วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทือกอ่วมโดนอีก หมายจับ ณัฏฐพลเจอบึมขู่


ตั๊นมอบดอกไม้กำลังใจผบ.ทบ. นปช.ยันไม่มีขบวนการแยกปท. ม็อบลุยคอนโดเอสซีแอสเซท

ปาบึมบ้าน “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” แกนนำ กปปส.แต่ระเบิดด้านไม่ทำงาน ส่วนศาลรัฐธรรมนูญพบรอยกระจกร้าวคล้ายถูกยิง ศรส.ฟันเปรี้ยงสร้างสถานการณ์ “ธาริต” เผย ศาลออกหมายจับ “สุเทพ” คดีสลายการชุมนุมปี 53 ด้านผู้ชุมนุมเดินหน้าปิดสถานที่ราชการไล่ตั้งแต่กรมสรรพากร กระทรวงทรัพยากร ข้าราชการวิ่งหนีจ้าละหวั่น ต่อด้วยปิดล้อมคอนโดโครงการเอสซีแอสเซท “ตั๊น” เข้า ทบ.มอบดอกไม้ขอบคุณทหาร “พุทธอิสระ” ยอมคืนพื้นที่ถ้าให้ไปอยู่ใน สป.กห. หรือ ศรส. ด้าน นปช.ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่แยกประเทศ ชี้แค่กลุ่มคนขมขื่น เลยใช้คำพูดประชด ไม่มีขบวนการจัดตั้งแน่นอน

จากกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ย้ำในที่ประชุมสภากลาโหม ต้องไม่ให้เกิดสถานการณ์แบ่งแยกดินแดนขึ้นในประเทศ แต่ต้องบังคับใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ขณะเดียวกันมีป้ายต่อต้านการแยกประเทศผุดขึ้นทั่วไปที่จังหวัดทางภาคเหนือนั้น

จับการ์ด กปปส.พกปืนคาด่าน

เมื่อเวลา 02.00 น .วันที่ 5 มี.ค.ขณะที่ พ.ต.ท.ฤทธี ปานดำ รอง ผกก.ป.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.สมบูรณ์ ศรีมงคล สวป.สน.มักกะสัน พร้อมกำลังสายตรวจ กำลังตั้งด่านป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบริเวณหน้าพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง พบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 532 ไอ สีน้ำเงิน ทะเบียน ฎศ 9700 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาในด่าน จึงเรียกตรวจสอบพบนายบัณฑิต สกุลบงการ อายุ 42 ปี ชาว จ.ชุมพร ประธานสภา อบต.ตากแดด เป็นคนขับ และนายเอกชัย พลภักดี อายุ 34 ปี ชาว จ.สงขลา นั่งมาด้วย จากการตรวจค้นพบปืนรีวอลเวอร์ .38 จำนวน 1 กระบอก และปืนขนาด 7.65 จำนวน 1 กระบอก แมกกาซีน 1 อัน พร้อมกระสุนหลายนัด เสื้อเกราะกันกระสุน บัตรประจำตัวการ์ด กปปส.ทับหลัง สุราษฎร์ธานี นกหวีด วิทยุสื่อสาร หน้ากากและอุปกรณ์กันสารเคมี จึงยึดไว้เป็นของกลาง สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่ขอให้การชั้นสอบสวน ขอให้การชั้นศาล แจ้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสันดำเนินคดีต่อไป

ขว้างระเบิดบ้าน “ณัฏฐพล”

ต่อมาเวลา 03.00 น. ร.ต.ท.ทศพล กิติลาภ พงส.สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุพบวัตถุระเบิดหน้าบ้านเลขที่ 4 ซอยสุขุมวิท 18 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม.ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาร่วมตรวจสอบประกอบด้วย พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. และเจ้าหน้าที่หน่วยงานเก็บกู้และพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ที่เกิดเหตุหน้าประตูรั้วบ้านหลังดังกล่าว พบระเบิดสังหารแบบเอ็ม 19 เอ 2 ตกอยู่ 1 ลูก โดยถูกถอดสลักออกแล้วใช้เทปกาวสีดำพันรอบกระเดื่องกับตัวระเบิดไว้ จึงทำให้ระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้และรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สอบสวน รปภ.ภายในบ้านให้การว่า ได้ยินเสียงคล้ายก้อนหินขว้างมากระทบประตูรั้วหน้าบ้าน เดินออกมาดูพบระเบิดจึงโทร.แจ้งตำรวจ  ทั้งนี้  มีการนำตาข่ายมากั้นไว้โดยรอบทำให้ระเบิดไม่เข้ามาถึงในบ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เนื่องจากบ้านของนายณัฏฐพลเคยถูกขว้างระเบิดไปป์–บอมบ์มาแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

พบรอยกระสุน สนง.ศาล รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า วันนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้พบรอยกระจกแตกร้าวคล้ายกับถูกยิงด้วยกระสุนปืน ที่บริเวณปีกขวาด้านหน้าอาคารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ชั้น 2 โดยรอยกระสุนอยู่สูงจากพื้นประมาณ 4 เมตร กว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลได้เข้าบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าว ด้านนายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นการข่มขู่ ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการแจ้งความ เพราะทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูล

