วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


หอบหัวใจไปห่มทะเล "ออสซี่"

โดย

หาดบอนได หาดยอดฮิตของซิดนีย์.

ออสเตรเลีย ประเทศที่ไปเยือนกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ!!

เรามีโอกาสกลับไปเยือนซิดนีย์อีกครั้ง เป็นการเยือนแบบ “พักใจ” มากกว่าไปทำงาน โดยมีหนุ่มไทยหัวใจออสซี่ พากันจัดคิวตะลอนทัวร์แบบไม่ยั้งตลอด 7 วัน 7 คืน

ทั้ง น้องปาล์ม  วีรพันธ์ วิบูลย์พันธ์ ผจก.จำปีทัวร์ บริษัททัวร์ของคนไทยในซิดนีย์และ 2 เหยี่ยวข่าวไทยรัฐประจำนครซิดนีย์ เดอะต้น ณัฐพันธ์ ตรีเมฆ และ เอ็ดดี้  ประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง

ถึงซิดนีย์วันแรก หนุ่มๆชักชวนให้ไปลองชิมอาหาร ร้านเลมอน กราส กรุงแคนเบอร์ราที่มีเมนูเด็ดเป็น พแนงเนื้อและแกงเผ็ดเป็ดย่าง ประมาณว่า เสิร์ฟ กันไม่ได้หยุด ประมาณว่าคนเสิร์ฟ เหงื่อตก อร่อยหรือไม่อร่อย ร้านนี้ก็มีสาขาในแคนเบอร์ราอย่างเดียวถึง 7 สาขาแล้ว

จากแคนเบอร์รา บินกลับสู่มหานครซิดนีย์ เมืองที่มีเสน่ห์เย้ายวน แถมคราว นี้ได้ไกด์หนุ่ม หน้าคมเข้ม อย่าง น้องโชค วันชนะ หุ่นผดุงรัตน์ พาตะลอนทัวร์ ทำเอาหัวใจสาวเปรี้ยวอย่างเราเต้นเปรี๊ยะปร๊ะๆๆ

เริ่มกันที่ หาด Bondi ชายหาดยอดฮิตของซิดนีย์์ ชมวิวถ่ายรูปแบบไม่ตกเทรนด์แล้ว หนุ่มโชค พาล่องเรือจาก Circular Quay ข้ามไปอีกหาดหนึ่ง ชื่อ Manly Beach ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของซิดนีย์ แม้ไม่สวยเท่าบอนได แต่เป็นชายหาดที่ชาวออสซี่นิยมมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมีวิวสวยๆ ให้คนชอบถ่ายรูปกันตามถนัด

ไกด์หนุ่ม บอกว่า ที่มาของชื่อหาดนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้ชายๆ ประมาณ ลูกผู้ชายหัวใจสิงห์ ยังไงยังงั้น เป็นเรื่องราวความมั่นใจและความเป็นลูกผู้ชาย (Manly) ของชาวพื้นเมืองอะบอริจิ้น

ที่มีต่อกัปตันฟิลิป ผู้ค้นพบหาดแห่งนี้ เมื่อปี 1788 จนมีคำกล่าวถึงความเย้ายวนของหาด Manly ว่า “เพียงแค่เจ็ดไมล์จากซิดนีย์ แต่เหมือนกับคุณหนีจากความวุ่นวายมาเป็นล้านไมล์”

และเพราะออสเตรเลียเป็นเมืองติดทะเลที่โรแมนติก หาดทรายขาวและทะเลสีครามจึงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว จากหาดผู้ชายๆ อย่าง Manly เอ็ดดี้ เหยี่ยวข่าวของสำนักหัวเขียวประจำเมือง ภูมิใจนำเสนอ หาด “บรอนเต้” (Bronte) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหาด Bondi มากนัก ถึงจะเป็นหาดเล็กๆ แต่มีความเก๋ ตรงที่ ที่นี่จะมีเตาปิ้งย่างไว้บริการฟรี สำหรับผู้พิสมัยปาร์ตี้บาร์บีคิวริมหาด ได้อารมณ์แบบซิดนีย์ๆเลยทีเดียว

