วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อีกเหตุที่ต้อง "ปฏิรูปการเมือง"

โดย สายล่อฟ้า

ไม่ใช่แต่สภาผู้แทนฯเท่านั้นที่มีปัญหา เนื่องจากมี ส.ส.ไม่ครบ 475 คน หรือ 95% ทำให้เปิดประชุมสภาฯไม่ได้ แต่วุฒิสภาก็มีปัญหาไม่ต่างกัน ทั้งนี้ ก็เพราะ ส.ว.เลือกตั้งครบวาระจึงต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ ขณะนี้อยู่ในช่วงการรับสมัคร ส.ว.ชุดใหม่ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 30 มี.ค. 57

ว่ากันถึง ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่นั้น คงไม่มีปัญหาเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากสามารถรับสมัครได้ไม่มีการต่อต้านแต่อย่างใด

หากการเมืองไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะได้ ส.ว.ครบจำนวน

ทว่า จากการรับสมัคร ส.ว.นั้นคงเป็นไปอย่างที่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่า จะมีอดีตนักการเมือง อดีต ส.ว. และเครือข่ายของนักการเมือง พรรคการเมือง ลงสมัครกันเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะเครือข่ายของพรรคการเมืองใหญ่อย่างเพื่อไทย

นั่นคงเป็นเพราะการเลือกตั้ง ส.ว. แม้จะหาเสียงไม่ได้นอกจากแนะนำตัว ความจำเป็นที่จะต้องมีฐานเสียงจากนักการเมืองและพรรคการเมืองให้การสนับสนุน

ดังนั้น ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่ก็คงอีหรอบเดิม คือบรรดาเครือข่ายนักการเมืองมีโอกาสที่จะชนะเลือกตั้งเป็นส่วนใหญ่ มิใช่พวกโลกสวยที่เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ใครจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยประชาชนก็ต้องยอมรับ

แต่เจตนารมณ์จริงๆแล้วคิดว่า ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ก็เพราะแน่ใจว่าที่มาของ ส.ว.ลักษณะนี้ก็เพื่อต้องการให้มาสนับสนุนรัฐบาล...ว่างั้นเถอะ

รัฐบาลเพื่อไทยต้องการอย่างนั้นไม่ใช่เพื่อให้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยอย่างที่อ้างกัน แต่ต้องการได้อำนาจเต็มๆทั้ง 2 สภา

การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ว.ที่ให้มีการเลือกตั้งทั้งหมด จนเกิดการต่อต้านเป็นผลให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทำให้ ส.ส. และ ส.ว.ที่ลงชื่อสนับสนุนและลงมติมีความผิด

อยู่ในขั้นตอนที่ ป.ป.ช.กำลังดำเนินการอยู่ หากถึงขั้นสุดท้าย ทั้ง ส.ส-ส.ว.ที่มีความผิดก็จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

การเป็น ส.ว.รักษาการก็จะต้องยุติในทันทีด้วย

เผอิญที่ว่า ส.ว.เลือกตั้งต้องหมดวาระการดำรงตำแหน่ง แต่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องทำหน้าที่รักษาการต่อไปจนกว่าจะได้ ส.ว.ครบ 95% หรือ 70 คนขึ้นไปจึงพ้นจากตำแหน่ง ก็เลยมีปัญหาคาบลูกคาบดอกกันอยู่ในเวลานี้

อันไม่ต่างไปจากนายกฯและ ครม.รักษาการที่มีการถกเถียงกันว่า เมื่อเปิดสภาฯไม่ได้ ตั้งประธานสภาฯไม่ได้ ตั้งนายกฯไม่ได้ เมื่อครบ 30 วันไปแล้ว เพราะมี ส.ส.ไม่ครบ 95% หรือ 475 คน จะต้องพ้นไปจากตำแหน่งหรือไม่

ประเด็นที่กำลังมีการถกเถียงและต่อสู้กันในด้านกฎหมายก็คือ กลุ่ม 40 ส.ว.ที่มาจากการสรรหา มองว่า เมื่อ ส.ว.ที่ถูกชี้มูลความผิดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ชั่วคราว ก็ไม่ควรจะนับเป็นองค์ประชุม

แต่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ที่จะต้องครบวาระพ้นจากการเป็น ส.ว.นั้น ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่มีสปิริตทางการเมือง ไม่มีสำนึกทางการเมือง แทนที่จะลาออกจากประธานวุฒิสภา แถมยังยืนยันว่า การนับองค์ประชุมจะต้องเหมารวมทั้งหมด ไม่ใช่แค่ ส.ว.ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่เท่านั้น

การถอดถอนใครจึงต้องใช้เสียงจาก ส.ว.ทั้งหมด

เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับการที่นายกฯ ซึ่งถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิด กรณีการทุจริตรับจำนำข้าว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่ หากชี้มูลว่ามีความผิดก็จะต้องหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ และจะต้องยื่นเรื่องให้ ส.ว.ถอดถอน

หาก ป.ป.ช.ชี้มูลภายในเดือนนี้ ก็จะเกิดปัญหาว่าจะใช้เสียง ส.ว.ทั้งหมด หรือ ส.ว.เท่าที่มีอยู่ เพราะถ้าเหมารวมหมด นายกฯคงจะรอด แต่ถ้านับจากจำนวน ส.ว.ที่มีอยู่ก็คงไม่รอดแน่

จึงต้องใช้วิชา “ศรีธนญชัย” อุ้มกันสุดฤทธิ์สุดเดช.


“สายล่อฟ้า”

6 มี.ค. 2557 10:27 6 มี.ค. 2557 10:27 ไทยรัฐ