ตร.คาดมือมืดยิงข่มขู่

พ.ต.อ.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้านหน้าของอาคารศาลรัฐธรรมนูญสูง 9 ชั้น บริเวณกระจกชั้น 2 พบรอยร้าวเป็นรู 1 แห่ง คล้ายรอยถูกยิง สอบสวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลอาคารศาลรัฐธรรมนูญได้ความว่า ไม่แน่ใจว่ากระจกที่เป็นรูได้รับความเสียหายจากคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนานแล้วหรือเป็นเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น นอกจากกระจกอาคารที่เป็นรูแล้วส่วนอื่นของอาคารก็ไม่มีอะไรได้รับความเสียหาย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า รอยที่เกิดขึ้นน่าจะถูกมือมืดยิงใส่อาคารศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อข่มขู่การทำงานของศาล

กปปส.นำมวลชนปิดสรรพากร

เมื่อเวลา 09.30 น. นายวิทยา แก้วภราดัย และนายชัยชนะ เดชเดโช แกนนำ กปปส. นำมวลชนด้วยรถบัส 10 คัน รถกระบะ และรถหกห้อติดเครื่องขยายเสียง เดินทางไปปิดล้อมกรมสรรพากร ซอยอารีย์ หลังทราบว่า มีการเปิดให้ข้าราชการเข้าทำงานตามปกติ แต่เมื่อ กปปส. เดินทางถึงเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ติดกัน ต่างเร่งรีบปิดประตูทางเข้าออก เพื่อไม่ให้มวลชนเข้าไปพื้นที่ราชการ ก่อนที่นายสมพงษ์ สงวนวนชาติ รองอธิบดีกรมสรรพากร ออกมาเจรจากับนายวิทยา และนายชัยชนะ ทั้งนี้นายสมพงษ์ แจ้งว่าการเปิดทำงานครั้งนี้เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพราะประชาชนเดือดร้อนติดต่อราชการไม่ได้ จำเป็นต้องเปิดบางส่วน ก่อนนายสมพงษ์ ประกาศปิดหยุดทำงาน และให้ข้าราชการกลับบ้าน

บุกค้น ทส.ข้าราชการวิ่งหนีวุ่น

จากนั้นนายชัยชนะ นำการ์ดประมาณ 20 คน บุกเข้าตรวจค้นกรมควบคุมมวลพิษ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังรับแจ้งว่ามีข้าราชการจำนวนมากแอบทำงานปกติอยู่ จากการตรวจค้นพบทุกชั้นทุกห้องมีข้าราชการ ทำงานตามปกติ เมื่อการ์ด กปปส.เข้าไปตรวจสอบได้มีคำสั่งให้ปิดไฟ และข้าราชการแอบปิดไฟหลบอยู่ห้องต่างๆ ต่างวิ่งเก็บของรีบออกจากอาคารกันอย่างจ้าละหวั่น การ์ด กปปส.ขอความร่วมมือให้ข้าราชการหยุดทำงานกลับบ้านทันที เพื่อไม่ให้ข้าราชการรับใช้ระบอบทักษิณนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้นายวิทยา และนายชัยชนะ และมวลชน มีการเฝ้าสังเกตการณ์ปราศรัยอยู่หน้ากรมสรรพากร จนมั่นใจว่าข้าราชการกลับบ้านหมด จึงประกาศชัยชนะ

ลุยปิดล้อมธุรกิจเอสซีแอสเสท

ต่อมานายวิทยา และนายชัยชนะ นำมวลชนเดินทางไปยังสำนักงานขายคอนโดมิเนียมเซ็นทริค อารีย์ สเตชั่น ซอยอารีย์ 2 ธุรกิจในเครือบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หลังส่งตัวแทน กปปส.ล่วงหน้าไปติดต่อซื้อคอนโดมิเนียมดังกล่าว แต่เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อพนักงานขายคอนโดมิเนียมเซ็นทริคฯ ปิดประตูไม่ยอมให้ตัวแทน กปปส. ออกจากสำนักงานขาย เพราะเกรงว่าผู้ชุมนุมจะบุกเข้าไปทำลายทรัพย์ จนต้องมีการเจรจานานถึง 20 นาที จึงยอมปล่อยให้ตัวแทน กปปส.ออกมาได้ และ กปปส.ขอความร่วมมือให้ปิดสำนักงานขายทันที เพื่อเป็นการรณรงค์ตัดท่อน้ำเลี้ยงตระกูลชินวัตร ทำให้พนักงานขายต้องนำป้ายมาติดสำนักงานขายหยุดปิดการขาย จากนั้นนายวิทยา และนายชัยชนะ นำป้ายมีข้อความ “ร่วมรณรงค์ตัดท่อน้ำเลี้ยงระบอบทักษิณ” จนเป็นที่พอใจประกาศชัยชนะ นำมวลชนกลับเวทีสวนลุมพินี

คปท.บุกเพื่อไทยต้านแยก ปท.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษากลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. นำผู้ชุมนุม คปท.มาทำกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการ แบ่งแยกประเทศไทย โดยนายอมร อมรรัตนานนท์ โฆษก คปท. ปราศรัยบนรถขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมนำเฉพาะคำว่า “ไทย” บนป้ายที่ทำการพรรคเพื่อไทยออก พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมานักการเมืองพรรคนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของคนไทย แต่ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง อย่างไรก็ตามผู้ชุมนุมไม่สามารถดึงออกมาได้ เนื่องจากตัวอักษรมีความแข็งแรง กลุ่มผู้ชุมนุมจึงนำป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “หยุดขบวนการแบ่งแยกประเทศไทย” มาปิดทับป้ายที่ทำการพรรคแทน จากนั้นได้ท้าทายให้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย มาตั้งโต๊ะแถลงข่าวและดีเบตกัน

