วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศรส.ประณาม'การ์ด'ทำร้ายปชช. ลั่นจับแกนนำกปปส.ทำผิดก.ม.

ศรส.ประณาม'การ์ด'ทำร้ายปชช. ลั่นจับแกนนำกปปส.ทำผิดก.ม.

  • Share:

ศรส.แถลงประฌาม การ์ดกปปส.ทำร้ายร่างกายปชช.อ้าง โยนลงแม่นำบางปะกง ยัน เนรเทศ"สาธิต เซกัล" พร้อมจับแกนนำกปปส.ทำผิดกฎหมาย

วันที่ 6 มี.ค. ที่ศูนย์รักษาความสงบ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ถึงผลการประชุมที่แจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังต่อไปนี้  

1.ศรส.ขอเรียนชี้แจงกรณี นายสาธิต เซกัล หนึ่งในแกนนำ กปปส. ซึ่งมีพฤติการณ์รับฟังได้ว่า เป็นผู้สนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากนายสาธิตเป็นคนต่างด้าว สัญชาติอินเดีย ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักได้ในประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมาย นายสาธิตจะต้องงดเว้น ไม่กระทำความผิดใดๆ ที่กระทบต่อความมั่นคง แต่นายสาธิตได้เข้าร่วมเป็นแกนนำหลักของ กปปส. ขึ้นเวทีอภิปราย ปลุกระดม ยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายบ้านเมือง นำมวลชนไปปิดล้อมบุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง  

แม้เมื่อประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ก็ยังนำมวลชนไปปิดล้อมกรมการบินพลเรือน นายสาธิตจึงเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร   คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีมติเห็นควรเพิกถอนการอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรของนายสาธิต ตามมาตรา 53 ประกอบกับมาตรา 12(7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

บัดนี้ผู้อำนวยการ ศรส. ได้ลงนามเห็นชอบตามมติคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว โดยอาศัยอำนาจในการอนุญาต อนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ ที่โอนมาเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ตามประกาศ 23 มกราคม 2557 และนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการ ศรส. ในฐานะผู้กำกับการปฏิบัติงาน เป็นผู้ใช้อำนาจตามประกาศดังกล่าว สำหรับการดำเนินการให้นายสาธิตออกไปนอกราชอาณาจักร ก็เป็นเรื่องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป  

2. จากกรณี นายยืม นิลหล้า ประชาชนที่ไปนั่งพักผ่อนที่บริเวณสวนลุมพินี ได้ถูกการ์ด กปปส. ควบคุมตัวและทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยการรุมซ้อม แล้วจับมัดไว้ในเต็นท์การ์ดเป็นเวลาถึง 6 วัน มีอาการปอดฉีกขาด และบาดแผลถูกรุมทำร้ายทั่วทั้งร่างกาย แล้วทำการมัดมือมัดเท้า และปิดตา นำไปโยนในแม่น้ำบางปะกง เพื่อหวังฆ่าให้ตาย แต่นายยืมสามารถเอาตัวรอด จนได้รับการช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกง  

ศรส.รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว และขอประณามการกระทำของกลุ่มการ์ด กปปส. ที่โหดร้ายทารุณและไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพียงเพราะเหตุพบว่า นายยืมมีบัตรสมาชิก นปช. ติดตัวเท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง สร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัย ความหวาดระแวงและเกลียดชัง ระหว่างคนในสังคม ในขณะที่แกนนำ กปปส. ยืนยันมาโดยตลอดว่า การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ซึ่งเหตุการณ์นี้มิใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มีการกระทำในลักษณะทำนองเดียวกันนี้ กับบุคคลอื่นหลายครั้ง โดย ศรส.จะได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด และขอให้แกนนำ กปปส. ยุติการสั่งให้การ์ดใช้ความรุนแรงต่าง ๆ นานา ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นรายวัน ดังเช่น เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับกุมการ์ด กปปส. ได้2 คน พร้อมอาวุธปืนพก 2 กระบอก และบัตรแสดงตัวเป็นการ์ด กปปส. คือ นายบัณฑิต  สกุลบงการ  และนายเอกชัย  พลภักดี       

3. ศรส.รู้สึกคลายความกังวล ต่อคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เดิมเคยวินิจฉัยว่า การชุมนุมของแกนนำ กปปส. เป็นไปโดยชอบ แต่เมื่อวานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชัดเจนขึ้นแล้วว่า เฉพาะประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมนั้น ยังคงเป็นไปโดยชอบ แต่สำหรับแกนนำ กปปส.นั้น หากมีการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย  

ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้จึงเป็นที่ชัดเจนว่า แกนนำ กปปส. ที่กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน จะอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังในอดีตอีกไม่ได้แล้ว  จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้