วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐสภาเบรกเด็กพท.


ทีมก.ม.-ไม่ให้ใช้ ห้องประชุมใหญ่ ‘จารุวรรณ’ลงส.ว.

“สมชัย” เผยมีแนวโน้มจัดเลือกตั้งทดแทน ใน จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส พร้อมกับการเลือกตั้ง ส.ว.วันที่ 30 มี.ค.ส่วนประจวบคีรีขันธ์กับสตูลก็มีลุ้นอาจเปิดให้ลงคะแนนได้ แถมโพสต์เฟซบุ๊กเตือนว่าที่ ส.ส.เพื่อไทยจัดประชุม “สภาเทียม” เสี่ยงถูกร้องทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ขณะที่เด็ก พท.ยืนกรานจัดกิจกรรมในห้องประชุมรัฐสภาเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “พีรพันธุ์” โวรัฐบาลอยู่รักษาการได้นานถึง 6 เดือน กก.บห.ปชป.ห่วง “ยิ่งลักษณ์” ทำทุกอย่างเพื่อให้หลุดคดี “มาร์ค” ย้อนศร “ชัยเกษม” ระบุศาลชี้สุกรเป็นสุกร แต่พรรคเพื่อไทยกลับบอกว่าเป็นสุนัข บรรยากาศสมัคร ส.ว. วันที่ 3 หงอย ทั่วประเทศมีมาสมัครเพิ่มแค่ 35 คน

หลังจากที่ กกต.จัดการเลือกตั้งทดแทนใน 5 จังหวัดได้แก่ เพชรบูรณ์ ระยอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ผ่านไปด้วยดี ล่าสุด กกต.มีแนวโน้มที่จะเลือกตั้งทดแทนในอีก 3 จังหวัดคือยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยจะจัดพร้อมกับการเลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 30 มี.ค.

กกต.เผย 4 พรรคตอบรับร่วมสัมมนา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่สำนักงาน กกต. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมสัมมนาที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 7 มี.ค. เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ใน 14 จังหวัดภาคใต้ว่า 4 พรรคร่วมรัฐบาลตอบรับส่งตัวแทนเข้าร่วมสัมมนาแล้ว ส่วนผลการหารือจะได้ข้อสรุปสามารถจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ได้หรือไม่ ต้องรอการประเมินสถานการณ์ร่วมกันก่อน คาดว่าการสัมมนาจะได้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อนำมาประมวลว่าจะจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ให้สงบได้หรือไม่ พร้อมขอความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆให้ร่วมสัมมนาสะท้อนข้อเท็จจริงให้ฝ่ายการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาลได้รับทราบว่า มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ได้ รวมทั้งขอความร่วมมือกลุ่มกปปส.อย่าปิดล้อมหรือขัดขวางการสัมมนา

ยันยื่นศาล รธน.ป้องกันเลือกตั้งโมฆะ

ผู้สื่อข่าวถามถึงคำร้องที่ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้ง 28 เขต ที่ไม่มีผู้สมัครว่า หากมีการรับสมัครเลือกตั้งใหม่จะสามารถกำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งขึ้นใหม่เฉพาะ 28 เขต หรือจะต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ในทุกเขตเลือกตั้ง นายศุภชัยตอบว่า ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นการฟ้องตัวเอง แต่ทำไปเพื่อความรอบคอบ กกต.ไม่อยากเห็นการเลือกตั้งที่ดำเนินการมาแล้วต้องเสียไป อยากให้การเลือกตั้งดำเนินต่อไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ให้มีการร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยหรือไม่ ถือเป็นดุลพินิจ และไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างไร กกต.พร้อมดำเนินการ

เล็งเลือกตั้ง 3 จังหวัดพร้อม ส.ว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การจัดลงคะแนนเลือกตั้งทดแทนวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. และวันที่ 2 ก.พ. เบื้องต้นมี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีความเป็นได้ที่จะจัดลงคะแนนเลือกตั้งในวันเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ว.วันที่ 30 มี.ค. ส่วนอีก 2 จังหวัด คือประจวบคีรีขันธ์และสตูลนั้น ยังสองจิตสองใจว่าจะจัดลงคะแนนวันเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ว.ได้หรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองภายในจังหวัดดังกล่าวยังเสี่ยงเกิดความรุนแรงอยู่ ดังนั้น ต้องรอประเมินสถานการณ์และรับฟังปัญหาในการประชุมสัมมนาวันที่ 7 มี.ค. ก่อน จึงจะตัดสินใจได้ว่ามีจังหวัดใดบ้างที่สามารถจัดลงคะแนนได้

