วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดหลักฐานชัด 7 ข้อ สถูปพม่าบรรจุพระบรมอัฐิ 'เจ้าฟ้าอุทุมพร' จริง

เปิดหลักฐานชัด 7 ข้อ สถูปพม่าบรรจุพระบรมอัฐิ 'เจ้าฟ้าอุทุมพร' จริง

  • Share:

ผู้เชี่ยวชาญอนุรักษ์โบราณสถานในพม่า แจงหลักฐาน 7 ข้อ ชี้ชัดสถูปบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพรจริง ขณะที่กรมโบราณคดีไม่มีความเกี่ยวข้อง ด้านนักอ่านภาษาพม่า พบหลักฐานภาพจากสมุดพม่าเพิ่ม...

ตามที่กรมศิลปากรและรัฐบาลพม่าไม่รับรองผลการขุดค้นสถูปบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 หรือ สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร กษัตริย์พระองค์ที่ 32 แห่งกรุงศรีอยุธยา ภายในสุสานลินซิน เนื่องจากหลักฐานและเอกสารประกอบยังไม่สมบูรณ์นั้น นายวินหม่อง ผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์โบราณสถานในพม่าเปิดเผยว่า ตนยืนยันการขุดค้นภายในสุสานลินซิน ว่าเป็นสถูปบรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร เพราะได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน

โดยเริ่มต้นจาก 1. พงศาวดารพม่าฉบับคองบองมีบันทึกไว้ว่าพระราชวงศ์อยุธยาที่ถูกกวาดต้อนไปพม่า เมืองหลวงขณะนั้นคือเมืองอัง หรือเมืองมัณฑะเลย์ในปัจจุบัน 2. หลักฐานที่บ่งชี้ได้คือสุสานลินซินกง ถือว่าเป็นสุสานสำหรับชนชั้นสูงชาวต่างชาติเท่านั้น 3. ตามหลักฐานมีการบันทึกว่ามีพระมหากษัตริย์ไทยเคยได้รับการพระราชทานเพลิงพระศพจากพระเจ้าปดุง ที่สุสานลินซินกงนาย 4. อิฐที่ใช้สร้างสถูปเป็นชนิดเดียวกับสร้างเมืองอมรปุระ 5. ภาชนะทรงบาตรที่ใช้บรรจุพระบรมอัฐินั้น เป็นเครื่องเคลือบดินเผายุคอมรปุระ ซึ่งเป็นยุคที่สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรสวรรคต 6. ลักษณะภาชนะทรงบาตรตั้งอยู่บนพานแว่นฟ้า ประดับตกแต่งสวยงาม ซึ่งใช้กับเจ้านายชั้นสูงหรือพระมหากษัตริย์เท่านั้น 7. พระบรมอัฐิที่พบนั้น นอกจากกระดูกยังมีสายรัดประคดห่ออยู่ในผ้าจีวร แสดงว่า เป็นเจ้านายชั้นสูงหรือพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นยังเป็นพระสงฆ์หรือมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งสมัยนั้นก็มีเพียงพระองค์เดียว คือ สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร

นายหน่าย วิน เจ้าหน้าที่กรมโบราณคดีพิพิธภัณฑ์และหอสมุด กระทรวงวัฒนธรรมแห่งสหภาพเมียนมาร์ กล่าวว่า ทางการพม่าไม่ถือว่าสุสานแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดี จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลกลาง เป็นความรับผิดชอบเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งทางกรมโบราณคดีก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เพื่อไปติดตามการทำงานของสมาคมจิตพรรณของไทยทุกระยะว่าทำงานกันอย่างไร ถูกต้องหรือไม่เท่านั้น

ด้านนายวทัญญู ฟักทอง อดีตอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลันนเรศวรในฐานะผู้เชี่ยวชาญภาษาพม่ากล่าวว่า ทางกรมศิลปากรได้มอบหมายให้ตนแปลเอกสารสมุดพม่าหรือพาราไบเก ที่ทางกลุ่มสมาคมจิตพรรณใช้อ้างอิงพบว่า เรื่องของชื่อภาพวาดนั้นไม่ใช่สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรแต่แปลออกมาแล้วเป็นสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 33 นอกจากนี้ ใต้ภาพเอกสารพาราไบเก ยังใช้คำว่า ตะโจว เป็นภาษาบาลี แปลว่า สงเคราะห์ หรือปลงศพ แต่ไม่ได้ระบุว่า ปลงศพแบบไหน หากมีคำว่าพระราชทานเพลิงพระศพจริง จะต้องมีคำว่า มีตะโจว ปรากฏในเอกสารด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้