วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยอดเอสเอ็มอีจ่อเลิกกิจการพุ่ง การเมืองพ่นพิษลอตเตอรี่-ก่อสร้างแนวโน้มอ่วมสุด

ยอดเอสเอ็มอีจ่อเลิกกิจการพุ่ง การเมืองพ่นพิษลอตเตอรี่-ก่อสร้างแนวโน้มอ่วมสุด

  • Share:

นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจกิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประจำเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง รวมถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก ที่ส่งผลทั้งในด้านการใช้จ่ายภายในประเทศ การลงทุนภาคเอกชน การผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ พบว่า การส่งออกของกลุ่มสินค้าเอสเอ็มอีเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีมูลค่า 157,396 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา 10% และเพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา 9.42% โดยมูลค่าการส่งออกของเอสเอ็มอี ต่อมูลค่าการส่งออกรวมคิดเป็น 27.23% โดยตลาดส่งออกหลักได้แก่ จีน มูลค่า 20,486 ล้านบาท รองลงมาคือญี่ปุ่น 15,936 ล้านบาท สหรัฐฯ มูลค่า 12,927 ล้านบาท “ตลาดหลักสำคัญของเอสเอ็มอีเกือบทุกประเทศมีการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น ยกเว้นอินโดนีเซียที่หดตัวลงเล็กน้อย”

สำหรับการจัดตั้งและยกเลิกกิจการเอสเอ็มอี พบว่ามีกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ จำนวน 5,317 ราย หดตัวลงจาก เดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็น 35% แต่เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ขยายตัวเพิ่มขึ้น  คิดเป็น 83% ขณะที่การจดทะเบียนยกเลิกกิจการ มีจำนวน 1,420 ราย ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็น 18% แต่เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา หดตัวลง คิดเป็น 69% ประเภทกิจการที่มีการยกเลิกมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่, กิจการก่อสร้างอาคารไม่ใช่ที่พักอาศัย, กิจการ อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพื่อพักอาศัย, กิจการขนส่งและขนถ่ายสินค้า และกิจการให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการ

นายปฏิมากล่าวว่า ในเรื่องการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าของเอสเอ็มอีพบว่า มีมูลค่า 188,359 ล้านบาท หดตัวลงจากระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา 26% มูลค่าการนำเข้า คิดเป็นสัดส่วน 28.24%

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้