วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรีนพีซชี้ 'EHIA' ท่าเทียบเรือถ่านหิน-โรงไฟฟ้ากระบี่ 'ไม่รอบด้าน'

'กรีนพีซ' จัดเสวนาวิพากษ์ EHIA ท่าเทียบเรือถ่านหิน-โรงไฟฟ้ากระบี่ ชี้ รายงานยังไม่ครอบคลุมผลกระทบทุกด้าน ระบุ เส้นทางระหว่างท่าเรือ-โรงไฟฟ้า กระทบสิ่งแวดล้อม ชาวบ้าน และการท่องเที่ยว ขณะที่นักวิชาการยืนยันไทยใช้ไฟฟ้าปี 56 เพียง 26,598 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าแผนพีดีพีถึง 845 เมกะวัตต์...



เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 57 น.ส.จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า จากการตรวจสอบรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการท่าเทียบเรือถ่านหินบ้านคลองรั้ว และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ขนาด 870 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเตรียมเปิดเวทีรับฟังทบทวนรายงาน EHIA ฉบับนี้รอบสุดท้าย เพื่อพิจารณาด้านเส้นทางการขนส่งถ่านหินในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ก่อนที่บริษัทที่ปรึกษา ซึ่งรับผิดชอบโดย บริษัท ทีมคอนซัลติ้ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จะส่งให้ กฟผ.นำเสนอรายงานไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอน


ทั้งนี้ หากผ่านขั้นตอนเหล่านี้ก็จะเดินหน้าก่อสร้างได้ทันที แต่จากการติดตามการจัดทำรายงาน EHIA พบว่า รายงานมีการประเมินผลกระทบที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ที่ประเมินชนิดพันธ์ุของสิ่งมีชีวิตไม่ครบถ้วน และกำหนดรัศมีการศึกษาเพียงในระยะ 5 กิโลเมตร จากจุดที่มีการสร้างท่าเทียบเรือและโรงไฟฟ้า ทำให้การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครอบคลุมสภาพแวดล้อม ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบทั้งหมด เช่น กลุ่มนกในพื้นที่โครงการ 5 กิโลเมตร มีแค่ 91 ชนิด แต่ในพื้นที่ชุ่มน้ำกระบี่ มากถึง 221 ชนิด นอกจากนี้ ยังขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

น.ส.จริยา กล่าวต่อว่า ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วที่เป็นจุดจอดเรือขนถ่านหิน เพื่อขนไปยังโรงไฟฟ้าถ่านหินมากกว่า 2.5 ล้านตันต่อปี จะกระทบกับสิ่งแวดล้อมตลอดเส้นทางขน รวมระยะทาง 8.4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งทรัพยากรสำคัญอยู่มากมาย ทั้งป่าชายเลนผืนใหญ่ และอยู่ในขอบเขตของพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติปากน้ำกระบี่ ที่ขึ้นทะเบียนของโลกในปี 2554 ซึ่งทางกลุ่มท้องถิ่นในกระบี่ได้ทำหนังสือแสดงความกังวลถึงผลกระทบดังกล่าว ไปยังสำนักงานเลขาธิการแรมซ่าร์แล้ว นอกจากนี้ บริเวณเกาะศรีบอยา ยังมีแหล่งหญ้าทะเลแปลงใหญ่ 2 หมื่นไร่ ที่เป็นอาหารของพะยูนที่เหลือเพียง 12 ตัว และสัตว์น้ำอื่นๆ ที่มีความอ่อนไหวต่อการขุ่นของน้ำจากตะกอนถ่านหิน รวมทั้งแหล่งสุสานหอยล้านปี ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากโครงการนี้



ด้านนายธีรพจน์ กษิรวัฒน์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า หากโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วเกิดขึ้น ก็ต้องมีเส้นทางขนส่งถ่านหิน ที่ต้องผ่านเกาะลันตา แหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากโซนยุโรป โดยเฉพาะชาวสวีเดนที่เดินทางมามากกว่า 40,000 คนต่อปี ทำรายได้เข้าเกาะลันตา 1,400-1,800 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจากการสำรวจความเห็นของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว ส่วนมากจะไม่มาเที่ยวอีก หากมีโครงการท่าเทียบเรือและต้องมีการขนส่งถ่านหินผ่านเกาะลันตา เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาจะมาพักผ่อนต้องการความสงบ จึงเห็นว่า หากเป็นเช่นนี้ ลักษณะการท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนรูปแบบและเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ นอกจากนี้ ยังกระทบกับเส้นทางเชื่อมของพะยูน และม้าน้ำที่อาจจะหายไปด้วย รวมถึงการทำประมงในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็ยังไม่ทราบข้อมูล ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้ที่จะทราบมีอยู่ในวงแคบๆ เท่านั้น ซึ่งทาง กฟผ.ก็ไม่เคยให้ข้อมูลที่รอบด้าน และไม่เคยบอกว่าจุดที่เป็นเส้นทางขนส่งถ่านหินอยู่ใกล้กับเกาะพีพี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแหล่งหนึ่งของ จ.กระบี่ด้วย



ส่วนนายศุภกิจ นันทะวรการ นักวิชาการอิสระ มูลนิธินโยบายสุขภาวะ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยใช้ไฟฟ้ารวมกันทั้งประเทศเมื่อปี 2556 แค่ 26,598 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าแผนพีดีพีที่วางไว้ 27,434 เมกะวัตต์ ถึง 845 เมกะวัตต์ เท่านั้น ขณะที่ภาคใต้ใช้ไฟฟ้ารวมกันแค่ 2,135 เมกะวัตต์ โดยจังหวัดสงขลาใช้ไฟฟ้าร้อยละ 23 สุราษฎร์ธานีใช้ไฟฟ้าร้อยละ 16 ภูเก็ตใช้ไฟฟ้าร้อยละ 14 และจังหวัดกระบี่ใช้ไฟฟ้าร้อยละ 6 เท่านั้นขณะที่ภาคใต้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมด 2,135 เมกะวัตต์ จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มฐานการผลิตไฟฟ้าที่เกินความต้องการ นอกเสียจากมีแผนการที่จะใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินมารองรับอุตสาหกรรมหนักที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับหลายพื้นที่แล้ว

 

'กรีนพีซ' จัดเสวนาวิพากษ์ EHIA ท่าเทียบเรือถ่านหิน-โรงไฟฟ้ากระบี่ ชี้ รายงานยังไม่ครอบคลุมผลกระทบทุกด้าน ระบุ เส้นทางระหว่างท่าเรือ-โรงไฟฟ้า กระทบสิ่งแวดล้อม ชาวบ้าน และการท่องเที่ยว ขณะที่นักวิชาการยืนยันไทยใช้ไฟฟ้าปี 56 เพียง 26,598 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าแผนพีดีพีถึง 845 เมกะวัตต์...

 6 มี.ค. 2557 17:50 7 มี.ค. 2557 09:16 ไทยรัฐ