วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"กฎหมาย" เพื่ออำนาจ

"กฎหมาย" เพื่ออำนาจ

โดย สายล่อฟ้า
6 มี.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:


สถานการณ์ทางการเมือง ณ วันนี้ คงเป็นการต่อสู้ในประเด็น “กฎหมาย” ที่ต่างฝ่ายต่างก็งัดกลยุทธ์ออกมา เพื่อผลแพ้-ชนะ ดังนั้น องค์กรอิสระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และศาลปกครอง ที่จะต้องทำหน้าที่ตีความเพื่อชี้ขาด

การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่จบ เพราะยังไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ครบถ้วนกระบวนความ แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งเพิ่มเติมไปได้บางส่วน

แต่อีก 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครยังเป็นปัญหาขัดแย้ง ระหว่างรัฐบาลกับ กกต. เนื่องจาก กกต.ได้เสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ทว่ารัฐบาลอ้างว่าไม่มีอำนาจ ควรเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย

เรื่องของเรื่องก็เลยต้องยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า สามารถดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ หรือรัฐบาลจะต้องออก พ.ร.ฎ. ฉบับใหม่
แง่มุมนี้มีผลต่อทั้ง 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน

รัฐบาลนั้นรู้กันดีว่า ต้องการเดินหน้าเลือกตั้งเพื่อจะได้เข้าสู่อำนาจอย่างสมบูรณ์ การไม่ยอมออก พ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ก็เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาทำให้การเลือกตั้งโมฆะได้นั้นจะทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้สุ่มเสี่ยงกับการที่จะได้รัฐบาลรักษาอำนาจต่อไปได้

ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะถูกเล่นงานถึงขั้นยุบพรรค เพราะเป็นการกระทำที่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญได้

เช่นกัน กกต.ที่เห็นว่าหากดำเนินการเลือกตั้งต่อไปโดยไม่แน่ใจว่ามีอำนาจหรือไม่ เดินหน้าไปอย่างนั้นอาจจะมีความผิดได้

เพื่อให้แน่ใจจึงให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ออกมาว่าควรจะทำอย่างไร

ว่าที่จริงแล้วการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น มีปัญหาที่เชื่อมโยงไปถึงรัฐบาลรักษาการอีกด้วย เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการประกาศรายชื่อ ส.ส. แถม ส.ส.ก็ยังไม่ครบจำนวน 95% หรือ 475 คน ทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้

เลือกประธานสภาฯก็ไม่ได้ เลือกนายกฯก็ไม่ได้

ผลพวงจากเรื่องนี้ยังมีผลต่อรัฐบาลรักษาการที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากครบกำหนด 30 วันหลังวันเลือกตั้งทั่วไป

จริงอยู่วันนี้ยังมีรัฐบาลรักษาการ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการบริหารประเทศได้อย่างเต็มที่ เพราะมีข้อกำหนดจากกฎหมายเลือกตั้งในขอบเขตการทำหน้าที่

พูดไปแล้วสถานการณ์อย่างนี้ก็กลายเป็น “สุญญากาศ” ไปแล้ว

ประเด็นนี้ก็มีมุมมองที่ต่างกัน รัฐบาลเห็นว่ายังสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ อ้างว่าสามารถรักษาการต่อไปได้ถึง 180 วัน คือ 6 เดือน ไม่ใช่ 30 วัน หรือ 60 วัน อันหมายถึงว่าภายในระยะเวลานี้ต้องจัดการเลือกตั้งให้ได้ ส.ส.ครบจำนวน

แต่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าน่าจะเป็น “รัฐบาลเถื่อน” คือต้องพ้นจากการเป็นรัฐบาลรักษาการไปแล้ว เพราะเปิดสภาไม่ได้ เลือกนายกฯไม่ได้ ตั้ง ครม.ไม่ได้

จึงต้องมีการตั้งนายกฯคนใหม่โดยประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่นี้

แต่ทุกอย่างก็ยังไม่มีการดำเนินการอะไร รัฐบาลก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไปแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ยึดช่องกฎหมายตามที่เห็นว่าถูกต้อง และไม่สนใจที่จะยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแต่อย่างใด เป็นการตีกินไปอีกแบบ

ไม่รู้ว่า กกต.ซึ่งยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.28 เขต ได้มีให้ตีความในประเด็นที่เกี่ยวกับสถานภาพของรัฐบาลรักษาการหรือไม่

ซึ่งจริงๆแล้วควรจะต้องยื่นคำร้องในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากเกี่ยวพันกับการเลือกตั้งที่ยังไม่เรียบร้อย และส่งผลกระทบต่อการได้มาซึ่งนายกฯและรัฐบาลชุดใหม่

ยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ค่อยมาว่ากันอีกที แต่จะต้องมีความชัดเจนก่อน.


“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้