วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"กำลัง" หรือ "กฎหมาย"?

ท็อปบูตล้อมหน้าล้อมหลังเลย

กับภาพข่าวที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมสภา-กลาโหม ท่ามกลางขุนทหารตบเท้าเข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

ตามวาระถกเรื่องโผโยกย้ายทหารกลางปี และปมร้อนแยกประเทศ

และยังมีอีกช็อตเบื้องหลังที่ทีมงานผู้นำหญิงมีการนำภาพมาแชร์กันในโซเชียลมีเดีย กับฉากนายกฯยิ่งลักษณ์นั่งโต๊ะกินข้าวเที่ยงร่วมกับ “บิ๊กแป๊ะ” พล.อ.นิพัทธ์ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ

ล้อมวงกันพร้อมหน้าพร้อมตา

นายกฯเรียกผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าประชุมโดยไม่มีการขาด ลา หรือหายหน้าไปโดยมีนัยแฝง

ตามรูปการณ์ก็เป็นการ “กระตุกภาวะผู้นำ” กระชับอำนาจนายกฯรักษาการ ไม่ได้เป็นแค่ “รัฐบาลพลัดถิ่น” ต้องเร่ร่อนพเนจรไปได้แค่ภาคเหนือ ภาคอีสาน

ซุ่มหลบอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายสนับสนุนเท่านั้น

ว่ากันตามภาพข่าวฉากหน้า “ยิ่งลักษณ์” ก็ยังชิวชิวอยู่ในเขตทหาร ท่ามกลางกระแสปฏิวัติล้อกับอาการเฮี้ยบๆของจ่าฝูงกองทัพบกที่สั่งไล่บี้ขบวนการปลุกกระแสแบ่งแยกประเทศ

เหตุการณ์ยังไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

การล้มกระดานกันด้วยกำลังทหารยังไม่มีอะไรให้ลุ้นเสียวในห้วงระยะเวลาอันใกล้

แต่ที่มีแววจะแทรกคิวมาก่อนก็คือการฟัดกันในเหลี่ยมกฎหมาย ตามเกมล่าสุดที่ “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จ่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้รัฐบาลพ้นสภาพ ภายหลัง 30 วัน ไม่สามารถเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้

อ้างความเห็นของอดีตประธานศาลฎีกาที่ไม่ประสงค์ออกนาม ฟันธงนายกฯยิ่งลักษณ์หมดอำนาจไปตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม

ในเงื่อนไขที่ลากโยงถูลู่ถูกังมาจากปมเลือกตั้งติดล็อก

และก็ออกมาในจังหวะเหมือนนัดกันไว้ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ยุคแรกของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่โดน “ยิ่งลักษณ์” เด้งออกไป ล่าสุดได้โพสต์เฟซบุ๊กเร้ากระแส เร่งให้ศาลรัฐธรรมนูญรีบวินิจฉัยสถานภาพของนายกฯและรัฐบาลรักษาการ

อ้างสถานการณ์สุ่มเสี่ยงกับข้าราชการ เพราะหากไม่ทำตามรัฐบาลก็เป็นการขัดคำสั่ง แต่หากดำเนินการตามคำสั่งก็ไม่แน่ใจว่านายกฯและรัฐมนตรียังมีอำนาจรักษาการอยู่หรือไม่

แนวต้านโหมตีปี๊บปมรัฐบาลรักษาการสิ้นสภาพ

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ส่งมือกฎหมายระดับนายชัยเกษมนิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะอดีตอัยการสูงสุด ออกมายืนกรานมาตราที่นายสุเทพกล่าวอ้างเป็นคนละหมวดกับการสิ้นสภาพของรัฐบาล

เป็นไปไม่ได้ที่นายกฯและรัฐบาลรักษาการจะสิ้นสภาพก่อนมีรัฐบาลใหม่

ดักคอกันเป็นนัย รัฐบาลจะสิ้นสภาพก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสิ้นสภาพ ซึ่งที่ผ่านมากฎหมายระบุให้น้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าบางครั้งจะเป็นที่กังขา

สรุปชะตาอยู่ที่ “อรหันต์” ศาลรัฐธรรมนูญ

และตามปรากฏการณ์ที่ผ่านมา งานนี้ก็ต้องบอกว่าพรรคเพื่อไทยต้องลุ้นเหนื่อย

ที่แน่ๆว่ากันตามกติการัฐธรรมนูญ ถ้า “ยิ่งลักษณ์” สิ้นสภาพนายกฯรักษาการ ตามรูปการณ์ ครม.ก็ต้องถอนยวงไปทั้งคณะ กลายเป็นภาวะ “สุญญากาศ” ทางอำนาจ

เข้าเงื่อนไข “นายกรัฐมนตรี มาตรา 7” ทันที

และก็เป็นอะไรที่ไหลเข้าเหลี่ยมบังคับ เมื่ออำนาจตามกระบวนการในสภาทั้งหมดตกไปอยู่ที่วุฒิสภา ที่กำลังอยู่ในห้วงผลัดอำนาจ ตามจังหวะต้องมีการเลือกตั้ง ส.ว.ใหม่ทั้ง 77 จังหวัด ในขณะที่ ส.ว.เลือกตั้งที่ยังรักษาการอยู่ ส่วนหนึ่งก็ติดชนักปมแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.จ่อโดนถอดถอน

โดยดุลอำนาจก็เหลือแค่ “ส.ว.ลากตั้ง” ที่อยู่ในการคุมเกมของกลุ่ม 40 ส.ว.เท่านั้น

ตามรูปการณ์ก็พอจะเดาคำตอบสุดท้ายกันได้เลย.

ทีมข่าวการเมือง

6 มี.ค. 2557 03:43 6 มี.ค. 2557 03:43 ไทยรัฐ