วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิบากกรรมประชาธิปไตยไทย ศาลรัฐธรรมนูญต้องฟันธง

เห็นสภาพ “วิบากกรรมประชาธิปไตย” ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเวลานี้แล้ว ผมก็ไปพลิกอ่านแนวคิดทางการเมืองของนักปรัชญาชื่อดังในอดีต ก็ได้พบคำพูดนักปรัชญาที่พูดถึง “การเมือง” และ “นักการเมือง”  เมื่อพันสองพันปีก่อนมากมาย จนถึงวันนี้ก็ยังเป็น “ความจริง” แสดงว่า “คนพันธุ์นักการเมือง” เป็นสัตว์สปีชี่ที่ไม่มีการพัฒนาเลย แม้จะผ่านมาสองพันกว่าปี ก็ยังแย่เหมือนเดิม ผิดกับสัตว์สปีชี่อื่นๆ

อริสโตเติล เป็นศิษย์เอก เพลโต เป็นพระอาจารย์ของ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เมื่อสองพันกว่าปีก่อน ได้พูดไว้ประโยคหนึ่งว่า “ความดีของมนุษย์ ต้องสิ้นสุดลงเมื่อเริ่มเล่นการเมือง” วันนี้ก็ยังเป็นความจริง คนดีเมื่อเข้าสู่การเมือง ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

แม้ อริสโตเติล  จะเห็นว่า การปกครองด้วย “ระบอบประชาธิปไตย” เป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด แต่ก็มีเงื่อนไขว่าต้องมี “ชนชั้นกลาง” เป็นตัวเชื่อมระหว่าง “คนรวย”  กับ “คนจน”  ยิ่งมีชนชั้นกลางมากเท่าไร รัฐก็จะมีเสถียรภาพมากเท่านั้น

ที่เป็นเช่นนี้เพราะ อริสโตเติล เห็นว่า คนแต่ละชนชั้นจะมีลักษณะเฉพาะของตนเอง “คนรวย” มีความรู้ว่าจะปกครองอย่างไร แต่ไม่ยอมรับในระเบียบข้อบังคับ มีความละโมบในเรื่องทรัพย์สิน  ขณะที่ “คนจน” มีลักษณะยอมรับและเชื่อฟังในระเบียบข้อบังคับ แต่อิจฉาในทรัพย์สมบัติของคนรวย ยอมฟังการปลุกระดมที่สัญญาว่าจะมีการแบ่งทรัพย์สินให้ คนสองชั้นนี้มักจะแตกแยกและขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

อริสโตเติล พูดเมื่อสองพันกว่าปีก่อน แต่กลับเหมือนประเทศไทยวันนี้เปี๊ยบเลย

ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไม่สะเด็ดน้ำ ยังเหลืออีก 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร ไม่สามารถเลือกตั้งได้  ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้  ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้  ซ้ำยังมีการชุมนุมของ กปปส.ที่ยาวนาน จากความขัดแย้งทางการเมืองกับรัฐบาลรักษาการ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนและการทำมาหากินของประชาชน

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ เพิ่งรับคำร้องของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เสนอให้ชี้ขาดในเรื่องสำคัญ 3 ประเด็นที่เป็นปัญหา คือ

1.การเลือกตั้งใน 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร กกต.สามารถอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 มาตรา 236 ดำเนินการออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อรับสมัครเลือกตั้งใหม่ และกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งได้หรือไม่

2.หาก กกต.ไม่มีอำนาจที่จะออกประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตเลือกตั้งได้ การดำเนินการต้องกระทำเป็นพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยเฉพาะของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลและรับสนองพระบรมราชโองการ ในการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ตามมาตรา 108 และมาตรา 187 ใช่หรือไม่

3.หากกรณีศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า จะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้มีการรับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตเลือกตั้ง การตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จะกำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่เฉพาะ 28 เขตเลือกตั้ง หรือต้องตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ในทุกเขตเลือกตั้ง จึงจะชอบด้วยหลักการของการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 108 ที่กำหนดว่า การเลือกตั้งทั่วไปภายหลังการยุบสภาจะต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

เป็น คำถามที่ชัดเจนมากครับ ผมคิดว่า ศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะตอบทุกข้อ และ ตอบให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีข้อกังขาใดๆเกิดขึ้นอีก บ้านเมืองไทยขัดแย้งมานานมากพอแล้ว จากการตีความต่างๆที่ไม่ชัดเจน ไม่เด็ดขาดไปเลยว่า อย่างไหนถูก อย่างไหนผิด ศาลควรตัดสินใจให้ชัดเจน ไม่ควรให้สังคมไทยต้องทะเลาะกันอีก

คำตัดสินที่ชัดเจน จะทำให้ปัญหานี้หมดไป บ้านเมืองจะได้เดินหน้าเสียที

จะให้ กกต.มีอำนาจกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตหรือไม่  หรือ จะให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีการับสมัครเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขต หรือ จะให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ ต้องออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่หมด ก็ฟันธงให้ชัดเจนไปเลย จะได้ไม่ต้องตีความกันอีก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

6 มี.ค. 2557 09:58 ไทยรัฐ