วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตัวทำลาย

โดย บี บางปะกง

และแล้ว...ประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลบ้านเราไม่อยากจดจำมันก็เกิดขึ้นจนได้!

กับการตกรอบคัดเลือกของทีมชาติไทย ในศึกเอเชียนคัพแบบไม่มีแม้แต่คะแนนเดียว หลังโดนเลบานอนบุกมาถล่มพ่ายคาบ้านถึง 2-5 ซึ่งเป็นสกอร์เดียวกับที่โดนมาในนัดแรกที่กรุงเบรุต เมื่อปีก่อน

ต้องยอมรับว่าแมตช์นี้เราสู้เลบานอนไม่ได้จริงๆครับ โดยเฉพาะแนวรับเปื่อยยุ่ย อ่อนปวกเปียก ไม่มีสภาพ อันเป็นผลพวงมาจากการถอนตัวของบรรดาแผงหลังตัวหลักๆ บวกกับการเตรียมทีมซึ่งมีเวลาเพียงน้อยนิด ผิดกับทีมเยือนที่เล่นอย่างมุ่งมั่นและมีการเตรียมทีมที่พร้อมมากกว่าเรา เพราะเขามาปักหลักฝึกซ้อมอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณน้องๆนักเตะทุกคนที่พยายามสู้อย่างเต็มที่ตามสภาพที่มี อย่างน้อยพวกเขาก็เห็นความสำคัญของการติด “ทีมชาติ” ที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใด ซึ่งนี่คือเกียรติและศักดิ์ศรีสูงสุดของการเกิดมาเป็น  “นักฟุตบอล” แล้ว

โดยเฉพาะ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ที่ต้องขอชื่นชมเป็นพิเศษ เพราะเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท กระตือรือร้น ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่อยู่ในสนาม แม้จะถูกเรียกมาเสริมทีมในภายหลังก็ตาม

ส่วน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ประเดิมไม่สวยในการรับบทกุนซือทีมชาติชุดใหญ่ ก็ต้องบอกว่าทุกอย่างคือการเรียนรู้ ที่เขาจะต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขสำหรับการเตรียมทีมชาติชุดเอเชียนเกมส์ ซึ่งมีเวลาอีกราวๆ 6 เดือน

อีกเรื่องที่ต้องขอพูดถึงสำหรับฟุตบอลแมตช์นี้ที่ผมมีโอกาสไปนั่งชมเกมในสนามราชมังคลาฯ และเห็นถึงพฤติกรรมของแฟนบอลกลุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคา แล้วเอาพลุไฟเข้ามาจุดในสนามอย่างโจ๋งครึ่มตลอดทั้งเกม

ความจริงแสงสีของพลุไฟเหล่านี้มองเผินๆมันก็ดูสวยและเร้าใจดี แต่นั่นแหละครับมันคือความอันตรายใกล้ตัว และก่อให้เกิดความเสียหายในสนามอย่างที่ท่านคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเรื่องของอัคคีภัย ไฟไหม้เก้าอี้นั่ง และลู่ตาตั้นยางสังเคราะห์

จะจงใจหรือไม่จงใจ แต่กรณีนี้เปรียบเสมือนการทำลายทรัพย์สินทางราชการที่แฟนบอลกลุ่มนี้สมควรตระหนัก เพราะความสะใจของท่านมันไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้นเอาเสียเลย

เพราะทุกครั้งที่มีการจุดพลุไฟในสนาม สมาคมลูกหนังก็จะถูกปรับเงินจากทาง เอเอฟซีเป็นเรือนแสน ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียหายให้กับทาง กกท.

บางคนในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กโพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ในทำนองว่า “ช่างมัน ฉันไม่แคร์ ปรับเงินสมาคมไม่ได้ปรับเงินกูนี่หว่า แล้วไอ้ที่เสียหายมันก็เป็นของหลวงมาจากภาษีประชาชนทั้งนั้น” ซึ่งถ้าคิดได้แค่นี้ก็ต้องถือเป็นพวกสมองกลวง

คนจำพวกนี้แฟนบอลน้ำดีทั้งหลายจะต้องช่วยกันประณามและต่อต้านให้หนัก ต่อไปอย่าให้ย่างกรายเข้ามาสู่สนามฟุตบอล

เพราะนี่คือ “ตัวป่วน” ที่จ้องทำลายภาพลักษณ์บอลไทยให้ป่นปี้ เพียงแค่สนอง อารมณ์-ความมันของตัวเองและพวกพ้อง

แค่นั้นเอง!!!

บี บางปะกง

และแล้วประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลบ้านเราไม่อยากจดจำมันก็เกิดขึ้นจนได้! กับการตกรอบคัดเลือกของ.. 7 มี.ค. 2557 01:54 7 มี.ค. 2557 09:41 ไทยรัฐ