วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.8 LTZ1 (ตอนที่ 2)

ทดสอบ SUV พันธ์ุแกร่ง Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 ตอนที่สองกับการขับทดสอบประสิทธิภาพทั้งทางเรียบและทางลุยบนเส้นทาง กรุงเทพฯ-วังน้ำเขียว-เขาแผงม้า...

ความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้อุณหภูมิในแถบอำเภอวังน้ำเขียวลดฮวบฮาบลงอย่างรวดเร็ว จอมัลติฟังก์ชั่นแบบ touch screen ในระบบ Mylink Version 2 ของ Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 แจ้งเตือนอุณหภูมิภายนอกห้องโดยสารโดยอ่านค่าได้ที่ 22 องศา ขณะที่ผมกำลังควบเจ้ายานยนต์คนชอบลุยของค่ายโบไทร์ฝ่าเข้าไปยังบริเวณหุบเขาแห่งนี้ มันคืออุณหภูมิที่เย็นสบายจากกระแสลมหนาวจากประเทศจีนที่หลงเข้ามาในประเทศไทยตอนต้นฤดูร้อน และทำให้รู้สึกสดชื่นรื่นรมย์ วันเวลาแห่งการขับทดสอบรถยนต์ที่ไม่รู้จักจบสิ้นเริ่มต้นขึ้นในเช้าวัน พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ เป็นการขับทดสอบรถยนต์ SUV ประสิทธิภาพสูงของ Chevrolet ในรุ่น Trailblazer 2.8 LTZ1 รถออฟโรดที่ทรงพลังที่สุดในตลาดรถยนต์ประเภทสมบุกสมบันที่มีราคาค่าตัวไม่เกิน 1.5 ล้านบาท บนตลาดรถลุยของประเทศไทย


ด้วยราคาค่าตัว 1,489,000 บาท คุณจะได้ความสดใหม่ของห้องโดยสารด้วยเบาะที่หุ้มด้วยหนังแท้และระบบอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานอีกเพียบ เบาะของ Trailblazer 2.8 LTZ1 ในตำแหน่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้าโดยใช้หนังแท้สีครีมที่นุ่มนิ่มนั่งสบายแทนที่เบาะแบบเก่าซึ่งแข็งเกินไป ภายในโทนสีเบจให้อารมณ์และมุมมองที่อบอุ่นและกว้างขวางจากงานดีไซน์ และการจัดวางอุปกรณ์ตลอดจนพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะที่ทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง จากขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โตโอ่โถ่งของ Cockpit นอกจากจะทำการปรับวัสดุภายในให้เข้ากับความทันสมัยน่าใช้งานแล้ว Trailblazer ทุกรุ่น โดยเฉพาะรุ่นสูงสุดในคันทดสอบยังใช้เบาะหนังแท้แทนที่เบาะแบบผ้าในรุ่นก่อนหน้านี้ องค์ประกอบที่ดีของการขับส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากทัศนวิสัยมุมมองรอบตัวที่โปร่งโล่ง แม้เสาท้ายจะมีขนาดใหญ่แต่การออกแบบโดยเจาะช่องหน้าต่างเพิ่มทำให้มุมมองรอบๆ ตัวมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากขนาดความสูงของตัวรถ ตำแหน่งท่านั่งในสไตล์รถออฟโรดที่สูงโด่งและกระจกบังลมบานหน้าขนาดใหญ่ที่ทำให้คุณมองเห็นไกลได้เป็นกิโลๆ


Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ ใช้ความพยายามอย่างหนักในการต่อกรกับคู่ต่อสู้อย่าง Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport ซึ่งครองตลาดรถยนต์ออฟโรดและทำตัวเลขยอดขายไล่เรียงกันไปตามค่านิยมของคนไทย จนกระทั่งเวลาได้เดินทางมาถึงจุดกำเนิดของเครื่องยนต์สุดยอดแห่งพลัง และแรงบิดอย่าง Duramax XLD28 มันคือเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบที่ให้ประสิทธิภาพในด้านแรงบิดดีที่สุดในตลาดรถออฟโรดที่มีราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เครื่องดีเซล Duramax XLD28 ตัวนี้ใช้เทคโนโลยีใหม่หมดทั้งบล็อก รวมถึงชิ้นส่วนและกลไกภายในก็ยังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อลดเสียงการทำงานในรอบเดินเบาให้ลดลงอีกด้วย การออกแบบและพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวเพื่อทำให้มันเป็นขุมกำลังที่จะวางลงในรถยนต์ปิกอัพและรถออฟโรดอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท Chevrolet โดยมีเป้าหมายไปที่การอัพแรงบิดรอบต่ำให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้มันเป็นรถลุยที่มีพละกำลังมหาศาลในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์แย่ๆ บนเส้นทางที่มีความโหดร้าย เครื่องยนต์ดีเซล Duramax XLD28 มีความจุรวม 2,776 ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้าแรงดันสูงแบบคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว ระบบความร้อนด้วยน้ำพร้อมกับระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบที่ได้รับการคำนวณค่าของการบูสพลังให้มีความเหมาะสมกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ ผลลัพธ์ที่ได้คือแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร หรือ 51.0 กิโลกรัมเมตร แถมยังเป็นแรงบิดที่มาในรอบต่ำที่ 1,250-2,000 รอบต่อนาทีอีกด้วย


3 ชั่วโมงท่ามกลางแดดจัดจ้า อุณหภูมิที่ลดต่ำและกระแสลมแรงที่เย็นเฉียบ ผมขับเจ้า Trailblazer 2.8 LTZ สีเขียว Bule Mountain จากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าไปยังอำเภอปากช่องเพื่อลองประสิทธิภาพของยานยนต์อเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่งของ Chevrolet เป็นการลองขับครั้งแรกบนตัวรถรุ่นนี้ หลังจากที่ผมไม่ได้เดินทางร่วมกับกรุ๊ปสื่อมวลชนที่ยกทีมทดสอบไปขับถึงเมืองพุกามในพม่า สภาพการควบคุมใน Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 คล้ายกับการขับรถออฟโรดที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถซีดานทั่วๆ ไป คุณสามารถมองเห็นได้ไกลกว่าการนั่งขับอยู่ใน Cruze, Spin หรือแม้แต่ Captiva ซึ่งเป็น Crossover หรูในตระกูล Chevrolet เบาะนั่งนิ่มสบายก้นจากความนุ่มของหนังแท้ที่ใช้ห่อหุ้ม หนังแท้สีขาวยังส่งมอบมุมมองของความหรูและช่วยทำให้ห้องโดยสารของ Trailblazer 2.8 LTZ1 มีความงดงามน่าใช้งานกว่ารุ่นที่ผ่านมา การควบคุมที่ย่านความเร็วต่ำในเมือง พวงมาลัยพาวเวอร์สายพานให้ความรู้สึกที่หนักแน่นและมั่งคงในย่านความเร็วต่ำ การออกตัวจากสัญญาณไฟจราจรไม่มีคำว่าอืดอาดชักช้าแต่อย่างใดทั้งสิ้น น้ำหนักตัว 1.7 ตัน ไม่สร้างภารกรรมให้กับระบบขับเคลื่อนของรถคันนี้ เนื่องจากแรงบิดที่มากเกินพอและมาในรอบที่ต่ำมากเพียงแค่กดคันเร่ง เมื่อรอบเครื่องยนต์ไหลไปถึง 1,250 รอบต่อนาที มันจะพุ่งทะยานออกจากจุดหยุดนิ่งจนทำให้คุณอาจรู้สึกแปลกใจในความกระชับและฉับไวของอัตราเร่ง สัดส่วนมิติของตัวรถที่มีความกว้าง 1,902 มิลลิเมตรให้ความรู้สึกถึงความใหญ่โตจนคับถนน ความยาว 4,878 มิลลิเมตรเท่าๆ กับซีดานขนาดกลาง แต่สัดส่วนของความสูงที่ 1,847 มิลลิเมตร ทำให้การมองไปข้างหน้าไกลจนทำให้คุณมองเห็นได้ยันสุดปลายของถนนอีกด้าน ซึ่งเข้ามาช่วยให้การตัดสินใจในการใช้เบรกรวมถึงการเปลี่ยนทิศทางเหนือกว่ารถซีดานเตี้ยๆ อย่างชัดเจน


