วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถูกตร.หิ้วยัดห้องขัง 'สาวรง.'โวยจับผิดตัว ผกก.รับ-เร่งเยียวยา


ตำรวจจับ “แพะ” อีกแล้ว สาวโรงงานน้ำตาลดวงซวย โดนตำรวจหิ้วตัวยัดห้องขังตั้งข้อหาทำลายทรัพย์สิน หลังเจ้าของหอพักเข้าแจ้งความไว้เมื่อหลายปีก่อนกล่าวหากรีดที่นอนภายในหอพัก เพื่อนบ้านสงสารเรี่ยไรเงินยื่นประกันตัว ผกก.เต้นสั่งตรวจสอบด่วน พบเป็นคนละคนกับผู้ต้องหาตัวจริง แต่ชื่อนามสกุลเหมือนกัน เตรียมส่งเรื่องอัยการสั่งไม่ฟ้องพร้อมเยียวยา ในขณะที่พนักงานสาวร่ำไห้ ยืนยันไม่ต้องการเรียกร้องอะไร ขอเพียงคืนอิสรภาพและความเป็นธรรมให้ก็พอ

ตำรวจจับ “แพะ” รายนี้เปิดเผยเมื่อตอนสายวันที่ 5 มี.ค. พ.ต.ต.อนุชิต ผดุงชาติ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น ได้เรียกสอบปากคำนางรัตนา ครองเคหา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 8 ต.หนองคอนไทย อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาในคดีทำให้เสียทรัพย์เพิ่มเติม หลังถูกตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ขอนแก่น นำหมายจับศาลแขวงที่ จ.988/2547 ลงวันที่ 27 ส.ค.2547 เข้าจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าโรงงานน้ำตาลมิตรผล ถนนชุมแพ-ภูเขียว ต.โคกสะอาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ควบคุมตัวเข้า ห้องขัง สภ.เมืองขอนแก่น โดยขณะที่ถูกคุมขัง

นางรัตนาได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวน ว่าตำรวจจับผิดตัว ตนไม่ใช่ผู้ต้องหาตามที่ถูก กล่าวหาในหมายจับ และร้องขอประกันตัว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปด้วยเงินสด 25,000 บาท พร้อมปล่อยตัวชั่วคราว ก่อนที่จะนัดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งในวันเดียวกันนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จกับ พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงยศ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ถึงคดีดังกล่าว ได้รับคำชี้แจงว่า คดีนี้ได้ตรวจสอบรายละเอียดแล้ว พบว่าเมื่อช่วงเดือน ก.ค.2547 นางสุเพียร ไชยชมพู ปัจจุบันอายุ 62 ปี เจ้าของหอพักชื่อ “ชฏาพร” เลขที่ 337 บ้านขามเจริญ หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ขณะนั้น คือ พ.ต.ต.ชัยยุทธ สีเนหะ ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว ว่านางรัตนา ได้เข้าพักที่ห้องพักหมายเลข 10 ในหอพักชฏาพร พร้อมนายภูวนารถ แคนสา สามี เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2547 แต่ภายหลังคนทั้งคู่ออกจากห้องไปแล้ว ตรวจ สอบห้องพักพบว่าที่นอนฟองน้ำผสมใยมะพร้าว ขนาด 6 ฟุต ราคา 2,700 บาท ถูกกรีดทำลายเสียหาย จึงแจ้งให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนขณะนั้นได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจับจากศาลแขวงขอนแก่น จับกุมตัวตามชื่อที่อยู่ที่ถูกกล่าวหาทั้งสามีและภรรยา รวมเป็น 2 หมายจับในคดีเดียวกัน ข้อหาเดียวกัน