ปิดทางเข้าออกสรรพสามิต

จากนั้น คปท.เคลื่อนขบวนมาตรวจสอบกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ถนนพระรามที่ 6 กดดันให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการเก็บของออกทันทีและไม่ให้นำเอกสารใดๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานออกไปด้วย ซึ่งในจำนวนนี้มีเอกสารเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเควอเตอร์อยู่ด้วย ต่อมาได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังกรมสรรพสามิต ถนนนครไชยศรี นำแท่นคอนกรีตมาปิดกั้นทางเข้าออกกรมสรรพสามิต และโรงงานไพ่ ด้านหลังกรมสรรพสามิตทันที ทำให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการกรมสรรพสามิตทั้งหมดต้องรีบเก็บของเดินทางกลับบ้านทันทีจนหมด โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำป้ายไวนิล ที่มีข้อความ “มวลมหาประชาชนขอความร่วมมือพี่น้องข้าราชการหยุดเป็นเครื่องมือและรับใช้ระบอบทักษิณ” มาปิดหน้าแท่นคอนกรีตบริเวณหน้าประตูทางออกกรมสรรพสามิตด้วย

“ตั๊น” บุก ทบ.ให้กำลังใจทหาร

ด้าน น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส. นำมวลชนขึ้นรถติดเครื่องขยายเสียงเดินทางมาที่ประตู 3 ด้านหลังกองบัญชาการกองทัพบก มอบดอกกุหลาบให้กำลังใจทหาร โดยมี พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก ในฐานะผู้แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เป็นตัวแทนรับมอบดอกไม้ น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางมาให้กำลังใจทหารที่คอยปกป้องพี่น้องประชาชนที่ออกมาชุมนุม และเพื่อเป็นกำลังใจแม่ทัพภาค 3 ที่ไปแจ้งความเอาผิดกับพวกกบฏที่จะแบ่งแยกประเทศไทย จากนั้นกลุ่ม กปปส.ได้มอบดอกไม้ผ่านประตูรั้วให้กับทหารที่อยู่บริเวณดังกล่าว ก่อนเดินทางกลับสวนลุมพินี

“พุทธอิสระ” เสนอแลก 3 พื้นที่

สายวันเดียวกัน พล.ท.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์และสารนิเทศ สำนักรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ.อ.ยุทธ พรหมพงศ์ รอง ผอ.ส่วนกิจการพลเรือน สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหมและคณะเดินทางเข้าพบหลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะที่บ้านเรือนไทยแจ้งวัฒนะ โดยได้รับการมอบหมายจาก ศรส.ให้เจรจากับพุทธอิสระขอคืนพื้นที่ผิวการ จราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ หน้าศูนย์ราชการเพื่อให้ประชาชนได้สัญจร ด้านหลวงปู่พุทธอิสระกล่าวว่าได้ชุมนุมอย่างถูกกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ได้ร่นพื้นที่ชุมนุมเข้ามาและเปิดการจราจรด้านหลัง แต่ยังถูกก่อกวนถูกยิงเป็นประจำ ยินดีที่จะให้พื้นที่คืนแต่ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมาพักค้างแรมกับผู้ชุมนุม 3 วัน 3 คืนเพื่อให้มารับรู้ความทุกข์ ความยากลำบากของมวลชนแต่ถ้าจะให้ย้ายจริงๆ จะขอไปอยู่อาคารสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมหรืออาคารในศูนย์ราชการหรือสำนักงาน ศรส.เพราะปลอดภัยดี ซึ่ง พล.ท.สุรชาติจะนำผลเจรจาไปรายงาน ศรส.อีกครั้ง

อัด “เทือก” หวังตัวช่วยล้มรัฐบาล

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวว่า อยากถามม็อบว่าสุดท้ายจะเรียกร้องปฏิรูปการเมืองหรือจะล้มรัฐบาล หรือจะรอองค์กรอิสระ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. รู้ตัวเองว่าทำไม่สำเร็จจึงหวังไปที่ ป.ป.ช.กับศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าตัดสินถูกใจนายสุเทพ บรรยากาศก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ไม่สงบเพราะไม่ถูกใจคนส่วนใหญ่ ดังนั้นต้องตัดสินยึดตามกฎหมาย อย่าลำเอียง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จะสงบต่อเมื่อจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ มีรัฐบาลใหม่แล้วปฏิรูปการเมือง แต่ใครที่คิดจะเอากลุ่มคน องค์กรอิสระมาทำลายล้างประชาธิปไตย นั่นหมายความว่าบุคคลกลุ่มนั้นอยากเห็นความหายนะของประเทศ ซึ่งตนขอร้องให้เปลี่ยนใจ บ้านเมืองเสียหาย

เย้ยระเบิดด้านสร้างสถานการณ์

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า ส่วนเหตุปาระเบิดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และที่บ้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.แต่ไม่ระเบิดนั้น พักนี้ระเบิดสามัคคีกันไม่ระเบิด ตนได้รับรายงานจากผู้บังคับการตำรวจจังหวัดนนทบุรีว่า คนร้ายเก่ง สามารถ เล็ดลอดเข้าไปซอยข้างๆได้ทั้งที่มีทหารดูแลอยู่ เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ การที่ระเบิดลงที่ ป.ป.ช.คนก็มองว่ารัฐบาลโกรธ ป.ป.ช. หรือเปล่า ไม่ต้องไปโกรธ เพราะนายกฯไม่ผิด ส่วนกรณีกลุ่ม กปปส.เดินทางไปบ้านพักของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นการคุกคามสิทธิส่วนบุคคล เป็นการกระทำเยี่ยงโจร และที่ไปปิดพรรคเพื่อไทย ถ้ามีคนไปปิดพรรคประชาธิปัตย์บ้างจะทำอย่างไร