ขอต้อนรับสู่อำเภอวังน้ำเขียว ดินแดนที่มีอากาศดีเกือบตลอดทั้งปี (ยกเว้นฤดูร้อน) ที่นี่คือสถานที่ที่เหมาะสำหรับรถลุย หากคุณต้องการไปในที่ที่รถส่วนใหญ่ไม่สามารถวิ่งไปถึง เจ้า Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 ทำตัวได้กลมกลืนกับภูมิประเทศในแถบนี้ ความสามารถในการลุยทางวิบากขึ้นตรงกับระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ซึ่งมีสวิตช์ให้ปรับการขับขี่ได้หลายรูปแบบ โดยมีทั้งแบบ 4 Low และ 4 High รวมถึงการขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังแบบปกติที่ใช้สำหรับการวิ่งบนผิวทางเรียบๆ ในปัจจุบัน รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะที่ใช้สำหรับเดินทางเคลื่อนที่เท่านั้น มันยังเป็นจักรกลที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้การขับของคุณสะดวกสบายและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพาหนะสำหรับขับไปทำงานทุกวันและพาครอบครัวออกไปท่องเที่ยวผจญภัยในวันหยุดพักผ่อน มันมีทั้งความหรูหรากับพลังในการที่จะเอาตัวรอดจากทางแย่ๆ (แต่มีความงดงามของธรรมชาติแอบแฝงอยู่) ในเขตที่ค่อนข้างรกร้างและห่างไกลจากศูนย์หรือปั๊มเชื้อเพลิง คุณอาจต้องการรถยนต์ออฟโรดที่มอบความเชื่อมั่นได้สูงกว่ารถประเภทอื่นๆ และ Trailblazer สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างสบายๆ ทางสมบุกสมบันที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อเนินดินและหล่มโคลน พร้อมจะกลืนกินรถยนต์ทุกคันที่ไม่มีความสามารถมากพอสำหรับการลุยแบบเต็มเหนี่ยว แต่ไม่ใช่สำหรับ Trailblazer 2.8 LTZ1 อย่างแน่นอน บนเส้นทางที่จะเข้าสู่ไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านในแถบอำเภอปากช่อง ผมแทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากนักในการเอาตัวรอด เพียงแค่ประคองพวงมาลัยไปยังทิศทางที่ถูกต้องและแตะเบรกชะลอความเร็วไม่ให้มากจนเกินไปเมื่อวิ่งฝ่าทางแย่ๆ แบบนี้ ระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติบนทางลาดชัน HDC - Hill Descent Control เข้ามาแทรกแซงโดยจะจัดการกับคันเร่งให้มีความเหมาะสมกับองศาของการปีนป่าย มันช่วยให้คุณอยู่รอดเมื่อต้องวิ่งเข้าไปยังพื่นที่ซึ่งรถแบบอื่นๆ ไม่สามารถไปถึง


ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ Trailblazer 2.8 LTZ1 วางสวิตช์ควบคุมไว้ใกล้กับซุ้มเกียร์ โดยออกแบบสวิตช์ให้ใช้งานในลักษณะปุ่มหมุน การสลับระบบขับเคลื่อนจาก 2 ล้อหลังที่ใช้ขับเดินทางปกติมาเป็น 4H สามารถทำได้อย่างง่ายดายโดยหมุนปุ่มควบคุมไปยังตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดรถให้นิ่งสนิทแต่อย่างใดทั้งสิ้น ยกเว้นการปรับไปที่โหมด 4L ซึ่งต้องจอดให้รถหยุดนิ่งสนิทก่อนจึงค่อยทำการหมุนปุ่มควบคุมดังกล่าว ในรถคันทดสอบที่วางระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด เมื่อต้องการใช้งานปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนให้เป็นแบบ 4L จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจอดรถให้หยุดนิ่งพร้อมๆไปกับการยัดเกียร์ไปที่ตำแหน่ง N หรือเกียร์ว่างเสียก่อน แล้วค่อยหมุนปุ่มควบคุมระบบขับเคลื่อนไปยังตำแหน่ง 4L ตามที่ต้องการเพื่อใช้งานในการลุยแบบเต็มข้อ การเข้าสู่เกียร์ว่างทำให้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น และช่วยยืดอายุของระบบขับเคลื่อนให้ยาวนานขึ้น ระบบช่วยขับเคลื่อนสู่ทางลาดชัน หรือ HDC - Hill Descent Control เข้ามาควบคุมความเร็วของรถขณะขับลงทางที่มีความชันมากกว่าปกติ ระบบจะเข้ามาหน่วงความเร็วของรถโดยใช้เบรกแบบอัตโนมัติ แต่ไฟเบรกจะไม่ทำงาน เนื่องจากการเบรกเกิดขึ้นจากระบบไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะผู้ขับขี่เหยียบแป้นเบรก ระบบ HDC - Hill Descent Control จะหยุดทำงานแบบอัตโนมัติทันทีที่รถกลับคืนเข้าสู่องศาของการวิ่งปกติ มันช่วยให้การลุยแหลกแจกสะบัดของเจ้า Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 บนเส้นทางวิบากเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนในรูปของแรงบิด ที่ถูกกระจายไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรถรุ่นเก่า


ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Triptronic +/- สำหรับการชิฟอัตราทดด้วยตัวของผู้ขับขี่เอง มันคือระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุดในเจนเนอเรชั่นที่สองของค่าย Chevrolet และถูกพัฒนาอย่างเข้มข้นในด้านซอฟต์แวร์ใหม่ที่ใช้ควบคุม ช่วยให้การทดกำลังในทุกๆ ย่านของรอบเครื่องยนต์รวดเร็วขึ้นและมีความนิ่มนวล รวมถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างกับชิ้นส่วนภายในพวกเฟืองและช่องทางของเหลว ที่ใช้หล่อลื่น เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด มีการออกแบบการทำงานให้เหมาะสมกับทุกย่านความเร็วรอบ ในโหมดแมนนวลที่ผู้ขับขี่ต้องการจะชิฟเกียร์เอง ผมลองใช้งานด้วยการโยกคันเกียร์ออโต้ไปทางด้านซ้าย เมื่อดันเข้ามาหาตัวเกียร์จะลดตำแหน่งลงทันที 1 ตำแหน่ง การตอบสนองต่อการชิฟเกียร์เมื่อต้องขับอยู่บนเส้นทางที่มีความคดเคี้ยว รวดเร็วทันอกทันใจดีมาก เกียร์ 6 ออกแบบมาให้เป็นเกียร์ Overdrive ซึ่งเข้ามาช่วยลดรอบเครื่องยนต์ ทำให้ย่านความเร็วเดินทางในระดับ 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ใช้รอบที่สูงมากจนเกินไป ตามมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่หรูหราบนตัวเลข 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการใช้งานบนทางราบปกติ สำหรับเส้นทางบนภูเขาที่ระบบส่งกำลังต้องปรับเปลี่ยนอัตราทดอย่างต่อเนื่องไปตามสภาพทางและความเร็วก็ยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำลงกว่าเกียร์รุ่นเก่าอีกด้วย การทดกำลังให้ความรู้สึกถึงการทำงานของกลไกในแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์บนความต่อเนื่องเรียบลื่น โดยปราศจากอาการกระตุกกระชากทั้งปวง


นอกจากเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแล้ว ในรุ่นเกียร์ธรรมดาของ Trailblazer จากเมื่อก่อนที่เคยมีเพียงแค่ 5 เกียร์ เมื่อมาถึง Chevrolet Trailblazer 2013 เกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีดถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบ 6 สปีดเพื่อทำให้อัตราทดมีความกว้างและครอบคลุมการทำงานในทุกๆ รอบเครื่องยนต์ ทำให้การทดกำลังในรูปของการส่งถ่ายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนมีความต่อเนื่อง และได้แรงบิดที่ดีที่สุดในทุกๆ ช่วงความเร็วใช้งาน ส่วนระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Chevrolet Trailblazer ทุกรุ่นทุกคันเป็นแบบเดียวกัน คือด้านหน้าใช้แบบอิสระปีกนกสองชั้นบวกกับคอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊ซที่ได้รับการปรับปรุงค่าการยืดและการยุบตัวเพื่อทำให้เกิดความเสถียรพร้อมๆ ไปกับความนุ่มนวลขณะขับขี่ จุดยึดที่ผ่านการคำนวณค่าทางเรขาคณิตใหม่หมดทำให้ช่วงล่างด้านหน้าหนึบแน่นขึ้น ส่วนระบบรองรับของ Chevrolet Trailblazer ที่ด้านหลังนั้นเป็นคอยล์สปริงแบบ 5 Link Coll Rear Suspension รองรับภารกรรมของการบรรทุกทั้งผู้โดยสารจำนวน 7 คน พร้อมกับสัมภาระเต็มพิกัด ช่วงล่างของ Chevrolet Trailblazer ถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งสมบุกสมบันรองรับการขับขี่ที่ไม่ปกติบนเส้นทาง ที่ผู้ขับขี่จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการควบคุม แชสซีที่คำนวณค่ามาเพื่อให้มีความคงทนต่อแรงบิดที่เข้ามากระทำในขณะที่ตัวรถกำลังเข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือแม้แต่การวิ่งขึ้น-ลงภูเขาหรือการไต่เนินลาดชันที่องศาของรถจะมีค่าและมุมที่ไม่ปกติเหมือนกับการวิ่งบนทางตรงเรียบๆ สำหรับการถ่ายเทน้ำหนัก เนื่องจากขนาดความสูงของตัวรถ ข้อจำกัดของการถ่ายเทน้ำหนักไปบนทางโค้งยังคงใกล้เคียงกับรถคู่แข่ง ทั้ง Fortuner และ Pajero Sport เมื่อความเร็วในการขับเข้าโค้งไม่สูงมากจนเกินไปและอยู่ในที่พอดีกับสภาพของทางโค้ง เจ้า Chevrolet Trailblazer สามารถส่งมอบการควบคุมด้วยความมั่นใจในระดับที่ดีพอสมควร ความสูง 1,847 มิลลิเมตร กับช่วงล่างแบบพร้อมลุยควรชะลอความเร็วก่อนที่จะหักพวงมาลัยเข้าสู่ทางโค้ง โดยเฉพาะโค้งมุมแคบ


