วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ปู' ยันรอฟังคำวินิจฉัยศาล ย้ำทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่

'ปู' ยันรอฟังคำวินิจฉัยศาล ย้ำทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่

  • Share:

"ยิ่งลักษณ์" ยันรอฟังคำวินิจฉัยศาล ย้ำทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่ เผยคุยทหารบ่อยแก้ปัญหาร่วมกัน เชื่อไม่มีปฏิวัติ ปัด "ทักษิณ" เบื้องหลังความวุ่นวายการเมือง ขอดูเลื่อนแจงจำนำข้าวก่อน ยันดึงงบกลางจ่ายชาวนา ไม่กระทบงบแก้ปัญหาเร่งด่วน

วันที่ 6 มี.ค.57 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่หลายกลุ่มพยายามยืนศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความสถานภาพของรัฐบาล หลังครบ 30 วันจากการเลือกตั้งว่า ต้องรอฟังคำวินิจฉัยและเราได้ยึดถือตามหลักรัฐธรรมนูญที่เราต้องปฏิบัติหน้าที่ เพราะนายกรัฐมนตรีในฐานะรักษาการต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องทำงานต่อไป ดังนั้นคงต้องรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการที่พบปะหารือร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมีกระแสข่าวว่าเป็นการเคลียร์ใจกันในหลายประเด็นจะชี้แจงอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะตนในฐานะรมว.กลาโหมมีเรื่องต้องพูดคุยกันทั้งเรื่องของความมั่นคงและการประชุมสภากลาโหม ซึ่งเกิดขึ้นเป็นระยะอยู่แล้ว ถือเป็นตามวาระปกติ จึงเป็นโอกาสให้ได้พูดคุยกันกับทาง ผบ.เหล่าทัพ เพราะคงต้องพูดคุยกันให้เกิดความชัดเจนในแง่ของความกังวลใจ ซึ่งความกังวลใจในส่วนของกองทัพเองก็ไม่ต่างจากความกังวลใจของตนในฐานะ รมว.กลาโหม และในส่วนของรัฐบาลด้วยเช่นกัน และเราก็ร่วมมือกันทำงานให้เกิดความสงบ

เมื่อถามว่า การหารือบ่อยครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับกระแสการปฏิวัติใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีหรอกค่ะ เพราะด้วยสถานการณ์นี้เชื่อว่าเหตุการณ์ต่างๆ เราพยายามที่จะรักษาความสงบ เชื่อว่าไม่มีใครที่อยากจะไปถึงให้เกิดความรุนแรงหรือปฏิวัติ เพราะไม่มีประโยชน์ รวมถึงการยอมรับของต่างชาติด้วย ตนเชื่อมั่นว่าถ้าเราช่วยกันแก้ไข พูดคุยกันบ่อยๆ ก็น่าจะเป็นทางออกมากกว่าการที่เราไม่ได้พูดจากัน และทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกันและมีความรุนแรงเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ทางกองทัพมีความกังวลใจเรื่องใดที่อยากให้ทางการเมืองช่วยดูแล นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของความมั่นคงที่เราต้องให้ทางศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ดูแลความปลอดภัย ของประชาชนทั่วไป ทั้งผู้ชุมนุมและผู้ที่สัญจรไปมา ซึ่งส่วนนี้ต้องเพิ่มมาตรการและปรับมาตรการเรื่องจุดตรวจต่างๆ เพื่อให้เป็นการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ

เมื่อถามว่า ในการหารือร่วมกับเหล่าทัพผู้บัญชาการทหารเรือได้ชี้แจงเรื่องหน่วยซีลที่ถูก นำมาพาดพิงการเมืองกับเหตุการณ์ที่ไม่สงบในปัจจุบันหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพเรือต้องทำตามหน้าที่ ถ้ามีรายละเอียดต่างๆ ก็ต้องว่ากันตามข้อเท็จจริง ทั้งหมดนี้คงต้องยึดกติกา ส่วนของทหารเรือก็เป็นอำนาจของทหารเรือเอง และขณะนี้ทางทหารเรือได้มีการสอบข้อเท็จจริงอยู่แล้ว คงเป็นไปตามขั้นตอนปกติ

เมื่อถามย้ำว่า จุดยืนของกองทัพคือจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ยุ่งเกี่ยว กองทัพไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง กองทัพมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงเมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยและเคลียร์ถึงปัญหาสปป.ล้านนา หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ต้องเคลียร์ เพราะตนได้ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน ว่าเราจะร่วมกันในการปกป้องไม่ให้มีเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเท่านั้น ขอว่าเวลานี้เราน่าจะหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว เพราะยิ่งพูดจะยิ่งทำให้เป็นแผลแตกแยกในใจ และเราเองก็ไม่มีคนไทยคนไหนที่อยากจะแยกประเทศ เรารักกัน จริงๆ แล้วบนความเห็นที่แตกต่างเราก็ยังเชื่อว่ายังมีความเป็นไทยอยู่ด้วยกัน

