วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คณะประมง ม.เกษตรฯ แจงผลกระทบน้ำมันรั่วเกาะเสม็ด (ชมคลิป)

ผศ.ดร.ธรณ์ เปิดเผยงานนักวิจัยคณะประมง ม.เกษตรฯ กรณีผลกระทบน้ำมันรั่วอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง แต่ยังต้องเฝ้าระวังติดตามอย่าวน้อย 1-2 (ชมคลิป)...

วันที่ 5 มี.ค.เวลา 10.00 น. ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ หัวหน้าภาควิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเผยงานนักวิจัยจากที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมงได้ลงพื้นที่สำรวจและติดตามระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในพื้นอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยองมากกว่า 40 จุดในระยะเวลา 6 เดือน พบว่าสภาพปะการัง 400-500 ก้อน ในพื้นที่อ่าวพร้าวที่จากเดิมพบว่ามีการฟอกขาวในช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาเริ่มมีการฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันไม่พบการฟอกขาวแล้ว แต่ยังมีการแสดงออกของโรคปะการัง เช่นลักษณะสีที่เปลี่ยนไปทำให้แม้ว่าจะไม่มีการฟอกขาวก็ยังไม่กลับสู่สภาพปกติ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังติดตามต่อไปอย่างน้อย 1-2 ปี โดยขณะนี้มีการตรวจพบความปกติของน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด และหากในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.นำทะเลมีอุณหภูมิร้อนขึ้นฉับพลัน ก็อาจจะทำให้เกิดปะการังฟอกขาวฉับพลันได้


ผลกระทบระบบนิเวศในหาดทรายและดินตะกอนใต้พื้นน้ำ พบว่าในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังจากการมีการรั่วไหลน้ำมันมีการปนเปื้อนของสารไฮโดรคาร์บอนสูง มาก จากนั้นเริ่มลดลงเรื่อยๆ จึงเหลือ 2 ไมโครกรัมต่อกรัม แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าากหรือน้อยกว่าค่ามาตรฐานปกติของสารไฮโดรคาร์บอน เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาและกำหนดค่ามาตรฐานอย่างเป็นทางการจากกรมควบคุมมลพิษ แต่จากการเก็บตัวอย่างดินตะกอนเพื่อนำมาวิเคราะห์ยังพบว่ามีการปนเปื้อนสะสมอยู่มาก และมีการย่อยสลายของสารดังกล่าวไม่ถึงร้อยละ 50 ทำให้ยังต้องเฝ้าติดตามสัตว์ทะเลที่อาศัยพื้นผิวดิน อย่าง หอยต่างๆ และปู ว่ามีการสะสมสารไฮโดรคาร์บอนในจำนวนที่มากจนเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หรือไม่ เนื่องจากการย่อยสลายของสารไฮโดรคาร์บอนอาจจะต้องใช้เวลานานมากกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี เพราะมีปริมาณการรั่วไหลน้ำมันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเหตุน้ำมันรั่วที่นอก ชายฝั่งอลาสกาในจำนวนมหาศาลต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปีจึงยังคงต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเพราะอาจมีการสะสมของสารดังกล่าวในปริมาณที่มากขึ้น  ส่วนน้ำทะเลร้อยละ 90 ไม่พบสารดังกล่าวแล้ว ทำให้สามารถลงเล่นน้ำและรับประทานอาหารทะเลในบริเวณนั้นได้

"สิ่งที่เป็นดัชนีชี้วัดระบบนิเวศในพื้นที่อ่าวพร้าว ที่นักวิจัยนำมาวิเคราะห์ร่วมกับเครื่องมือต่างๆ คือ ดูความหนาแน่นของปูทหาร และติดตามพฤติกรรม ที่จากเดิมปูทหารจะขุดรูเป็นแนวดิ่งลึก 50 เซนติเมตร แต่จากการติดตามพบว่าปัจจุบันปูทหารขุดรูลงไปเป็นแนวเฉียงและลึกเพียง 15 เซนติเมตรเท่านั้น บ่งชี้ได้วา ในพื้นที่ดินตะกอนยังคงมีการปนเปื้อนของคราบน้ำมันอยู่ และพบปูทหารในจำนวนที่น้อยกว่าปกติที่พบ 80 ตัวต่อตารางเมตร เหลือเพียง 40-50 ตัวต่อตารางเมตรเท่านั้น ขณะที่การตรวจสอบการปนเปื้อนสารไฮโดรคาร์บอนในหอยจำเป็นต้องนำหอยมาทำให้แห้งเพื่อมาตรวจการปนเปื้อนอีกครั้ง" ผศ.ดร.ธรณ์กล่าว


ด้าน รศ.ดร.เชษฐพงษ์ เมฆสัมพันธ์ อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวว่าการพบสารไฮโดรคาร์บอนที่ปนเปื้อนในผิวดินและตะกอนดินยังมีปัจจัยมาจากเรือโดยสารนักท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากบริเวณนั้นมีท่าเรือทำให้ยังคงตรวจพบสารดังกล่าวตกค้างอยู่ต่อ เนื่องจากแนวทางในการฟื้นฟูดินตะกอนขณะนี้ต้องรอให้ธรรมชาติช่วยเยียวยาในเบื้อนต้น อย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะเข้าไปทำให้การฟื้นฟูในรูปแบบต่างๆ เพราะยังพบการปนเปื้อนค่อนข้างสูงอยู่ ทำให้เมื่อมีกิจกรรมฟื้นฟูใดๆ ก็ยังไม่สามารถช่วยให้ระบบนิเวศได้ทันที


อย่างไรก็ตามในพื้นที่เกาะเสม็ดมีการพบเห็นกิจกรรมรท่องเที่ยว อย่างซีวอล์กเกอร์ ในลักษณะมีหมวกกันน้ำและเดินลงไปสำรวจดูปะการังในบริเวณที่มีการวางทุ่น เพื่อกันพื้นที่ฟื้นฟูปะการัง อาจจะส่งผลต่อกระทบเพราะจะทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของหน้าดินตะกอน และสารไฮโดรคาร์บอนจากคราบน้ำมันที่ยังคงตกค้างและปนเปื้อนจะเกิดการกระจายตัว ซึ่งยากต่อการที่จะให้ธรรมชาติเข้ามาฟื้นฟู จึงเสนอให้มีการเข้าไปติดตาม และเข้มงวดในกิจกรรมดังกล่าว.

ชมคลิป

 

ผศ.ดร.ธรณ์ เปิดเผยงานนักวิจัยคณะประมง ม.เกษตรฯ กรณีผลกระทบน้ำมันรั่วอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง แต่ยังต้องเฝ้าระวังติดตามอย่าวน้อย 1-2 (ชมคลิป)... 5 มี.ค. 2557 19:56 6 มี.ค. 2557 06:48 ไทยรัฐ