สำหรับการขับเดินทางระยะไกล สิ่งที่เข้ามาช่วยให้การเดินทางมีความรื่นเริงบันเทิงใจ นอกจากสภาพการควบคุมที่ดีกับพละกำลังที่มีความเหมาะสมกับรูปแบบของตัวรถแล้ว ระบบให้ความบันเทิงใน Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดยังถูกจัดเต็มด้วยการใช้งานในระบบ Mylink ของ Chevrolet Trailblazer เจนเนอเรชั่นที่ 2 ต่อจาก Mylink ของ Sonic ในเวอร์ชั่นแรก จอภาพขนาด 7 นิ้วความคมชัดสูง ซึ่งเป็นจอมัลติฟังก์ชั่นบวกกับการเชื่อมต่อระบบ infotainment ทั้งการเล่นภาพและเสียงรวมถึงการต่อเชื่อมกับโทรศัพท์ไร้สายแบบ Bluetooth การใช้งานของระบบให้ความบันเทิง Mylink ใน Trailblazer 2.8 LTZ1 มีการเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น จอภาพแบบสั่งงานด้วยการสัมผัสไปที่หน้าจอผ่านฟังก์ชั่นภาษาไทย มีทั้งความง่ายและความรวดเร็วในการเข้าสู่ระบบรวมถึงการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน จอภาพแบบ touch screen monitor ขนาด 7 นิ้ว มีทั้งความคมชัดและความง่ายในการเข้าสู่เมนูเพื่อการปรับตั้งค่าที่ต้องการ นอกจากจะรองรับกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น i-Phone 5S / DVD / CD / MP-3 / AM /FM แล้ว ระบบ Mylink ใน Trailblazer 2.8 LTZ1 ยังมีระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียมรองรับการใช้งานด้วยเมนูภาษาไทย ระบบนำทางแบบใหม่ให้ภาพแผนที่ที่มีความคมชัดและมีรายละเอียดของเส้นทางต่างๆ มากมาย ทั้งทางหลักซึ่งเป็นทางหลวงทั่วประเทศกับทางแยกย่อยหรือทางหลวงชนบท บรรจุอยู่เกือบจะทุกเส้นทางของประเทศไทย ระบบนำทางผ่านดาวเทียมจะแจ้งทั้งทิศทางที่รถกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า โปรแกรมการค้นหาสถานที่ต่างๆ ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหารหรือสถานที่สำคัญที่คนนิยมไปท่องเที่ยว นอกจากจะสามารถค้นหาตำแหน่งเป้าหมายที่จะไปได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของสถานที่สำคัญอีกมากบรรจุอยู่ในโปรแกรมเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกขณะเดินทางไกลไปยังที่ที่ไม่มีความคุ้นชินอีกด้วย ลำโพงคุณภาพสูง 8 ดอกที่ติดตั้งอยู่รอบๆ ห้องโดยสารให้คุณภาพของเสียงเพลงที่มีความคมชัดสูงมาก ทั้งการเล่นแผ่น CD หรือการเล่นเพลงจากอุปกรณ์ภายนอก พวก iPod ผ่านช่องเชื่อมต่อ AUX-USB คุณภาพของเสียงมีมิติที่นุ่มและลึก ระบบ infotainment ยังสามารถรับฟังวิทยุจาก internet radio ได้กว่า 10,000 สถานีทั่วโลก ฟังก์ชั่น Audio / Pictures / Movies / Telephone / Smartphone Link ผ่านการควบคุมในระบบสัมผัสที่ก้าวหน้าและมีความทันสมัย


ด้วยเงินที่คุณต้องจ่ายออกไปในจำนวน 1.49 ล้านบาท แลกกลับคืนด้วยรถ SUV ที่มีเครื่องยนต์ทรงพลังมากที่สุดของวงการในขณะนี้นับว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับราคาค่าตัวในระดับนั้น คุณจะได้รถยนต์ที่สามารถเดินทางไปเกือบจะทุกที่ในประเทศนี้ ด้วยประสิทธิภาพของแรงบิดชนิดบ้าพลังจากกำลัง 200 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร หรือ 51.0 กิโลกรัม/เมตร จากเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดรหัส Duramax XLD28 ซึ่งจะช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้ในแทบจะทุกสถานการณ์ของการขับขี่เดินทาง ทั้งทางเรียบและทางวิบากสมบุกสมบัน คุณจะได้รถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์จากพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ในการวางเท้ารวมถึงพื้นที่ในการขนสัมภาระชนิดจุใจ คุณจะได้ระบบ MyLink infotainment เครื่องเสียงและระบบนำทางขนาดจอ 7 นิ้ว ที่มีความทันสมัยและครอบคลุมการใช้งานในการต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ภายนอก รถ Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 รุ่นสูงสุดมีทุกอย่างที่คุณต้องการ โดยตัดระบบที่มีความสลับซับซ้อน เช่น ระบบช่วงล่างแบบปรับตั้งได้ หรือระบบพวงมาลัยแปรผันแบบไฟฟ้าเพื่อความคงทนเหมาะสมกับมาดรถลุยของคนที่ชอบท่องเที่ยว ไปในสถานที่ที่สวยงามแต่เข้าถึงได้ยาก นอกจากเครื่องยนต์ดีเซลสุดแหล่มที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังแล้ว เกียร์ออโต้ 6 สปีดยังมีการทำงานที่ไร้ที่ติอีกด้วยเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในด้านระบบส่งกำลัง มันสามารถถ่ายเทแรงบิดทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างว่องไวดั่งใจนึกเมื่อคุณต้องการชิฟเกียร์ด้วยตัวเอง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและระบบรองรับ ถูกออกแบบมาเพื่อการจัดการกับสภาพทางที่แย่สุดๆ ไม่หวั่นทั้งงานปีนหินหรือวิ่งลุยหล่มโคลนรวมถึงการวิ่งฝ่าน้ำท่วมจากขนาดของความสูงน้องๆรถบรรทุก 6 ล้อ รวมถึงการขนสารพัดสิ่งของจากแม่บ้านนักช็อปที่ชอบซื้อของเข้าบ้านในจำนวนคราวละมากๆ


