วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'China only' กับความรู้สึกชาวเชียงใหม่

จากกระแสความแรงของภาพยนตร์จีนแนวอินดี้ เรื่อง "Lost in Thailand" ซึ่งสร้างสถิติเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลเรื่องใหม่ของจีน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำที่ จ.เชียงใหม่ โดยใช้สถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนสถานที่ศึกษาหลายแห่งในจังหวัด ในการถ่ายทำตลอดทั้งเรื่อง จนกลายเป็น "ลอสต์อินไทยแลนด์" ฟีเวอร์ของประชาชนชาวจีน

ส่งผลให้บริษัททัวร์ต่างๆ ในจีน มีประชาชนจองทริปแห่มาท่องเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ กันอย่างล้นหลาม ทำให้ธุรกิจในตัวเมืองเชียงใหม่เฟื่องฟูขึ้นราวกับดอกเห็ด ทั้งธุรกิจโรงแรม ที่พัก แหล่งท่องเที่ยวต่างๆรวมถึงแม่ค้าขายลูกชิ้นข้างถนน

แต่ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวจากแดนมังกรบางกลุ่ม ค่อนข้างมีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตประจำวันแบบ "China only" ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่มมักมีพฤติกรรมชอบส่งเสียงดัง เข้าห้องน้ำสาธารณะแล้วไม่ราดน้ำ ทำให้แขกไม่ได้รับเชิญโผล่ออกมาร่วมทุกงาน ในทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวจีนปล่อยบัตรเชิญ ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคนเข้าห้องน้ำคนต่อไปเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังพบการขับขี่รถแบบไลฟ์สไตล์จีน ที่ค่อนข้างขับแบบเด็กแว้นแถว มช.ยังต้องชิดซ้าย เพราะขับกินเลน แซงทุกโค้ง จอกรถไม่เป็นระเบียบ อยากจะจอดที่ไหนก็เบรกกะทันหัน และการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจประชาชนชาวเชียงใหม่มากที่สุด คือ มีนักท่องเที่ยวจีนถอดกางเกงแล้วนั่งปลดทุกข์ในน้ำคูเมือง ใกล้ๆ ย่านประตูเชียงใหม่ โดยไม่แคร์สายตาคนที่ผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว เพราะน้ำในคูเมืองนั้นไว้ใช้เล่นสาดน้ำในประเพณีสงกรานต์ของทุกปี ซึ่งการกระทำต่างๆ ของนักท่องเที่ยวจีน ถูกบันทึกภาพได้จำนวนมาก จนเป็นกระแสในโลกออนไลน์

จากกระแสในโลกออนไลน์ ที่แชร์กันไปอย่างรวดเร็ว จนมีกลุ่มชาวเชียงใหม่กลุ่มหนึ่ง ตั้งกลุ่มบนเฟซบุุ๊กขึ้นมา ใช้ชื่อว่า "ต่อต้านนักท่องเที่ยวจีน" พร้อมนำภาพและคลิปพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน มาแชร์และวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ถึงพฤติกรรมความไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีนบางคน มาตีแผ่ให้สังคมได้รับทราบ และมีบางคนไม่เห็นด้วยที่มีนักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่ม เข้ามาทำลายวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวเชียงใหม่ ที่มีมายาวนานกว่า 700 ปี
การใช้ชีวิตประจำวันแบบวัฒนธรรมชาวจีน จะมีแนวทางการปรับปรุงและแก้ไขอย่างไร ทาง "ไทยรัฐออนไลน์" จึงขอรับหน้ากระบอกเสียงการแก้ไข โดยนายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ บอกว่า เรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการประสานร่วมกับ ททท.ในพื้นที่ สำนักงานในประเทศจีน ให้ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจ และแนะนำข้อควรปฏิบัติในการเดินทางออกนอกประเทศ

พร้อมกันนั้น ยังได้ทำหนังสือคู่มือการท่องเที่ยว ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เพื่อแนะนำนักท่องเที่ยวจีน ที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ให้รู้จักประเพณีวัฒนธรรม ที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมทั้งการเคารพสถานที่ โบราณสถานต่างๆ พร้อมจัดล่ามแปลภาษาจีน บริการแนะนำให้กับนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย


เมื่อมีนักท่องเที่ยวตบเท้าย่างกรายเข้ามาประเทศเรามากเท่าไร รายได้ทางเศรษฐกิจของประเทศก็ย่อมงอกเงยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ใช้ต้นทุนสูง อย่างธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต หรือธุรกิจที่ใช้ต้นทุนต่ำ อย่างขายลูกชิ้นข้างถนน ที่แน่ๆ เงินไหลเข้าประเทศ ไม่ได้เป็นกรดไหลย้อนออกไปทางไหน เราประชาชนคนไทยในฐานะเจ้าบ้าน ลองเปิดใจให้กว้าง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม

ทั้งนี้ สิ่งที่แขกจากบ้านอื่นทำแล้วไม่เหมาะสม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้ความรู้ เพราะอีก 2 ปีข้างหน้านี้ ประตูแห่งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ก็จะมีการเปิดม่านแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม จะเข้ามาท่องเที่ยวบ้านเรามากขึ้น ไม่มีเพียงแต่ "China only" เท่านั้น.

จากกระแสความแรงของภาพยนตร์จีนแนวอินดี้ เรื่อง "Lost in Thailand" ซึ่งสร้างสถิติเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลเรื่องใหม่ของจีน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำที่ จ.เชียงใหม่ โดยใช้สถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนสถานที่ศึกษาหลายแห่งในจังหวัด ในการถ่ายทำตลอดทั้งเรื่อง จนกลายเป็น "ลอสต์อินไทยแลนด์" ฟีเวอร์ของประชาชนชาวจีน 7 มี.ค. 2557 13:09 ไทยรัฐ