เตือนประชุมสภาเทียมอาจถูกสอย

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 09.00 น. นายสมชัยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “เชื่อว่ามีหลายฝ่ายสนับสนุนให้เรียกประชุมสภาเทียมในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคมนี้ ให้ประสบความสำเร็จครับ เพราะจะเป็นหลักฐานสนับสนุนให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม มีโอกาสถูกฟ้องให้เป็นโมฆะสูงขึ้น เนื่องจากการเลือกตั้งยังไม่เสร็จ แต่ผู้สมัครจำนวนหนึ่งได้ประกาศตัวเป็นว่าที่ ส.ส. มีการใช้ห้องประชุมรัฐสภา ประกาศตัวอย่างชัดเจน ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งส่วนที่ยังไม่เสร็จ แค่จัดเลี้ยงในการประชุมก็เป็นปัญหา อย่าไปนึกถึงเรื่องที่เป็นข่าวในนสพ.หรือทางทีวีช่องต่างๆ ที่จะเป็นหลักฐานผูกมัดเพิ่มเติมอื่นๆเลย ไม่ได้บอกให้เชื่อครับ”

ผู้ตรวจฯชงตีความเลือกตั้งโมฆะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มีการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณาคำร้องของนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากยังไม่มีการเลือกตั้ง 28 เขตภาคใต้ หากมีการจัดเลือกตั้ง จะทำให้มีวันเลือกตั้ง 2 วัน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 อีกทั้งการเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่เที่ยงธรรม มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การนับคะแนนเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ในทุกเขตเลือกตั้งที่สามารถเลือกตั้งได้ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่ไม่สามารถไปลงคะแนน ทำให้เกิดความไม่เที่ยงธรรม รวมทั้ง กกต.ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐ ก่อให้เกิดความได้เปรียบของผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 4 จังหวัด โดยออกประกาศหลายฉบับที่มีผลโดยตรงต่อการทำให้เกิดความไม่เสมอภาคและความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเป็นเอกฉันท์ 3 เสียงให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นของนายกิตติพงศ์ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

เด็ก พท.ยืนกรานจัดกิจกรรมในสภา

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ รองเลขาธิการนายก รัฐมนตรี และผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะจัดกิจกรรม “เปิดสภาเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” ที่รัฐสภา ในวันที่ 8 มี.ค. โดยเชิญพรรคการเมืองอื่นมาร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ลักษณะของการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นการไปขอจัดกิจกรรมในสภา แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ว่าพวกเราจะเริ่มเดินหน้าทำงานกันแล้ว ไม่ได้ทำงานในฐานะ ส.ส. เพราะยังไม่มีการรับรองจาก กกต. แต่ทำงานในฐานะอดีต ส.ส. ส่วนที่เลือกใช้ห้องประชุมสภา ไม่เลือกใช้ห้องกรรมาธิการหรือใช้สถานที่อื่น เพราะห้องประชุมสภาสามารถจุคนได้จำนวนมาก และเราต้องการไปแสดงเชิงสัญลักษณ์ ความจริงประชาชนทั่วไปสามารถใช้ห้องประชุมสภาได้ ยกตัวอย่างเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาดูงาน

แพลมถก “มาร์ค” ยุติปัญหาการเมือง

นายอำนวย คลังผา ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนและนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เตรียมเข้าเจรจากับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง ที่ผ่านมาได้ไปคุยกับอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แล้วหลายคน ในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย หรือมีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เบื้องต้นเตรียมเข้าพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรม “เปิดสภาเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” วันที่ 8 มี.ค.นี้ โดยจะนำข้อสรุปจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวไปหารือกับนายอภิสิทธิ์เพื่อหาทางออกร่วมกัน และสิ่งที่เร่งด่วนคือปัญหาของการเปิดประชุมสภาไม่ได้หลังพ้นการเลือกตั้งมาแล้ว 30 วัน