ตร.สอบแยกประเทศไม่มีมูล

เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีการขึ้นป้ายแบ่ง แยกดินแดนในพื้นที่ภาคเหนือ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนถาม พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ. 5 ทราบว่ามีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษจริง ตำรวจสอบสวนเบื้องต้น แล้วยังไม่ปรากฏว่ามีการแบ่งแยกดินแดน แต่ตำรวจยังไม่หยุดยั้ง จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนตัวอยากรู้เหมือนกันว่าจะแบ่งอย่างไร ตนเป็นคนไทยคนหนึ่งก็รักประเทศ ไม่อยากให้ใครมาแบ่ง

“ปึ้ง” ชี้โลกรับไม่ได้ล้ม ปชต.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. กล่าวถึงเหตุคนร้ายลอบปาระเบิดสำนักงาน ป.ป.ช. และบ้านพักของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ  กปปส.ว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อป้ายสีให้อีกกลุ่ม ถ้ายังเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ายังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กำลังใช้องค์กรอิสระเข้ามาล้มรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลรักษาการได้หมดอายุแล้ว และเป็นสิ่งที่สหรัฐอเมริกา คาดการณ์ไว้ว่าเป็นกลวิธีที่นอกเหนือจากวิถีทางระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้พูดชัดเจนว่ามีความกังวลในการใช้วิธีอื่นๆ ในการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย โดยอยากขอฝากไปยังนายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์ และผู้ที่คิดอยากให้มีนายกฯคนกลาง ว่าต่างชาติรับไม่ได้ในการจะทำอะไรนอกเหนือจากระบอบประชาธิปไตยต้องคิดให้หนัก

ศรส.ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยม็อบ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการ ศรส. แถลงว่า ศรส.ได้รับ รายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ. ศรส.ได้ลงนามคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่า การชุมนุมของ กปปส.เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจะนำเสนอข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ความเสียหายที่เกิดแก่ประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความเดือดร้อนของประชาชน เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดครบถ้วนถึง 89 แฟ้ม แฟ้มละประมาณ 300 หน้า ซึ่งเป็นการที่ ร.ต.อ.เฉลิมจะยื่นทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะ ผอ.ศรส. ส่วนการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งคาดว่าจะสามารถยื่นได้ภายในสัปดาห์นี้

“ธาริต” เผยตกเป็นเป้าถูกปองร้าย

นายธาริตยังกล่าวถึงกรณีที่ กปปส.บุกไปปิดล้อมบ้านพักส่วนตัวว่า คงจะไม่ดำเนินการใดๆ เพราะเตรียมใจไว้อยู่แล้วในภาวะที่บ้านเมืองไม่ปกติ การกระทำของหลายกลุ่มไม่มีขื่อมีแป ต้องทำใจ เมื่อถามว่าจะให้มีการคุ้มกันหรือไม่ นายธาริตกล่าวว่า ต้องมีการดูแลความปลอดภัยในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ใช่นายธาริต เนื่องจากว่าในตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบคดีแกนนำจำนวนมาก และมีการข่าวค่อนข้างชัดเจนว่าตนตกเป็นเป้าหมายปองร้าย จำเป็นต้องมีการดูแลความปลอดภัย

ดีเอสไอร่วม ตร.วางแผนรวบเทือก

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ศาลได้ออกหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.คดีการเสียชีวิต 89 ศพในการสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปี 2553 เพื่อให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมตัวมาส่งพนักงานอัยการส่งฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล ภายหลังพนักงานอัยการไม่อนุญาตให้เลื่อนนัดเป็นครั้งที่ 4 ส่วนแนวทางการจับกุมตัวเนื่องจากตอนนี้นายสุเทพมีหมายจับจำนวนมาก ทั้งหมายจับคดีร่วมเป็นกบฏ หมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และล่าสุดหมายจับคดี 89 ศพ ดีเอสไอจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้

มท.1 ปัดหนุนแยกดินแดน

ที่วิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดปทุมธานี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบประชุมทางไกลไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยนายจารุพงศ์กล่าวว่า ขอเตือนไปยังลูกหลานและบุคคลที่พยายามจะสร้างความขัดแย้งแตกแยกขึ้นในบ้านเมืองให้คิดให้ดี และระลึกว่าจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติตามมา ที่ออกมาพูดเรื่องปืนเรื่องนั้นไม่ใช่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แต่ต้องการออกมาเตือนโดยชี้ให้เห็นว่าหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นความเสียหายที่อาจจะเกิดตามมา การพูดของตนจึงเตือนโดยยกเอาจำนวนอาวุธปืนที่มีการจดทะเบียนไว้กับกระทรวงมหาดไทยมาเป็นข้อเตือนใจ ไม่ได้ต้องการขู่หรือสนับสนุนให้เกิดการเผชิญหน้าแต่อย่างใด และขอยืนยันว่าไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน

ป.ป.ช.เชื่อปาบึมหวังข่มขู่

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ผวจ.นนทบุรีได้มาดูที่เกิดเหตุและเก็บพยานหลักฐานไปหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วนสาเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นการข่มขู่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เกี่ยวกับคดีที่ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ เพราะสำนักงาน ป.ป.ช.ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือเป็นศัตรูกับใคร แต่จะเป็นฝีมือของบุคคลกลุ่มใดไม่สามารถคาดเดาได้ ส่วนการตรวจสอบรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจสั่งการในรัฐบาลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่ปิดล้อมหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-1 มี.ค.นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นมีภาพที่ปรากฏในคลิป 2 คนคือ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ซึ่งหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง สามารถดำเนินการเอาผิดข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้