เสร็จจากเที่ยวทะเลตอนกลางวัน ชีวิตยามราตรีก็เริ่มต้น ประเภทเงินน้อยแต่อยากได้ของดี ต้องที่นี่เลย แพดดี้มาร์เก็ต ตลาดของมือสอง ที่ฝรั่งจะนำของใช้ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ตู้ โต๊ะเตียง เครื่องใช้ในครัวเรือน มาวางขายกันตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงบ่ายโมงของอีกวัน งานนี้ มีเงินแค่ 100 เหรียญหรือประมาณ 3 พันกว่าบาทไทย ก็ได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเต็มกระเป๋า

หลังตะลุย และตะลอนซิดนีย์แบบชิลๆแล้ว หนุ่มๆแถวนั้น ชักชวนให้ไปเปิดโลกใหม่ของออสเตรเลีย ที่เมือง Cabramatta ซึ่งต้องนั่งรถไฟไป
Cabramatta อ่านว่า แคบบรามัตตา  เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของซิดนีย์ นั่งรถไฟไปราวชั่วโมง เมืองนี้ชาวเวียดนามและลาวอพยพที่หนีภัยสงครามมาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน มาตั้งรกรากกันอยู่ไม่น้อย

สัมผัสแรกที่มา แคบบรามัตตา คือ ความเป็นตะวันออก ทั้งคนเวียดนาม คนลาว เดินกันขวักไขว่ นึกถึงว่าแม้จะได้มาอยู่ในถิ่นที่มีความเจริญ แต่ร่องรอยของความปวดร้าวในอดีต ที่ผู้คนเหล่านี้ต้องพลัด พรากจากบ้านเกิดเมืองนอนก็ยังปรากฏอยู่ในแววตาของพวกเขา สวนทางกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างชนิดที่เรียกว่า คนละโลกกับการอยู่ในประเทศของตัวเองเสียด้วยซ้ำ

มาเที่ยวเมืองแบบนี้ สิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การสำรวจตลาดและต้องเป็นตลาดสด เพื่อจะได้รู้ว่า คนที่นี่เขาอยู่กินกันอย่างไร ตลาดสดใน แคบบรามัตตา ดูเผินๆเหมือนตลาดในเมืองไทย มีทั้งฟู้ดคอร์ต มีร้านขายอาหารสไตล์ตะวันออก อย่างขนมกุ๋ยช่ายไส้หน่อไม้ ก๋วยเตี๋ยวหลอด สารพัดที่จะเลือกกินได้ รวมถึงขนมไทยอย่างสาคูเปียก เผือกแกงบวช วุ้นกะทิ ฝีมือชาวเวียดนามรสชาติไม่ใช่ไทยแท้แต่ก็พอกินได้

นอกจากอาหารแล้ว ที่นี่ยังมีร้านขายผัก ผลไม้ ทุเรียนจากมาเลเซีย เงาะ มะม่วง มังคุด กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ แถมด้วยร้านขายผ้าแบบพาหุรัด ที่มีของจุกจิกให้เลือกซื้อมากมายเหมือนประตูน้ำอีกด้วย

เดินจนหิว เหลือบไปเห็นร้านอาหารอีสาน โอ้! แม่เจ้า เข้าทางพอดี ร้านชื่อ “Kaysone  Sweets” ขายส้มตำสารพัดชนิดเหมือนเมืองไทย แนมด้วยลาบดิบ หมูแดดเดียว น้ำตก ไส้กรอกอีสาน รสชาติจัดจ้านแซ่บได้อารมณ์อีสานจริงๆ กินจนอิ่มแล้ว ถึงได้รู้ว่า ร้านนี้ เจ้าของร้านชื่อ “พี่น้อย” เป็นสาวลาวที่อพยพหนีภัยสงครามมาจากหลวงพระบาง เธอคุยให้ฟังว่า ล่องเรือรอนแรมมากลางทะเล หนีภัยสงครามจากลาวสู่ดินแดนแห่งนี้ เริ่มจากมาเป็นลูกจ้างร้านส้มตำ จนขยับขึ้นมาเป็นเจ้าของ ที่นี่มีโต๊ะให้นั่งแค่ 3 โต๊ะ