“พีรพันธุ์” โวรัฐบาลอยู่ได้อีก 6 เดือน

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับอายุของรัฐบาลรักษาการว่า อายุของรัฐบาลยังไม่หมด จะเอามาตรา 127 ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐบาลต้องพ้นสภาพภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้ง มากำหนดไม่ได้ เพราะมาตรา 127 ต้องใช้ในกรณีที่เหตุการณ์ปกติ แต่ครั้งนี้มันไม่ปกติ การเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ จึงเปิดสภาไม่ได้ ดังนั้นถือว่านายกฯ มีความชอบธรรมที่จะรักษาการไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ และถ้ามีปัญหาไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ให้ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 93 วรรค 6 คือให้ใช้เสียง 95 เปอร์เซ็นต์ หรือ 475 คน และถ้ายังไม่ครบอีก กกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 180 วัน รัฐบาลยังรักษาการไปอย่างน้อย 6 เดือน แต่ถ้าถึงเดือน ก.ค.แล้วยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ครบอีก กกต.สมควรไปผูกคอตาย ส่วนที่จะมีคนไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก็มีสิทธิ แต่ห่วงว่าจะมีการบิดเบือนกฎหมายทุกเรื่องที่นายกฯ กำลังโดนอยู่ วันนี้ถ้ากระบวนการยุติธรรมยังเชื่อถือไม่ได้ ประเทศจะเจ๊งแน่

นายกฯ รอศาล รธน.ชี้สถานะ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่หลายกลุ่มจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความสถานภาพรัฐบาล หลังครบ 30 วัน จากการเลือกตั้งว่า ต้องรอฟังคำวินิจฉัยรัฐบาลยึดถือตามหลักรัฐธรรมนูญที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ เพราะนายกฯ ในฐานะรักษาการต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องทำงานต่อไป ดังนั้นคงต้องรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน

ทีม ก.ม.รัฐสภาไม่ให้ใช้ห้องประชุม

ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา รักษาการประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ ภายหลังร่วมประชุมกับทีมกฎหมายรัฐสภา ที่มีนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานทีมกฎหมาย และนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เป็นรองประธาน เพื่อหารือถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยขอใช้ห้องประชุมรัฐสภา เพื่อเปิดประชุมหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองว่า ที่ประชุมมีความเห็นว่าระหว่างนี้ยังอยู่ระหว่างมี พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือว่าเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ และเป็นช่วงที่ไม่มีส.ส. จึงไม่อนุญาตให้ใช้ห้องประชุมรัฐสภา เพราะเกรงว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ การขอใช้สถานที่ครั้งนี้เป็นการขอใช้เพื่อหารือเรื่องปฏิรูป ไม่ใช่ประชุมรัฐสภาเทียม

ปชป.จัดคิวประชุมใหญ่ 28–29 มี.ค.

เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้น นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างวันที่ 28-29 มี.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ โดยจะมีกิจกรรมเน้นการปฏิรูปจาก 10 ชุมชนสู่ 10 พิมพ์เขียวประเทศไทย รวมถึงการเปิดสมัชชาประชาชนเพื่อนำเสนอการปฏิรูป 7 ด้านที่พรรคได้เสนอมาก่อนหน้านี้ จากนั้นจะนำเสนอข้อมูลนโยบายและการดำเนินงานของพรรค และจัดกลุ่มย่อยสมัชชาปฏิรูป 7 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. การขจัดทุจริตคอร์รัปชัน 2. ปฏิรูปการเลือกตั้งที่เป็นธรรม 3. การปฏิรูประบบราชการและการกระจายอำนาจ 4. การปฏิรูปเศรษฐกิจ 5. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปตำรวจ 6. ปฏิรูปการศึกษา 7. ปฏิรูปสื่อ ส่วนวันที่ 29 มี.ค. จะเป็นการจัดกิจกรรมภายในพรรค