“จารุพงศ์” โวยตั้งธงสอบ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขู่ดำเนินการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการขึ้นเวทีคนเสื้อแดงที่ จ.นครราชสีมา ปราศรัยสนับสนุนมวลชนไปปิดล้อมองค์กรอิสระว่า ไม่อยากพูดอะไรอีก ยิ่งพูดไปยิ่งเลยเถิด เข้าใจผิดมากเกินไปใหญ่ หาก ป.ป.ช.จะตรวจสอบอย่างไร ก็พร้อมให้ตรวจสอบ ในเมื่อมีสิ่งที่ต้องการดำเนินการกับตนและพรรคเพื่อไทยอยู่ในใจแล้ว คงไปทำอะไรไม่ได้ พูดไปสองไพเบี้ย จะทำอะไรก็เอา ตนคงทำได้แต่เตรียมความพร้อมชี้แจงกับองค์กรอิสระ เขาจะเอายังไงเราก็ต้องสู้

“แม่น้องเกด” บุก ทบ.จี้ถามจุดยืน

ที่หอประชุมกองทัพบกเทเวศร์ นางพะเยาว์ อัคฮาค แกนนำกลุ่มญาติวีรชน แม่ น.ส.กมนเกด อัคฮาค หรือน้องเกด อาสาสมัครพยาบาลที่เสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 ได้เข้ายืนหนังสือพร้อมมอบดอกไม้ให้กองทัพบกและฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ว่าอยากให้กองทัพเป็นของประชาชนทุกฝ่าย โดย พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้นางพะเยาว์สอบถามถึงการปฏิบัติงานของทหารในขณะนี้และกรณีที่กองทัพภาคที่ 3 แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่ประกาศจัดตั้ง สปป. ล้านนา พ.อ.วินธัยกล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของทหารในพื้นที่กรุงเทพฯเพื่อสนับสนุนศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยตั้งจุดตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนกรณีการดำเนินคดีกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นั้น ยืนยันว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติ

หวั่นทหารเริ่มเป็นเป้ารุนแรง

เมื่อถามว่า กรณีที่นายกฯแสดงความเป็นห่วงเรื่องบังเกอร์ทหารเพราะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ทางฝ่ายยุทธการต้องไปหาวิธีดำเนินการ ทั้งนี้กองทัพมองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีการใช้ความรุนแรงและเป้าหมายที่ไม่แน่นอน โดยเน้นกระทำต่อผู้มาร่วมชุมนุม จากนั้นกระทำต่อสถานที่ราชการ ศาล องค์กรอิสระ และขยับมาหน่วยที่ตั้งของทหาร สังเกตได้จากกรณียิงเอ็ม 79 ที่ศาลอาญาเมื่อวันที่ 3 มี.ค. โดยระเบิดตกบริเวณห่างจากจุดตรวจทหารไม่ถึง 100 เมตร

ศาลยกคำร้องถอนประกัน “ตู่–เต้น”

ศาลอาญานัดฟังคำสั่งคดีที่นายบรรจบ รุ่งโรจน์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ รับมอบอำนาจจากนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ในฐานะจำเลยที่ 2 และ 3 ในคดีก่อการร้าย เนื่องจากเข้าข่ายกระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวของศาล เนื่องจากจำเลยทั้ง 2 ขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา พูดจายั่วยุปลุกปั่น เชิญชวนให้ตัวแทนกลุ่ม นปช.ในจังหวัดต่างๆ เตรียมอาวุธและกำลังคนเพื่อร่วมต่อต้านกลุ่ม กปปส. ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นคู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียในคดี จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวรายนี้ จึงให้ยกคำร้อง

“มาร์ค” หยัน ปชต.ตายในมือ “ปู”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า คงจะยืดเยื้อ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม ระบุว่าจะตายในสนามประชาธิปไตยนั้น ตนไม่คิดว่านายกฯจะตายในสนามประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยจะตายในมือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย หากนายกฯไม่ประสงค์ที่จะหาทางออกประเทศ แต่พร้อมรักษาอำนาจ จึงเกิดปัญหาการแบ่งแยกดินแดน ปลุกระดมปลุกปั่นให้คนไม่พอใจศาล และองค์กรอิสระ น่าห่วงว่าประเทศกำลังเข้าสู่สภาวะล้มเหลวทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง นายกฯต้องเปิดทางให้มีการพิจารณาข้อเรียกร้องของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลอย่างจริงจัง ต้องยกเลิกเงื่อนไขที่ตั้งไว้คือ ผู้ชุมนุมต้องกลับบ้านก่อน หรือต้องเลือกตั้งให้เสร็จก่อน เรื่องจะง่ายขึ้น ถ้าทุกฝ่ายให้กระบวนการทางการเมืองมาหาคำตอบภายใต้รัฐธรรมนูญ นายกฯจะคุยกันก่อนลาออกก็ได้ ถ้ากังวลว่าออกแล้วจะมีปัญหา ก็มาคุยกันให้ชัดว่า ออกแล้ว บ้านเมืองจะเดินอย่างไรให้ทุกฝ่ายสบายใจ

กสม.แจงตรวจสอบหลายคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกเอกสารข่าวระบุว่า จากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่นๆ ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยมีคำร้องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และมีมติรับเรื่องไว้พิจารณา ประกอบด้วยกรณีร้องเรียนการใช้สารเคมีในการสลายการชุมนุม การปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม กรณีเนรเทศคนต่างด้าวที่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชนกับเด็ก การออกหมายจับแกนนำของ กปปส. กรณีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง กรณีการใช้ระเบิดสังหาร อาวุธสงครามต่อผู้ชุมนุมและสถานที่ราชการ ซึ่งกำลังดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน

หมอฟัน 3 สถาบันค้านแยก ปท.