พ.ต.อ.กฤตัชญ์ชี้แจงอีกว่า ต่อมาวันที่ 25 ก.พ.2557 ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ขอนแก่น ติดตามจับกุมนางรัตนาได้ที่บริเวณหน้าโรงงานน้ำตาลมิตรผล ถนนชุมแพ-ภูเขียว ต.โคกสะอาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ควบคุมตัวส่ง พ.ต.ต.อนุชิต ผดุงชาติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น คนปัจจุบัน และมีการร้องขอความเป็นธรรมว่าจับผิดตัว ไม่ใช่คนคนเดียวกับผู้ต้องหาพร้อมขอประกันตัวไปด้วยเงินสด 25,000 บาท ซึ่งตามหลักเกณฑ์แล้วการประกันตัวต้องใช้เงินสดประมาณ 45,000 บาท แต่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการจับผิดตัวจริงๆ จึงยอมให้ประกันตัวไป อีกทั้งเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้บุคคลที่ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งสอบปากคำพยานฝ่ายที่ถูกกล่าวหา ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. และชาวบ้าน รวมทั้งสามีของนางรัตนาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ทั้งหมดยืนยันว่านางรัตนาที่ถูกจับมาในครั้งนี้ ไม่ใช่คนคนเดียวกับที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะผู้เสียหายยืนยันชัดเจนว่านางรัตนาที่ถูกจับตัวมารวมถึงสามี ก็เป็นคนละคนกันกับที่เคยเข้าพักที่หอพักตัวเองเมื่อปี 2547

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่นยังได้ชี้แจงต่อไปอีกว่า หลังจากนั้นได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.วิเศษ ภักดีวุฒิ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองขอนแก่น ดูแลคดีและเร่งดำเนินการให้ความเป็นธรรมอย่างเร่งด่วน ทั้งการตรวจสอบทะเบียนราษฎรตามระบบพบว่า นางรัตนา ครองเคหา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 8 ต.หนองคอนไทย อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2510 มีรหัสบัตรประชาชน 13 หลัก คือเลข 3-3610-00540-29-6 และอีกคนชื่อนามสกุลเดียวกันคือ นางรัตนา ครองเคหา อายุ 36 ปี ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 7 ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นผู้ต้องหาตัวจริง และยังหลบหนีการจับกุมนั้นเกิดวันที่ 7 ก.ย.2520 มีรหัสบัตรประชาชน 13 หลัก คือ 5-4010-990022-71-8 จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นางรัตนาที่ถูกจับตามหมายจับครั้งนี้ มีชื่อ นามสกุลตรงกันทุกตัวอักษร แต่เลขในทะเบียนราษฎรไม่ตรงกัน วันเดือนปีเกิดก็ไม่ตรงกัน อยู่คนละจังหวัด เป็นการจับตามหมายจับที่ถูกต้องทุกขั้นตอน แต่จับผิดคน จึงได้เร่งรวบรวมหลักฐานส่งอัยการเพื่อสั่งไม่ฟ้องและจะมีการเยียวยาตามสมควรต่อไป

ด้านนางรัตนา ครองเคหา ซึ่งกลายเป็น “แพะ” ในคดีกล่าวทั้งน้ำตาว่า ทำงานเป็นลูกจ้างที่โรงงานน้ำตาล มีตำรวจเอาหมายจับไปจับ ถามว่าชื่อรัตนา ครองเคหาใช่ไหม เมื่อตอบว่าใช่ ก็ถูกควบคุมตัวขึ้นรถต่อหน้าคนงานนับพัน ถึงโรงพักเมืองขอนแก่นตำรวจนำตัวเข้าห้องขัง ตนได้ร้องขอความเป็นธรรม ยืนยันว่าจับผิดตัว และขอประกันตัวออกไป สามี ญาติและชาวบ้าน ได้เรี่ยไรเงินและกู้เงินนอกระบบมาสมทบกันได้ 25,000 บาท ประกันตัวออกไป ตนถูกจับวันที่ 25 ก.พ. ได้ประกันตัวออกจากห้องประมาณตีหนึ่งของวันที่ 26 ก.พ. ตอนนี้ไม่ขอเรียกร้องไม่ขออะไรทั้งสิ้น ขอเพียงแค่อิสรภาพ กลับไปรับจ้างหาเงินเลี้ยงปากท้องตามเดิม ยอมรับว่าอับอาย ขายหน้า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน ก่อนจะออกหมายจับ หรือจับใคร คนที่ไม่อยู่ในสถานะเดียวกับตน คงไม่รู้ซึ้งถึงหัวอกคนเป็นแม่เป็นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ที่ถูกตำรวจจับเพราะไม่ได้ทำผิด

6 มี.ค. 2557 07:41 6 มี.ค. 2557 07:41 ไทยรัฐ