แบะท่าพร้อมลงเลือกตั้งครั้งหน้า

นายชวนนท์กล่าวว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะ กรรมการ 4 ชุด ตามข้อบังคับพรรคใหม่ คือ 1.คณะกรรมการเขตพื้นที่ที่แยกย่อยมาดูแลพื้นที่ในแต่ละภาค 2. คณะกรรมการกลางพรรคประชาธิปัตย์ 3. คณะกรรมการสภาท้องถิ่นพรรค 4. คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายชุดใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปฏิรูปพรรคในรอบนี้เพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป และพรรคจะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายชวนนท์กล่าวว่า การลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลปลดล็อกเงื่อนไขความขัดแย้ง ทำให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเป็นทางออกประเทศได้ พรรคก็ยินดีเดินเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง การตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาเป้าหมายหนึ่งคือเอาชนะการเลือกตั้ง

ดักคอ “ปู” ทำทุกอย่างเพื่อหลุดคดี

นายชวนนท์กล่าวว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเป็นห่วงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำลังถูก ป.ป.ช.พิจารณาเอาผิดกรณีจำนำข้าว โดยวิเคราะห์ว่าสาเหตุนี้จะเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงขึ้น เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยจะใช้องคาพยพอื่นมาแก้ไขปัญหาคือ 1. การใช้ความรุนแรงข่มขู่คุกคามฝ่ายเห็นต่างเพื่อสร้างความกลัวให้ ฝ่ายตรวจสอบกลัวอิทธิพลมืด และปล่อย น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้พ้นผิด 2. ใช้ทุกทางลดความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระเช่น กรณีนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ซึ่งเป็นอดีตอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ลดความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมของไทย เหมือนการกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ข้าราชการคนหนึ่งรับใช้นักการเมืองจนได้เป็นรัฐมนตรีถึงกับย่ำยีองค์กรที่กำเนิดของตัวเอง 3. ใช้ข้อกฎหมายข่มขู่การทำงานของ ป.ป.ช. เพราะมีข่าวว่า นายสุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะยื่นถอดถอนนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. 4. การนำคนเสื้อแดงมาเป็นเกราะป้องกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพูดถึงการแบ่งแยกดินแดนเพื่อต่อรองกับกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยนำยุทธศาสตร์ลักษณะนี้มาใช้

“อภิสิทธิ์” ย้อนศรคำพูด “ชัยเกษม”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา-ธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ระบุว่าจำเป็นต้องรับคำวินิจฉัยของศาล แม้บางครั้งจะตัดสินว่าสุกรเป็นสุนัขก็ตามว่า ก็ยังดีที่นายชัยเกษมบอกว่าเคารพศาล แต่ไม่รู้ว่าเขาสมมติตัวอย่างด้วยเหตุผลใด ซึ่งที่ผ่านมาศาลชี้ว่าสุกรเป็นสุกร แต่พรรคเพื่อไทยยังบอกว่าเป็นสุนัขเลย

กวป.ยื่นสอบคุณสมบัติ 6 ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายมาลัยรักษ์ ทองชัย หรือศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ผ่านนายสุชาติ ฉิมน้อย ผอ.สำนักข่าวกรองและกิจกรรมพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. 6 คน ที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยนายมาลัยรักษ์กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. 6 คน ประกอบด้วย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ นายวิชา มหาคุณ นายใจเด็ด พรไชยา นายประสาท พงษ์ศิวาภัย นายภักดี โพธิศิริ และนายวิชัย วิวิตเสวี ที่มีพฤติกรรมเคลือบแคลงใจถึงที่มาของการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ว่าได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งหรือไม่ รวมทั้งทรัพย์สินของกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 6 คนมีจำนวนเท่าใด ขอให้ชี้แจงสังคมรับทราบด่วนภายใน 3 วัน หรือภายในวันที่ 8 มี.ค. ถ้าไต่สวนแล้วพบว่าไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ขอให้สำนักงาน ป.ป.ช.ยึดเงินเดือนของทั้ง 6 คนคืนสำนักงบประมาณ พร้อมดำเนินคดีเอาผิดทางอาญาเพราะเป็น ป.ป.ช.ปลอม แต่หากวันที่ 9 มี.ค. กรรมการป.ป.ช.ทั้ง 6 คนยังไม่ชี้แจง กวป.จะตาม ป.ป.ช.ไปทุกที่เพื่อไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้

ทนาย “ปู” เล็งคัดลอกสำนวน 11 มี.ค.