ที่รัฐสภา ตัวแทนคณาจารย์ บุคลากร นิสิต คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ทญ.กอบกาญจน์ ทองประสม เข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เพื่อแสดงเจตนารมณ์คัดค้านและประณามการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่องจนไม่อาจควบคุมได้ จนถึงมีการเสนอแบ่งแยกดินแดน โดยนายสุรชัยรับว่า จะส่งหนังสือต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป ตนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง หันหน้าเจรจาหาทางออกร่วมกัน โดยไม่ตั้งแง่หรือยึดเงื่อนไขของตนเป็นหลัก ทั้ง 2 ฝ่ายยังติดเงื่อนเวลาการปฏิรูปประเทศ ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายยอมเสียสละเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ โดยที่วุฒิสภาพร้อมเป็นคนกลางประสานเจรจา ทั้งแบบเปิดเผยหรือในทางลับ

สองแควยังต้านแบ่งประเทศ

ที่ จ.พิษณุโลก หน้าที่ว่าการอำเภอเนินมะปราง นายวรชัย เที่ยงไธสง กำนัน ต.ชมพู อ.เนินมะปรางกับพวกได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนพร้อมถือป้ายไวนิลต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนมีข้อความว่า “เราคนชมพู รักชาติ รักแผ่นดินเกิด เราจะไม่ยอมให้ ใครมาแบ่งแยกดินแดนพระนเรศวรของเรา” ก่อนอ่านแถลงการณ์ในการต่อต้าน ส่วนสถานที่ราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ยังคงมีป้ายเขียนข้อความว่า “ยุติความรุนแรง ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ” ติดไว้ที่ด้านหน้าสำนักงานของทุกแห่งอีกด้วย

สั่งปลดป้ายทั้งสองฝ่ายออก

ส่วน จ.เชียงใหม่ ภายหลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงถูกทางทหารแจ้งความเอาผิดกรณีขึ้นป้ายหนุนแยกประเทศ ขณะกลุ่ม กปปส.เชียงใหม่ได้ขึ้นป้ายต่อต้านแยกประเทศว่า “คนเชียงใหม่จะไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกแผ่นดินโดยเด็ดขาด” ติดตามแยกทั่วเมืองเชียงใหม่นั้น นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ปลดป้ายออกทั้งหมดเพราะเกรงจะสร้างความแตกแยกในสังคม โดยมอบหมายให้นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ ดูแลเรื่องนี้ ขณะที่นายชนะกล่าวว่า หลังจากที่มีคนที่มีความเห็นต่าง 2 กลุ่ม ขึ้นข้อความป้ายที่มีแนวคิดที่เห็นต่างกัน เรื่องนี้ ผวจ.เชียงใหม่ได้ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัด และหน่วยงานมั่นคงเฝ้าติดตามเรื่องนี้มาตลอดทั้ง 25 อำเภอซึ่งภาพรวมทั้งหมดเหตุการณ์เรียบร้อยดี แต่จากการดูในภาพรวมแล้วคงไม่ถึงขั้นที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศแต่อย่างใด

“เพชรวรรต” ไม่แจ้งความกลับ

ด้านนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวว่า หลังถูกนายทหารพระธรรมนูญแจ้งความเอาผิดตนนั้น ล่าสุดได้ฟังการสัมภาษณ์ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 บอกว่ากรณีสั่งให้นายทหารไปแจ้งความสองโรงพักในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ทหารไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด เพียงแต่ไปแจ้งเอาไว้เป็นหลักฐานให้ทางตำรวจได้สอบสวนหาผู้กระทำความผิดเท่านั้น ตนไม่ทราบว่าออกมาอย่างนี้ได้อย่างไร ตอนแรกคิดว่าจะพาทนายไปแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อทราบเช่นนี้แล้วตนก็ไม่ติดใจ เพราะอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันประเทศชาติจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้ มาร่วมกันพัฒนาประเทศกันดีกว่า ตนก็เป็นเพียงแค่คนเล็กๆเท่านั้น เมื่อทางทหารเข้าใจตนก็พร้อมที่ให้อภัย

สเกตช์ภาพการ์ดทำร้ายชาวบ้าน

ส่วนความคืบหน้าคดีคนร้ายอ้างเป็นการ์ด กปปส.ทำร้ายชาวบ้านและจับโยนลงแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผกก.สภ.บางปะกง เปิดเผยถึงคดีคนร้ายจับตัวนายยืม นิลหล้า อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 4 ต.ท่าแฝก อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ไปรุมซ้อมก่อนจับมัดมือมัดเท้าปิดตาโยนทิ้งลงสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง หมู่ 3 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง อาการสาหัสว่า ตอนนี้นายยืมอาการดีขึ้น ล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่กองวิทยาการมาสเกตช์ภาพคนร้ายจากปากคำของผู้เสียหายแล้ว ขณะเดียวกันญาติของคนเจ็บได้ย้ายคนไข้ออกจาก รพ.บางปะกงไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ

