วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค'ย้ำ'ปู'ปิดทางแก้ปัญหา ขอการเมือง คุยหาทางออก

'มาร์ค'ย้ำ'ปู'ปิดทางแก้ปัญหา ขอการเมือง คุยหาทางออก

  • Share:

"มาร์ค" ย้ำ "ปู" ปิดทางแก้ปัญหาทุกประตู สวนทางคำพูด ไม่ให้ราคา "เฉลิม" เจรจา จี้นายกฯทำเอง ชี้ แม้วุฒิฯทำหน้าที่แทนนิติบัญญัติใช้ ม.7 ก็วุ่นไม่จบ ขอฝ่ายการเมืองคุย หาทางออก

วันที่ 6 มี.ค. เมื่อเวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า หลังวันที่ 3 เม.ย. จะไม่มีรัฐบาลรักษาการว่า ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการตีความข้อกฎหมายว่าอย่างไร เพราะถ้าจะรอให้ศาล หรือ องค์กรอิสระ จะชี้แต่ละคดี คงเป็นไปได้ยาก เพราะในที่สุด ต้องมีการแก้ไขปัญหาทางการเมือง แต่แทนที่รัฐบาลหรือนายกฯ จะช่วยนำการเมืองมาแก้ไขปัญหา กลับทำตัวเป็นอุปสรรคทุกด้าน แม้ในบทบาทที่ศาลทำได้ กลับเป็นว่า มีการไปปลุกระดมมวลชน ให้ไม่ยอมรับอำนาจศาล หรือ อำนาจองค์กรอิสระ

ขณะที่มวลชนซึ่งชุมนุมโดยสงบก็กลับมีการสร้างสถานการณ์ใช้ความรุนแรงเอากำลังมาทำร้ายกัน จึงขอเรียกร้องว่า ขบวนการทางการเมืองต้องไม่เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหา เพราะกฎหมายและมวลชนตอบทุกอย่างไม่ได้ ต้องมีการตกลงกันจึงจะเดินหน้าไปได้ แต่ขณะนี้รัฐบาลกลับปิดทุกประตู จากที่เคยพูดว่าจะเปิดทุกประตู

"วันนี้เค้าโคลส เอเวอร์รี่ ดอ" จึงต้องถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเปิดทุกประตู และระบุว่า หลายเรื่องจะเดินลำบาก แต่กลับไม่ช่วยแก้ปัญหาเลย กลับพร้อมมายืนขวางทุกทาง เพื่อรักษาอำนาจไปเรื่อยๆ และท้าทายว่า แน่จริงก็มาเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่ความประสงค์ของคนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าบนกติกาที่ทุกคนยอมรับรู้ทัน

เมื่อถามว่า สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่มีเจตนาที่ต้องการล้มกระดานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลทำเหมือนกับว่า ถ้าตัวเองอยู่ได้และทำในสิ่งที่ต้องการสำเร็จก็ทำ แต่ถ้าไม่สำเร็จก็หาทางให้ล้มแบบมีปัญหา เป็นยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่คิดว่า จะได้ประโยชน์ เพราะหากทำสำเร็จก็ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าไม่สำเร็จก็หวังพลิกสร้างสถานการณ์ว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตยที่ถูกรังแก ถูกทำลาย โดยไม่คิดถึงประโยชน์ของบ้านเมือง ที่ต้องหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน จึงเหมือนมีแผน 3 ขั้น ที่ยืนยันว่า 1.ออกไม่ได้ 2.ต้องเลือกตั้งให้เสร็จ 3.ผู้ชุมนุมต้องกลับบ้าน ทั้งที่รู้ว่า เป็นไปได้ยาก แต่ก็ยื้อเอาไว้ เพราะระหว่างที่ไม่สำเร็จก็อยู่รักษาการต่อไป

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงความไม่ชัดเจนในสถานะของรัฐบาลรักษาการว่า ยังคงมีสถานะหรือสิ้นสภาพไปแล้วว่า หากจะนำประเพณีปฏิบัติมาอ้างเพื่อปรับใช้ ก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ถูกโต้แย้งได้เช่นกัน ที่สุดก็หนีไม่พ้นที่ฝ่ายการเมืองต้องเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เสนอตัวจะเป็นคนเจรจากับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส. ก็ไม่มีประโยชน์เพราะไม่ใช่ผู้นำรัฐบาล ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ก็ไม่ต่างจากกรณีที่นายกฯส่งนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ไปเจรจากับ กกต.เพื่อหาทางออกการเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถหาทางออกได้ เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่มีอำนาจออกพระราชกฤษฎีกา น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงควรมาเจรจาเอง แม้ว่าเบื้องหลัง จะมีคนอื่นควบคุมอยู่ แต่เป็นผู้มีอำนาจทางกฎหมาย ทั้งนี้ ตนห่วงประเทศที่กำลังเดือดร้อน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังยื้อเพื่อประโยชนของตัวเองก็มองไม่เห็นว่า จะยื้อไม่ได้ตลอดไป และไม่ได้ตามต้องการอย่างไร รังแต่จะเพิ่มคดีที่ต้องตีความเพิ่มอีก เช่น หาก ป.ป.ช.ชี้มูล แล้วต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องมีการส่งเรื่องตีความอีกเรื่องการพ้นจากรักษาการ ต้องเถียงกันอีกว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะศาลไม่มีหน้าที่บอกว่าต้องทำอะไรต่อ แต่มีหน้าที่ตัดสินข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เท่านั้น

รับแม้วุฒิสภาทำหน้าที่แทนนิติบัญญัติ ชงใช้ ม.7 ก็ไม่จบเมื่อถามต่อว่า สถานภาพของ ส.ว.ถือว่า เป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติได้ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาได้ เฉพาะในเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่ถ้ามีเงื่อนไขที่ไม่มีการระบุในรัฐธรรมนูญ วุฒิสภาก็อยู่ในสถานะใกล้เคียงที่สุด ในการทำหน้าที่นิติบัญญัติ

เมื่อถามย้ำว่า ส.ว.สามารถเสนอชื่อนายกฯตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็จะมีการถกเถียงกันอีก อย่างไรก็ตาม หากสามารถเสนอชื่อได้ ก็จะมีปัญหา เพราะในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า นายกฯต้องมาจาก ส.ส. เพราะเวลานี้ไม่มี ส.ส.อยู่แล้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้