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.อนุญาตให้ทีมทนายความคัดลอกสำนวนพยานหลักฐานโครงการรับจำนำข้าวว่า ทีมทนายความจะเดินทางไปขอตรวจสำนวนการไต่สวนว่ามีพยานหลักฐานอะไรบ้างที่เป็นการระบุว่านายกฯละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการแก้ต่างคดี เพราะในใบแจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้ระบุพยานหลักฐานว่านายกฯละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ส่วนที่ ป.ป.ช.ระบุเงื่อนไขว่าหากมีมวลชนมาข่มขู่คุกคาม ป.ป.ช.อีก จะไม่ให้คัดลอกสำนวนพยานหลักฐานนั้น ถ้าไม่ให้คัดลอกก็ต้องดูว่ามีเหตุผลอย่างไร ยืนยันว่านายกฯไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกวป. จึงไม่มีอำนาจไปสั่งการใครได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปขอตรวจสอบสำนวนการไต่สวนของป.ป.ช.ในวันที่ 11 มี.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. โดยได้ติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไว้แล้ว

ยันจ่าย 2 หมื่นล้านไม่กระทบงบกลาง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการขอเลื่อนชี้แจงข้อกล่าวหาโครงการรับจำนำข้าวต่อ ป.ป.ช. ที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 14 มี.ค. ว่า ขอดูก่อน ขอฟังจากทางทีมงานก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลที่รัฐบาลดึงเงิน 20,000 ล้านบาท จากงบกลางไปจ่ายให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวจะส่งผลให้งบกลางไม่เหลือพอที่จะแก้ปัญหาเร่งด่วนเช่นภัยแล้งหรือไม่ นายกฯตอบว่า ในการคำนวณได้คำนึงแล้วเรื่องการดูแลประชาชนในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาภัยแล้งก็จะไม่มีผลกระทบ

“สมชัย” ระบุผู้รับผิดชอบใช้หนี้ค่าข้าว

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุถึงกรณีที่ กกต.ให้ความเห็นชอบให้รัฐบาลใช้งบกลาง 20,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวว่า “มีคนถามผมมาตลอดว่าเงินยืมงบกลาง 20,000 ล้าน หากไม่สามารถคืนคลังได้ภายใน 31 พ.ค. ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ขออนุญาตลำดับดังนี้ 1.การยืมดังกล่าวเป็นการยืมระหว่างส่วนราชการ คือกระทรวงพาณิชย์ยืมกระทรวงการคลัง ตามมติ ครม.ในการของบกลางเพื่อเป็นเงินทดรองราชการ และได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ย้ำว่าเห็นชอบไม่ใช่ อนุมัติ) ดังนั้น ผู้อนุมัติคือ ครม. ผู้ยืมคือกระทรวงพาณิชย์ 2.การลงนามยืมจึงเป็นการลงนามโดยส่วนราชการ (คาดว่าจะเป็นอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ) ซึ่งมีหน้าที่ส่งเงินคืนคลังให้ครบ 20,000 ล้าน ภายในวันที่ 31 พ.ค.2557 3.หากอธิบดีไม่สามารถส่งเงินคืนคลังตามกำหนด คงเป็นเรื่องที่ต้องชี้แจง ทวงถามจากกระทรวงการคลัง  และดำเนินการตามขั้นตอนของราชการทั้งทางวินัยและทางแพ่ง และ 4.ครม.ในฐานะผู้อนุมัติน่าจะมีความผิดในฐานะที่ตัดสินใจก่อให้เกิดผลเสียต่อรัฐ ซึ่งต้องไปฟ้องที่ ป.ป.ช. ส่วนกกต.ในฐานะผู้ให้ความเห็นชอบ คงถูกต่อว่าว่าเชื่อคนง่ายมั้งครับ”

