และได้รับการยอมรับ ว่าเสียงส่วนใหญ่นั้นมีความคิดเห็นอย่างไร

เมื่อถามว่า วันนี้นายกฯยอมถึงที่สุดแล้วหรือยัง หลังชนฝาแล้วใช่ไหม นายกฯ กล่าวว่า จริงๆ แล้วจุดที่เราทำได้ก็ถอยมาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการยุบสภา และวันนี้มีหน้าที่รักษาการของรัฐบาลเพื่อส่งมอบต่อรัฐบาลใหม่ เมื่อขบวนการเลือกตั้งถูกขัดขวางไม่ให้สามารถที่จะเดินได้ตามกลไกก็ไม่สามารถที่จะเอาใครมารักษาการได้ เราจึงจำเป็นต้องมีหน้าที่รับผิดชอบจู่ๆ จะทิ้งหน้าที่กลางคันไม่ได้

"ต้องขอความเห็นใจให้กับดิฉัน อะไรที่ทำได้ดิฉันก็ทำไปเยอะแล้ว และขอเรียนยืนยันว่าเราไม่ได้อยู่วันนี้ เพื่อที่จะบอกว่าครองอำนาจ หรือเพื่อตัวเอง แต่สิ่งที่เราอยู่คือการรักษาประชาธิปไตยการรับผิดชอบตามหน้าที่ ที่จะต้องส่งมอบให้กับผู้ที่จะมารับหน้าที่ใหม่นั่นคือการเลือกตั้งที่จะได้ มีคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลชุดใหม่ ถ้าทุกฝ่ายปล่อยให้กลไกต่างๆ เหล่านี้เดินเราก็จะเริ่มนับหนึ่งในการเข้าไปแก้ปัญหา" นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า แต่วันนี้นายกฯไม่สามารถเดินในกรุงเทพฯได้เลยจะทำอย่างไร เพราะไม่ใช่แค่นายกฯ คนในตระกูลชินวัตรก็ไม่สามารถเดินได้ นายกฯ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ดิฉันถึงถามว่าเราจะเป็นอย่างนี้กันหรือ เราเป็นคนไทยที่เราจะไม่มองหน้ากันอีกแล้วหรือ เราจะเป็นคนไทยที่มีแต่ความเกลียดชัง ปลูกฝังความเกลียดชังให้แก่กันและกันตลอดไป ดิฉันเชื่อว่าแม้ว่าดิฉันเดินไปที่ไหนก็ตาม ดิฉันเองแม้ว่าในส่วนของกรุงเทพฯ ดิฉันเองไม่อยากจะมาเป็นเป้า ดิฉันไม่อยากท้าทายพี่น้องประชาชน ดิฉันหลีกเลี่ยงมาทำงานต่างจังหวัด แต่ขณะเดียวกันดิฉันไม่เคยละเลยปัญหาเศรษฐกิจหรือภาพรวม แต่หลายอย่างต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือด้วย วันนี้หน่วยราชการทำงานไม่ได้เลย ถามว่าวันนี้จะให้เศรษฐกิจเดินอย่างไรในเมื่อทุกฝ่ายปิดขวางหน่วยราชการ วันนี้ข้าราชการต้องทำงานไปแต่ละที่ เดินเข้าไปวันนี้เอกสารสักฉบับยังเอาไม่ได้ แล้วจะให้ขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร นี่คือคำถามค่ะ"

"ยิ่งลักษณ์" ยันไม่ทิ้งหน้าที่กลางคัน ขออยู่เพื่อประชาธิปไตยไม่หวังครองอำนาจ เสียงสั่นเครือ ถามเราจะเป็นคนไทยที่ไม่มองหน้ากันหรือ ชี้เลี่ยงทำงานต่างจังหวัดไม่อยากตกเป็นเป้า แต่ไม่ทิ้งความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ โยนศรส.ดูยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 7 มี.ค. 2557 14:54 ไทยรัฐ