วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย
7 มี.ค. 2557 05:00 น.
คดีการเมืองเรื่องกบฏ?

คดีการเมืองเรื่องกบฏ?

โดย
7 มี.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

วาทกรรมเรื่องการแบ่งแยกประเทศ กลายเป็นการกระทบกระทั่งระหว่างรัฐบาลกับกองทัพบก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้สนับสนุนการแบ่งแยก และถ้าจะตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบทุกฝ่ายถ้าตรวจ สอบฝ่ายเดียวจะทำให้น้อยใจ ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศขอให้ผู้บัญชาการทหารบกดำเนินการกับ “กบฏใน กทม.” กับภาคเหนือโดยเท่าเทียมกัน

คำว่า “กบฏใน กทม.”น่าจะหมายถึงแกนนำ กปปส.หลายคน ที่โดนตั้งข้อหา กบฏ รัฐบาลน่าจะรู้ดีว่ากลุ่มนี้มีหน่วยงานของรัฐดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรม สอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ที่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ในกำมือได้ตั้งข้อหาและออกหมายจับแกนนำ กปปส.หลายสิบคนทั้งข้อหากบฏและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.สั่งให้ดำเนินการแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีแกนนำกลุ่ม นปช.ภาคเหนือ ในข้อหากบฏแบ่งแยกประเทศ นายกรัฐมนตรีน่าจะกำชับให้ ผบ.ตร.เร่งตรวจสอบและดำเนินการต่อไป เพราะฝ่ายทหารทำได้แค่แจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ ไม่มีอำนาจดำเนินคดีด้วยตนเองแต่เป็นอำนาจของตำรวจและอัยการจะดำเนินการต่อไป

ข้อกล่าวหาเรื่องการแบ่งแยกประเทศ เป็น “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา” (สปป.ล้านนา) จะจริงเท็จอย่างไร เป็นอำนาจของกระบวนการยุติธรรม ที่จะตรวจสอบตรงไปตรงมา เรื่องนี้ไม่ใช่แค่วาทกรรมลอยๆ แต่มีหลักฐานเป็นการขึ้นป้ายในหลายจังหวัด แกนนำบางคนเปิดเผยว่าเรื่องนี้คิดมา 6 เดือนแล้ว ถ้ามีรัฐประหารจะตั้ง “สปป.ล้านนา” ทันที

เป็นอันว่าในความขัดแย้งทาง การเมืองคราวนี้ แกนนำของคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายต่างโดนข้อหาอาญาอุกฉกรรจ์คือเป็นกบฏ แต่เป็นกบฏคนละเรื่อง แกนนำกลุ่ม กปปส.บางคนโดนข้อหากบฏฐานชุมนุมขับไล่หรือล้มรัฐบาล ส่วนแกนนำ นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดงบางคน อาจจะโดนข้อหากบฏแบ่ง แยกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษถึงประ- หารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตทั้งสองฝ่าย

แต่น่าเป็นห่วงว่า จะเป็นการดำเนิน คดีอย่างตรงไปตรงมาตามกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมือง หรือว่าจะถูกทำให้เป็นประเด็นการเมือง เพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม หรือปิดปากฝ่ายตรงข้ามด้วยการยัดเยียดข้อหาร้ายแรง ดึงข้าราชการไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหาร หรือดีเอสไอ มาเป็นเครื่อง- มือของแต่ละฝ่าย และโหมกระพือความขัดแย้ง

ท่ามกลางความแตกแยกในสังคมที่รุนแรงขณะนี้ แทบจะหาองค์กรหรือบุคคลที่ยอมรับกันว่าเป็น “คนกลาง” ได้ยาก ฝ่ายรัฐบาลก็อาจจะไม่ไว้วางใจฝ่ายทหารว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ส่วน กปปส.ก็ไม่ไว้วางใจตำรวจ กรมดีเอสไอ และศรส. ว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เพราะมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อค้ำบัลลังก์รัฐบาล.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้