ระดมเงินกองทุนช่วยเหลือชาวนา

สำหรับความเคลื่อนไหวการช่วยเหลือชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวในต่างจังหวัด ประกอบด้วยอุดรธานี อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร บึงกาฬ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ นครพนม สมุทรปราการ และปทุมธานี มีหลายภาคส่วนประกอบด้วย ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พร้อมด้วยผู้จัดการ ธ.ก.ส.ทุกสาขา ร่วมกันจัดโครงการรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา หาเงินเข้ากองทุนลักษณะการสมทบเงินเข้ากองทุนมี 3 รูปแบบ คือ กองทุนช่วยเหลือชาวนาแบบบริจาค แบบไม่มีผลตอบแทน และมีผลตอบแทน โดยกองทุนจะจัดสรรเงินให้ ธ.ก.ส.เพื่อจ่ายให้เกษตรกรตามมูลค่าข้าวเปลือกในใบประทวน ซึ่งการจัดสรรเงินให้ชาวนาจะเรียงลำดับตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับธ.ก.ส. เมื่อสิ้นสุดโครงการหากมีเงินเหลือ ผู้บริหารธ.ก.ส.จะนำเงินทั้งหมดไปบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรต่อไป

พาณิชย์เปิดบัญชีรับบริจาค

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงได้เชิญชวนบุคลากรทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ รวมทั้งพันธมิตรและเครือข่ายของกระทรวง ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนา โดยเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขากระทรวงพาณิชย์ ชื่อ “กองทุนร่วมใจช่วยเหลือชาวนา (กระทรวงพาณิชย์)” ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 385-0-12503-3 รวมทั้งตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนา ณ สำนักงานกระทรวงพาณิชย์ในภูมิภาคทุกจังหวัด และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งจะรณรงค์ขอรับบริจาคเงินตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นำเงินที่ได้ทั้งหมดไปให้ชาวนาทั่วประเทศ ผ่านกองทุนช่วยเหลือชาวนาของ ธ.ก.ส.ต่อไป

“จารุวรรณ” สมัครชิง ส.ว.กทม.

ด้านบรรยากาศการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.เป็นวันที่ 3 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ส.ว.กทม.ว่า ตลอดทั้งวันมีผู้มายื่นใบสมัครเพียง 5 รายได้แก่ ว่าที่ พ.ต.อาชว์ โครงกาพย์ อาชีพธุรกิจส่วนตัว นายอรุณ คนหลัก อดีตข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข น.ส.ปิยะสุดา แพ่งสภา อาจารย์มหาวิทยาลัย นางตรีรัตน์ เซ่งไพเราะ ภรรยานายวัฒนา เซ่งไพเราะ อดีต ส.ส.กทม. และคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทั้งนี้ตอนแรกคุณหญิงจารุวรรณเดินทางมาสอบถามรายละเอียดพร้อมแจ้งว่าจะสมัครวันที่ 7 มี.ค. แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลา 16.09 น. คุณหญิงจารุวรรณซึ่งนั่งรออยู่ที่ห้องทำงานของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ได้เดินมายื่นใบสมัครทันที เนื่องจากถึงคิวผู้สมัครที่จะได้หมายเลข 8

ยอดสมัคร 3 วันมี 298 คน

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ว. เป็นวันที่ 3 ว่า มีผู้มาสมัครทั้งสิ้น 35 คน ทำให้มีผู้สมัคร ส.ว.รวมทั้งสิ้น 298 คน โดย จ.พะเยา ที่เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ยังไม่มีผู้สมัคร ปรากฏว่า นายไพรัตน์ ตันบรรจง อดีตนายก อบจ.พะเยา เดินทางมาลงสมัคร ทำให้ตอนนี้มีผู้สมัคร ส.ว.ครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว ส่วนปัญหาที่มีผู้สมัครเพียงรายเดียวในบางจังหวัดนั้น หลักการจัดการเลือกตั้ง ส.ว.เป็นเช่นเดียวกันกับการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไรก็ตาม คงเป็นไปได้ยากมากที่จะมีผู้สมัครเพียงคนเดียว เนื่องจาก ส.ว.ต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนชาวไทยในการตรวจสอบข้าราชการและกลั่นกรองกฎหมาย “ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่กลุ่มมวลชนต่างๆออกมาให้ข่าวว่าจะไม่ดำเนินการขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ว. และจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี หลังจากนี้ กกต.จะเริ่มรณรงค์เพื่อให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เชื่อว่าการเลือกตั้ง ส.ว.จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย”

สตช.งัดแผนดูแลความเรียบร้อย

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยในการเลือกตั้ง ส.ว.วันที่ 30 มี.ค.ว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้ใช้แผนพิทักษ์เลือกตั้ง 57 โดยให้จัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับ ตร. ระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับโรงพัก ให้ดำเนินการตามที่ กกต.ร้องขอมา โดยดำเนินการอำนวยการ ควบคุม สั่งการ และประสานงาน โดยเฉพาะการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่เลือกตั้ง สถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง และสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง

นายกฯไปอีสานประชุมแก้ภัยแล้ง

เมื่อเวลา 09.15 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมรัฐมนตรีหลายคน เดินทางด้วยเครื่องบินแอมแบร์ออกจากสนามบิน ขส.ทบ.ดอนเมือง ไปปฏิบัติภารกิจที่ภาคอีสาน โดยเป็นประธานการประชุม ผวจ.ภาคอีสาน เพื่อเตรียมพร้อมแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า จากรายงานของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์เรื่องน้ำต้นทุนพบว่าดีกว่าปีที่แล้ว และปีนี้ภัยแล้งเริ่มช้ากว่าปีก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องน้ำต้นทุนคิดว่าเราพอมี โดยเฉพาะน้ำที่ใช้เพื่ออุปโภคบริโภค เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา สำหรับในเขตชลประทานคิดว่าสามารถรองรับได้ในการปลูกข้าวรอบแรก คนละหนึ่งรอบ แต่ในรอบที่สองอาจมีปัญหาเรื่องบริหารจัดการ ต้องดูความจำเป็นแต่ละพื้นที่ จึงขอความร่วมมือประชาชนที่จะเริ่มปลูกข้าวนาปรังรอบที่สองขอให้หารือเรื่องผลกระทบนี้ด้วย เพราะเราอาจมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ อยากจะขอให้เลี่ยงในการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นที่สามารถทนน้ำได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ

แวะกราบสักการะหลวงปู่มั่น

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายกฯเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมืองสกลนคร แล้วเดินทางไปวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ริมหนองหาน โดยพระเทพสิทธิโสภณ เจ้าอาวาส ผูกสายสิญจน์พร้อมกล่าวให้พรว่า ขอให้อยู่เป็นนายกฯไปนานๆ ให้อดทน ไม่มีใครในโลกที่ไม่ถูกนินทา อย่าไปไหนเน้อ นั่งเก้าอี้เดิม ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ถูกนินทาหนักมาก ใช้ความอดทนมาก จากนั้นได้เดินทางไปที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมืองสกลนคร กราบสักการะรูปเหมือนพระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) พร้อมกันนี้พระราชวิสุทธินายก เจ้าอาวาส ได้มอบองค์พระหลวงปู่มั่นจำลองให้กับนายกฯไว้เป็นสิริมงคล จากนั้นนายกฯเดินทางไปพักค้างแรมที่โรงแรมริเวอร์ซิตี้ ในตัวเมืองมุกดาหาร ระหว่างทางได้แวะสักการะพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

โอดไม่สบาย-พกยาเต็มรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯจะขึ้นรถออกจากพระธาตุเชิงชุมวรวิหารไปยังวัดป่าสุทธาวาส ได้หันมาพูดคุยกับสื่อมวลชนว่า “ไม่สบาย ไอ ยาเต็มรถเลย ทีแรกคิดว่าจะไม่มาแล้ว แต่ผู้สื่อข่าวและมวลชนมารอแล้ว และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเตรียมงานหมดแล้ว กลัวรอเก้อ” สำหรับการรักษาความปลอดภัยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 กองร้อย แบ่งเป็นชุดอำนวยการ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดควบคุมฝูงชน ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษติดอาวุธ กองร้อยน้ำหวาน หน่วยรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และเตรียมกำลังทหารอากาศและทหารบกในพื้นที่ไว้ 1 กองร้อยเสริมกรณีฉุกเฉิน โดยนายกฯใช้รถยนต์ตู้โฟล์กสีดำ ทะเบียน ฮภ 2924 กรุงเทพมหานคร เป็นรถประจำตำแหน่งและรถกันกระสุน ซึ่งทุกจุดที่นายกฯไปจะมีประชาชนคนเสื้อแดงมารอต้อนรับ ทั้งมอบดอกไม้และผูกผ้าขาวให้กำลังใจ บางคนเข้าสวมกอด และหลายคนตะโกนให้นายกฯสู้ๆ

7 มี.ค. 2557 07:44 ไทยรัฐ