พระจุดเทียนเดินดับทุกข์แผ่นดิน

กลุ่มพระสงฆ์ประมาณ 200 รูป และพุทธศาสนิกชนกว่า 50 คน ร่วมกันเดินธรรมยาตรา “ดับทุกข์แผ่นดิน” เริ่มจากหน้า สน.พระราชวัง ถนนมหาราช เดินเท้ามุ่งไปพระอุโบสถของวัดพระศรี– รัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว แล้วจุดเทียนและสวดมนต์ เพื่อนำความสงบสุขกลับสู่สังคมไทยที่กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างรุนแรงให้กลับมาปกติโดยเร็วก่อนที่จะเดินทางกลับ โดยพระครูธรรมธรสัมพันธ์ ถิรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดจันทรสุข จ.ปทุมธานี กล่าวว่า กลุ่มพระสงฆ์ อุบาสกและอุบาสิกา ไม่มีชื่อกลุ่มหรือผลประโยชน์อะไร มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ขอให้แสงเทียนแห่งธรรมนี้จงส่องใจคนไทยทุกดวงที่กำลังขัดแย้ง ให้กลับมารักสมัครสมานสามัคคี จึงขอบิณฑบาตความสุขดับทุกข์ให้แผ่นดิน

กีฬาสีเด็กอนุบาลล้อการเมือง

ส่วนที่โรงเรียนอนุบาลพูนสุข ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้จัดงานกีฬาสีของโรงเรียนโดยในขบวนพาเหรดของนักเรียนมีการล้อเลียนการเมืองที่กำลังระอุในช่วงนี้คือ เด็กถือป้ายเขียนว่า “หนูอยากให้พวกคุณรักกัน” โดยเด็กใส่หน้ากากเป็นรูปนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ นายจตุพร ทหาร และชาวนา ยืนกอดกันแสดงความรัก รวมทั้งการแต่งกายคล้ายพระพุทธอิสระรวมอยู่ในขบวนด้วย ตามด้วยชายนั่งรถเข็นแล้วยืนขึ้นโบกธงพร้อมกับเป่านกหวีดโดยใส่หน้ากากนายสุเทพเป็นที่ชอบอกชอบใจ สร้างสีสันให้กับผู้ปกครองและผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

นปช.แถลงการณ์ไม่แยก ปท.

นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. อ่านแถลงการณ์ นปช.เรื่องไม่สนับสนุนการแบ่งแยกประเทศ ใจความว่า 1. แนวนโยบายของ นปช.บอกเป้าหมายชัดเจน คือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  2. อาจมีประชาชนบางคน แสดงความ รู้สึกขมขื่น จากการกระทำขององค์กรอิสระ กองทัพและขบวนการระบอบอำมาตย์ จึงมีคำพูดประชดประชัน ไม่ได้หมายถึงการจัดตั้ง ขบวนการเพื่อการแยกประเทศแต่อย่างใด 3. ในฐานะกลุ่มการเมืองภาคประชาชน จะต้องไม่ทำสิ่งใด ที่ขัดแย้งกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นอันขาด การแยกประเทศย่อมทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วย นปช.เป็นองค์กรของประชาชนจะมีแนวคิดเช่นนี้ไม่ได้ 4. การใช้กองกำลังอาวุธ ก็เช่นกัน ไม่ตรงกับนโยบาย นปช.และเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

“เต้น” สงสัยโยงอำนาจต่อรอง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่นายยืม นิลหล้า อาชีพ รปภ.ถูกการ์ด กปปส.ค้นตัวในสวนลุม แล้วพบบัตร นปช.จึงนำไปให้นายอิสสระ สมชัย แกนนำสอบสวน ก่อนนำไปขังไว้แล้วรุมซ้อมอาการปางตาย จึงนำไปใส่กระสอบทิ้งแม่น้ำบางปะกงพร้อมใส่เครื่องหมาย กปปส.ไว้ด้วย ตั้งข้อสงสัยว่าเมื่อนายอิสสระ ได้สอบปากคำนายยืมแล้ว เหตุใดถึงปล่อยให้การ์ดรุมยำ แล้วเอาโยนทิ้งแม่น้ำบางปะกง กปปส.มีสิทธิอะไรเปิดศาลเตี้ยอาญาเถื่อนในที่ชุมนุม ที่น่าสังเกตคือเคยมีเหตุชายถูกจับถ่วงน้ำใส่กระสอบป่านไปโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา การ์ด กปปส.ถูกตำรวจจับพร้อมอาวุธปืนได้ไม่เว้นแต่ละวัน นี่หรือคือม็อบสันติอหิงสาที่ประกาศไว้ ทั้งนี้สงสัยทำไมเรื่อง สปป.ล้านนา ผบ.ทบ.ถึงออกอาการมากเป็นพิเศษ ทั้งที่ความจริงก็รู้อยู่ว่าไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดง จึงตั้งข้อสังเกตว่าช่วง เม.ย.เป็นฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายที่ต้องดุเดือดมากเพราะต้องการอำนาจการต่อรองเพิ่มหรือไม่

ลั่นกลองรบแรลลี่ภาคเหนือ

นายนิสิต สินธุไพร กล่าวว่า กำหนดการเคลื่อนพลลั่นกลองรบของ นปช.ครั้งที่ 2 ในภาคเหนือ จะมีขึ้นวันที่ 8 มี.ค. ในลักษณะแรลลี่ระยะทาง 130 กม. โดยนัดหมายรวมพลที่ จ.ลำปาง เวลา 12.00 น. เพื่อเคลื่อนไปยัง จ.ลำพูน และหยุดชุมนุมปราศรัยที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยเข้าร่วมไม่น้อยกว่าการเคลื่อนขบวนในภาคอีสาน