แต่จะมีคนแวะเวียนมาซื้อน้ำปั่นและขนมหวาน ส้มตำ ลาบ น้ำตก กันไม่ขาดสาย ส่วนแม่ครัวที่ตำนัวฝุดๆ อิมพอร์ตมาจากเมือง ขอนแก่น รสชาติจึงเหมือนกินที่บึงแก่นนครไม่มีผิด

กลับจาก Cabramatta กลับมาซิดนีย์ แวะไปเดินเล่นแถวไทยทาวน์ ที่ตอนนี้มีคนไทยมาเปิดร้านอาหารกันเต็มไปหมดตั้งแต่หัวถนนจนสุดถนน ทั้ง “สยามเฮ้าส์”  ของ พี่โจ  ธราพงษ์ วรสิทธิ์ ร้าน Gong Thai ของ น้าติ๊ก  บุญพอ นาคเงินทอง ย่านดาร์ลิ่งฮาร์เบอร์ ที่มีเมนู “Lamp ย่างจิ้มแจ่ว” อร่อยล้ำจนฝรั่งติดกันตรึม

ส่วนร้าน “Chat thai” เจ้าเก่าของ น้าตุ๋ย  อมรรัตน์ จันต๊ะ หญิงแกร่งคนดังของมหานครซิดนีย์ ก็ไม่แพ้กัน คนแน่นตลอด นักเรียนไทยที่ไปเรียนที่นั่น รู้จักกันดีเพราะเป็นที่หารายได้พิเศษสำหรับเด็กขยันที่ต้องการทำงานมาตลอดหลายสิบปี ล่าสุด น้าตุ๋ย เพิ่งเปิดร้าน “เจริญชัยอาเซียนโกรเซอรี่” (Jarernchai Asian Grocery) ให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งผักครบวงจรแห่งแรกในมหานคร ซิดนีย์หรืออาจจะโม้ได้ว่าเป็นแห่งแรกของเอเชียที่มีการช็อปปิ้งผักในคูลรูม คือ เข้าไปเลือกผักจากตู้กระจกแช่เย็นเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในตู้เย็นอย่างนั้นละ

นอกจากนี้ใครที่สัญจรไปมาใจกลางเมืองซิดนีย์ ที่ห้าง Myer จะมีฟู้ดคอร์ตชื่อ “Samosorn” (สโมสร) เป็นร้านไทยแบบติดดิน ประเภทอาหาร Street food เป็นสถานที่ที่น่าภาคภูมิใจของชาวไทย ได้อวดอาหารพื้นบ้านริมถนนกันอย่าง จริงจัง โดยคอนเซปต์เป็น station อาหารต่างๆ คล้ายฟู้ดคอร์ตในห้างพารากอนหรือเซ็นทรัลเวิลด์ เรื่องรสชาติและความเป็นไทย พูดได้คำเดียว ไทยแท้แน่นอน

อย่างที่บอก งานนี้ มากินๆๆ และเที่ยวๆ แต่สิ่งที่เห็นคือ ความสามารถในเชิงธุรกิจของคนไทยในต่างแดน ที่ไปหยั่งรากไว้ในออสเตรเลียอย่างเหนียวแน่น

งานนี้ ถึงฝรั่งจะไม่มาเที่ยวเมืองไทย แต่ก็ทำ ให้เห็นว่า คนไทยก็มีทางที่จะเก็บเกี่ยวเงินดอลลาร์ กลับมาบ้านเราได้ไม่น้อย

และออสเตรเลีย ก็ยังมีมุมดีๆให้เที่ยวอีกเยอะ.

 

7 มี.ค. 2557 12:36 7 มี.ค. 2557 13:17 ไทยรัฐ