วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"กฎหมาย" เครื่องมือแก้ปัญหา

โดย สายล่อฟ้า


ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าการเมืองไทยจะจบได้เมื่อไร ก็คงไม่ต่างไปจากคำถามที่ว่าแล้วจะเป็นยังไงต่อไป แต่ที่แน่ๆคำตอบมันน่าจะอยู่ที่คดีความต่างๆที่องค์กรอิสระไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ป.ป.ช. กำลังจะชี้ผลออกมาจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

แต่นั่นคงเป็นเพียงชนวนที่ทำให้ไฟการเมืองปะทุหรือสงบลงอันเนื่องมาจากผลแห่งคำตัดสินว่าจะออกมาในรูปแบบใด

ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตรับจำนำข้าว การเลือกตั้ง เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท การพ้นสภาพของรัฐบาลรักษาการ เป็นต้น

ที่แน่นอนก็คือจะมีผลต่อนายกฯรักษาการตรงไปตรงมา

อย่าได้แปลกใจว่าการขับเคลื่อนทางการเมืองที่เป็นอยู่นั้นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น กปปส. คปท. แม้จะยังเคลื่อนไหวด้วยรูปแบบต่างๆอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้นายกฯและรัฐบาลรักษาการยอมที่จะลาออกได้

เช่นเดียวกัน ฝ่ายรัฐบาลก็คิดมุกชิงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองคู่ขนานกันไปกับฝ่ายต่อต้านแบบว่ามาไม้ไหนก็ไปไม้นั้น ชิงเหลี่ยมชิงมุมเพื่อรักษาอำนาจด้วยกลยุทธ์ที่เรียกว่าทันกันตลอด

แม้กระทั่งความผิดพลาดในเรื่องการแบ่งแยกแผ่นดินที่หวังว่าจะสร้างแรงกดดันและข่มขู่อีกฝ่ายหนึ่งด้วยจุดมุ่งหมายที่จะใช้เป็นพลังปกป้องด้วยการใช้มวลชนสู้กับมวลชน กระทั่งกองทัพบกโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ทนไม่ได้กับขบวนการสร้าง ความแตกแยก

ด้วยการสั่งการให้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ และเป็นการจุดประกายให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านจนจุดไม่ติด

นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและต้องรับผิดชอบด้านความมั่นคงโดยตรง คงมิอาจอยู่นิ่งต่อไปได้

ต้องประกาศไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เป็นการออกตัว

เพราะสังคมโดยรวมเห็นว่าหาก ผบ.ทบ.ไม่เดินเครื่องแล้วนายกฯจะทำเป็นไปไม่รู้ไม่เห็นหรือทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เนื่องจากรู้กันดีว่าการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ก็คือกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลชัดเจนอยู่แล้ว

มันต้องเข้าตัวแน่ๆ

เพราะมีทั้งผู้สนับสนุน แกนนำเสื้อแดง นปช. นักการเมืองเพื่อไทย และที่สำคัญก็คือรัฐมนตรีมหาดไทย

อยู่ที่ว่าจะม้วนตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นผลเสียต่อฐานะนายกฯ รัฐมนตรี นักการเมืองในค่ายเดียวกัน และผู้สนับสนุนที่ไล่เรียงหัวเห็นหน้าเห็นตากันทั้งนั้น

นั่นคือการออกมาปกป้องพวกเดียวกันและยังเบ่งบานไปถึงบทบาทของทหารว่าจะทำอะไรต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและควรหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว

แม้กระทั่งได้กล่าวห้ามปรามรัฐมนตรีไปแล้ว พร้อมกับยืนยันแทนว่าคงไม่ได้คิดไปไกลถึงขึ้นสนับสนุนให้มีการแบ่งแยกแผ่นดิน

พูดง่ายๆว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่องแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น แถมยังปรามๆทหารกลายๆว่าทำอะไรต้องคิดถึงความยุติธรรมไม่แยกฝักแยกฝ่าย
เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มผู้สนับสนุนย่อมมีเป้าหมายมุ่งไปที่องค์กรอิสระต่างๆที่จะชี้ถึงเป็นไปของรัฐบาลว่า จะเดินหน้าต่อไปได้หรือจะต้องจบลงด้วยการชี้ขาดทางข้อกฎหมาย เพื่อให้รู้ว่าถ้าออกมาด้านลบจะเกิดอะไรขึ้น

จึงอยู่ที่คณะบุคคลในองค์กรอิสระต่างๆยึดมั่นในข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เป็นจริง หลังจากตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่เอียงเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เพราะจะเป็นทางออกเพื่อคลี่คลายปัญหาของประเทศ.


“สายล่อฟ้า”

7 มี.ค. 2557 10:40 7 มี.ค. 2557 10:40 ไทยรัฐ