กปปส.จ่อแจ้งความกลุ่มแยก ปท.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่ากรณีนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ปฏิเสธว่า นปช.ไม่มีส่วนร่วมแบ่งแยกประเทศ และบิดเบือนว่า สปป.ล้านนาไม่ได้มาจากสาธารณรัฐประชาชนล้านนา แต่เป็นสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือการอ้างว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นของบุคคลที่มีอารมณ์ขมขื่น ซึ่งการกล่าวอ้างของนางธิดาโกหก เพราะมีหลักฐานชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้ โดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำรักเชียงใหม่ 51 ให้สัมภาษณ์ว่า แนวทางแบ่งแยกประเทศคุยมากว่า 6 เดือนแล้ว และเป็นไปได้สูง รวมทั้งการปราศรัยของแกนนำ นปช.แพร่ บนเวที นปช.ลั่นกลองรบ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ทั้งหมดเป็นหลักฐานผูกมัดว่ามีขบวนแบ่งแยกดินแดนจริง การกล่าวของนางธิดาเป็นการโกหก ปกปิดเบื้องลึกเรื่องนี้ จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการกับขบวนการเหล่านี้ และวันที่ 6 มี.ค. น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส.จะไปยื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร.ให้ดำเนินการเรื่องนี้

เชิญนักวิชาการถกเวทีปฏิรูป

นายเอกนัฏกล่าวว่า  กรณีคนร้ายปาระเบิดใส่บ้านพักนายณัฏฐพล และนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. ถือเป็นการคุกคามและเชื่อว่าเกี่ยวโยงกับการเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ โดยขอให้ตำรวจเร่งจับคนร้าย หากไม่แจ้งความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับ กปปส.จะนำมวลชนไปเยี่ยม ทั้งนี้ วันที่ 10 มี.ค. กปปส.จะเปิดเวทีปฏิรูปอย่างจริงจัง โดยจะเชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญที่เคยศึกษาประเด็นการปฏิรูปเข้ามาแสดงความคิดเห็นในแนวทางปฏิรูป โดยจะจัดหัวข้อสัมมนาวันละหัวข้อ และจะมีแกนนำรับผิดชอบได้แก่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นาย
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

“สุเทพ” เรียกร้อง นปช.ร่วมปฏิรูป

กระทั่งเวลา 20.40 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ยืนยันว่าด้วยตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องพ้นหน้าที่ทันทีเมื่อหลังจากเลือกตั้งครบ 30 วัน ไม่สามารถประชุมสภาฯได้ อย่างไรก็ตาม มีคนเห็นต่าง คนชี้ขาดคือศาลรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนต้องเข้าชื่อกันไปที่วุฒิสภา หรือ กกต. เพื่อให้นำเรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อวันใดที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ทั้งเรื่องเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ หรือการสิ้นสภาพของรัฐบาลรักษาการ เชื่อว่าฝ่ายสมุนบริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือ นปช.ต้องโมโห ต้องลุกขึ้นมาด่าว่าศาลสองมาตรฐาน กลั่นแกล้ง ต้องออกมาอาละวาดแน่นอน แต่อยากเรียกร้องให้ชุมนุมอย่างสงบ ให้ดูตัวอย่างพวกเรา เพราะทุกครั้งก่อเรื่องรุนแรงทุกที เชิญให้มาร่วมกันคิดปฏิรูป แต่ถ้าจะแยกประเทศเราไม่เอา แบ่งไม่ได้

ยันให้ ปธ.วุฒิเสนอชื่อนายกฯได้

นายสุเทพกล่าวว่า นอกจากนี้หากเกิดสุญญากาศ รัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนในมาตรา 7 ว่าสามารถตั้งนายกฯคนกลางได้ มั่นใจว่าต้องเกิดเหตุการณ์นั้น แต่คนเข้าใจผิดว่าต้องเข้าไปกราบ บังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอนายกฯพระราชทาน ซึ่งเข้าใจผิด พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมือง และพระองค์ยึดกฎหมาย เช่นเมื่อไหร่จะต้องใช้พระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกฯ จะต้องมีผู้มีอำนาจตามกฎหมายรับสนองพระบรม ราชโองการ ถ้าเป็นเวลาปกติเป็นหน้าที่ประธานรัฐสภาทูลเกล้าฯเสนอชื่อ แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่ปกติ เพราะไม่มี ส.ส. ประชุมรัฐสภาไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามมาตรา 7 โดยใช้องค์กรที่มีคือวุฒิสภา ดังนั้นประธาน หรือรองประธานวุฒิสภา จะเป็นผู้นำความกราบบังคมทูลฯ ดังนั้น ขออย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าการปฏิบัติตามมาตรา 7 เป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาทให้พระราชทานนายกฯ

ชี้ ส.ว.ยื่นศาลตีความ “ปู” 10 มี.ค.

นายสุเทพกล่าวด้วยว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาจะสรุปเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่ง ให้เสร็จภายในวันที่ 7 มี.ค. และจะยื่นเรื่องต่อศาล รัฐธรรมนูญเพื่อให้ชี้ขาดในวันที่ 10 มี.ค. รวมทั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านการเลือกตั้ง ก็จะยื่นเรื่องการเลือกตั้งที่ค้างคาอยู่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วย ซึ่ง กกต.ควรถามศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าสุดท้ายเรื่องนี้ต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญและจะมีการวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ นอกจากนี้ ขอให้พี่น้องเตรียมใจรับผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีมติเรื่องกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้าน ถ้าเป็นไปตามพวกเราคาด พวกนี้ ดิ้นเป็นไส้เดือนโดนขี้เถ้าแน่

6 มี.ค. 2557 07:16 6 มี.ค. 2557 07:16 ไทยรัฐ