"ตนเชื่อว่าความที่เราเป็นคนไทยจะช่วยกันแก้ปัญหานั้นๆ ได้ ดังนั้นอยากจะขอให้อย่าพูดเรื่องนี้เลย เพราะเหตุการณ์ต่างๆ อาจจะต้องดูในลักษณะของแก้ปัญหาที่ต้นทางมากกว่าที่จะมาลดความเห็นที่แตกต่าง การพูดที่จะนำไปสู่ความแตกแยก และการให้ทุกคนได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายกฯได้รับการชี้แจงจากคนในรัฐบาลและคนในพรรคเพื่อไทยที่พูดเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน แต่ทุกคนได้ยืนยันเหมือนกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่าคิดว่านายกฯจะยืนในสถานการณ์แบบนี้ไปอีกนานหรือไม่ เพราะประเทศไทยดูเหมือนแย่ไปมากแล้ว นายกฯ กล่าวว่า คงจะต้องถามทุกคนด้วย เพราะเราเองเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่ทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันต่างหาก การที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้า ทุกอย่างทุกทิศทางจะเดินได้ต้องอาศัยความรักความสามัคคี การให้อภัยเอื้ออาทรต่อกัน ความเป็นไทยและความจงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่เราจะทำให้ท่านสบายพระทัย

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ออกมาพูดถึงแนวบังเกอร์ทหาร โดยให้ติดดอกไม้หรือผ้าม่านสีชมพู หลังจากมีข้อทวงติงว่าแนวบังเกอร์ทหารส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องการปรับแนวบังเกอร์ถือเป็นเรื่องที่พูดคุยกันตามปกติ เรามองว่าเมื่อผู้ชุมนุมมีการปรับพื้นที่ไปอยู่ในส่วนลุมพินี ดังนั้นในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะราชประสงค์ยังมีบังเกอร์อยู่จึงได้มีการหารือกับผบ.ทบ.ว่าเป็นไปได้ไหมที่จะปรับแนวบังเกอร์ในพื้นที่เศรษฐกิจ เพราะหากนักท่องเที่ยวมาเห็นบังเกอร์ที่มีลักษณะคล้ายค่ายทหารคนจะหวาดกลัว จึงบอกไปว่าถ้าเป็นไปได้ช่วยกรุณาปรับให้ต่างชาติมาแล้วจะไม่มีความกังวล ขณะเดียวกันให้คงในเรื่องการดูแลความปลอดภัยอยู่

เมื่อถามว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของนายกฯ อยู่เบื้องหลังสถานการณ์ความวุ่นวายทั้งหมด นายกฯปฏิเสธให้ชัดได้หรือไม่ว่าไม่จริง นายกฯ กล่าวว่า ไม่จริงหรอกค่ะ ดิฉันเองก็ทำหน้าที่ของดิฉัน ณ วันนี้ทุกคนก็เห็นอยู่ ขอให้เชื่อมั่นซึ่งกันและกันเถอะค่ะ ขออย่าให้ไปมองอย่างนั้นอย่างนี้เลยถ้าเรามองในจุดที่มันเป็นบวกบ้าง เราก็คงมีอะไรดีๆ และเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯ จะขอเลื่อนการชี้แจงข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 14 มี.ค. ว่า ขอดูก่อน ขอฟังจากทางทีมงานก่อนเมื่อถามว่า วันนี้มีความกังวลที่รัฐบาลดึงเงิน 2 หมื่นล้านจากงบกลางไปจ่ายให้ชาวนาจากโครงการรับจำนำข้าวจะส่งผลให้งบกลางไม่เหลือพอที่จะแก้ปัญหาเร่งด่วนเช่น ภัยแล้ง นายกฯ กล่าวว่า ในการคำนวณเราได้คำนึงแล้วเรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาภัยแล้งก็จะไม่มีผลกระทบ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายประชุมติดตามแก้ปัญหาภัยแล้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า จากการรายงานของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์เรื่องน้ำต้นทุนพบว่าดีกว่าปีที่แล้วและปีนี้ภัยแล้งก็เริ่มช้ากว่าปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรื่องน้ำต้นทุนคิดว่าเราพอมี โดยเฉพาะน้ำที่ใช้เพื่ออุปโภคบริโภค เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา และเขตพื้นที่การใช้น้ำเพื่อการเกษตร

สำหรับในเขตชลประทานนั้นคิดว่าสามารถรองรับได้ในการปลูกข้าวรอบแรก คนละหนึ่งรอบ แต่ในรอบที่สอง อาจมีปัญหาเรื่องบริหารจัดการ ก็ต้องดูความจำเป็นในแต่ละพื้นที่ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่พบว่ามีการปลูกพืชหลายประเภทในช่วงนี้ ก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ว่าราชการจังหวัด สำรวจรายละเอียดว่าปลูกพืชชนิดไหน แล้วจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดูเรื่องขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในช่วงนี้ จึงขอความร่วมมือประชาชนที่จะเริ่มปลูกข้าวนาปรังรอบที่สองขอให้หารือเรื่องผลกระทบนี้ด้วย เพราะเราอาจมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ อยากจะขอให้เลี่ยงในการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นที่สามารถทนน้ำได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ

อย่างไรก็ตามเราจะมีการประชุมผู้ว่าฯ ที่คาดว่าจะมีปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ดูเรื่องโซนนิ่งการเกษตรเพื่อประชาสัมพันธ์แนะนำพี่น้องประชาชน สำหรับพื้นที่น่าเป็นห่วงขณะนี้มี 5 จังหวัด

สำหรับกรณีที่มอนเตเนโกร เตรียมให้สัญชาตินายกฯจริงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีฯกล่าวว่า ไม่จริงค่ะ ไม่มีค่ะ ขออนุญาตปฏิเสธ ดิฉันมีบัตรประชาชนเดียว และพาสปอร์ตเดียว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้