ปัญหาเดียวของการขับแบบลุยแหลก แจกสะบัดใน Trailblazer 2.8 LTZ1 คือฝุ่นผงจากดินลูกรังที่คละคลุ้งพุ่งกระจายทุกครั้งที่ผมพยายามผลักดันรถทดสอบคันนี้ให้เข้าไปในเส้นทางหฤโหดแถบวังน้ำเขียว ฝุ่นลูกรังเหมือนผงแป้งสีแดงฉาบไปทั่วทั้งตัวถังและห้องเครื่องยนต์แล้วจับตัวกับน้ำค้างในตอนกลางคืนจนเลอะเทอะไปหมดเมื่อต้องขับลุยผ่านเรือกสวนไร่นา ของชาวบ้านกับเส้นทางบนเทือกเขาแผงม้าที่ทั้งสงบและงดงาม สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจนตั้งตัวแทบไม่ทัน ทั้งกระแสลมเย็นและแสงแดดที่จัดจ้านในวันทดสอบ พอวันรุ่งขึ้นก็ต้องผจญกับฝนหลงฤดูที่สาดซัดแบบเต็มเหนี่ยวในช่วงขากลับ แต่เจ้า Trailblazer 2.8 LTZ1 กลับวิ่งได้ดีไร้ที่ติหรือปัญหาโดยสิ้นเชิง แม้สภาพอากาศในวันทดสอบจะไม่ค่อยเป็นใจมากนัก มันคือการขับทดสอบรถยนต์ SUV ที่เต็มไปด้วยความสุขตลอดระยะเวลา 5 วันเต็มๆ ที่ได้อยู่ด้วยกัน เจ้า Chevrolet ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามันสามารถรับมือกับเส้นทางหฤโหดเกือบจะทุกรูปแบบของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้แต่ทางแย่ๆ ทั่วโลก ขณะที่่กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามเส้นทางกลับบ้านจากด่านตรวจบริเวณทางขึ้นวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทางฝั่งปากช่องมาออกยังด่านตรวจเนินหอมในฝั่งจังหวัดปราจีนบุรี จู่ๆ ทัศนียภาพอันน่าตื่นตะลึงก็ปรากฏขึ้นในช่วงก่อนค่ำบนอ่างเก็บน้ำที่ไหนสักแห่งใกล้กับด่านเนินหอม ด้วยความงดงามของแสงอาทิตย์ยามอัสดงฉาบไล้ไปตามตัวถังของ Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 ที่จอดสงบนิ่งอยู่ใกล้กับสันของตัวอ่างเก็บน้ำ ผมจอดรถเปิดประตูออกมาเดินสูดบรรยากาศยามเย็นของป่าเขาใหญ่ในแถบจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ณ ที่แห่งนี้ คุณต้องช่วยเหลือตัวเองโดยมีพาหนะชั้นดีคอยประคับประคองให้คุณเดินทางถึงจุดหมายทั้งไปและกลับได้อย่างปลอดภัย พาหนะคันดังกล่าวจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 คันนี้นี่เอง.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

ทดสอบ SUV พันธ์ุแกร่ง Chevrolet Trailblazer 2.8 LTZ1 ตอนที่สองกับการขับทดสอบประสิทธิภาพทั้งทางเรียบและทางลุยบนเส้นทาง กรุงเทพฯ-วังน้ำเขียว-เขาแผงม้า... 5 มี.ค. 2557 10:08 ไทยรัฐ