วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไครเมีย–รัสเซีย


เสาร์ 8 มีนาคม 2557 พระครูโสภณพิหารกิจ เจ้าอาวาสวัดกระทุ่มเสือปลา จัดงานวันดอกกระทุ่มบานที่ ร.ร.วัดกระทุ่มเสือปลา ซ.อ่อนนุช 67 กทม.งานเริ่ม 12.00 น.

วันเดียวกัน มัสยิดดารุ้ลมุตตากีนจัดงานดื่มน้ำชาหารายได้บำรุงมัสยิดและการศึกษาของศูนย์อบรมจริยธรรมอิสลาม โดยมี อ.ภักดี มะแอ เป็นประธานในพิธี และอิหม่ามอุสมาน มะแก้ว เป็นประธานจัดงาน จัดที่ศูนย์อบรมฯ ในซอยอ่อนนุช 53 กทม.

สถานการณ์โลกทุกวันนี้ แทบทุกทวีปเต็มไปด้วยความขัดแย้งของผู้คนชนในชาติต่างๆ ความขัดแย้งในหลายประเทศลามปามจนกลายเป็นสงครามภูมิภาค ดินแดนที่เคยอยู่กันอย่างสงบมาเป็นเวลาหลายสิบปี กำลังกลายเป็นดินแดนมิคสัญญีสร้างความหวาดกลัวไปทั่วโลก ว่าความรุนแรงนี้ จะระงับยับยั้งไม่อยู่

ผมเรียนรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพไปตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วนะครับ ว่าความขัดแย้งในอูเครนเกิดขึ้นจากการที่ประชาชนออกมาต่อต้านอำนาจของรัสเซียที่มีอิทธิพลต่อผู้นำ และมีทีท่าว่าจะไม่สงบจบลงง่ายๆ

ขณะนี้มีประชาชนคนอูเครนส่วนหนึ่งตั้งกองกำลังติดอาวุธสนับสนุนรัสเซีย เข้าไปควบคุมอาคารรัฐบาลและสนามบิน ส่วนรัฐสภารัสเซียตอนนี้ก็อนุมัติให้ประธานาธิบดีปูตินส่งกองกำลังเข้าไปยึดดินแดนไครเมียในอูเครนแล้ว ความเป็นไปได้ในตอนนี้ก็คือ รัสเซียอาจจะผนวกดินแดนทางตะวันออกของอูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ซึ่งประชาชนผู้คนทางแถบนั้นก็มีความใฝ่ฝันปรารถนาอยากจะอยู่กับรัสเซียเต็มแก่ หรือไม่ก็อาจจะมีการตั้งประเทศใหม่ที่มีชื่อว่าอูเครนตะวันออก

สหภาพยุโรปและอเมริกาต่างกระดิกพลิกตัวในเรื่องนี้กันครบถ้วน แม้ว่าจะชนะในวิกฤติการประท้วง จนสามารถจะเข็นคนของตนขึ้นสู่อำนาจ และในอนาคต อูเครนก็อาจจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของสหภาพยุโรป

แต่สหรัฐฯและสหภาพยุโรปก็ไม่นึกว่ารัสเซียจะแรงขนาดรัฐสภากล้าลงมติให้ส่งกองกำลังรัสเซียเข้าไปในอูเครนนะครับ

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายโอบามายกหูโทรศัพท์คุยกับนายปูตินนานถึง 90 นาที โอบามาพูดว่า การส่งทหารเข้าไปในอูเครนเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและละเมิดอธิปไตยของอูเครน ทำให้ภาพของรัสเซียติดลบในสายตานานาชาติ

“ข้าพเจ้าขอแนะนำให้ท่านแก้ปัญหาด้วยการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลรักษาการของอูเครน ท่านควรจะส่งคณะสังเกตการณ์นานาชาติเข้าไปสอบถามสถานการณ์ความเป็นอยู่ของชาวรัสเซียในอูเครนมากกว่าที่จะส่งกองกำลังเข้าไปนะครับ”

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ก็ออกมาขู่ว่า รัสเซียกำลังคุกคามสันติภาพ ความมั่นคงของยุโรปและนานาชาติ ก่อนหน้านี้ อเมริกากับรัสเซียคุยกันเรื่องจะร่วมมือเจรจายุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และก็จะช่วยกันทำลายอาวุธเคมีของซีเรีย ฯลฯ แต่ถ้าทะเลาะกันแรงในเรื่องของอูเครนแล้ว ผมว่าความร่วมมือที่คุยกันไว้แต่เดิมเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน

กองทัพรัสเซียยึดดินแดนของสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมีย ซึ่งเป็นสาธารณรัฐปกครองตนเองแห่งเดียวของอูเครน มีเมืองหลวงชื่อ ซิมเฟอโรโพล อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอูเครน เป็นดินแดนอยู่บนแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลดำ พื้นที่ทั้งหมด 26,200  ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนฝั่งตะวันออกประชิดติดกับรัสเซียฝั่งตะวันตก

จากประชากร 1.97 ล้านคน สาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียมีคนเชื้อสายรัสเซียอาศัยอยู่มากกว่าครึ่ง นอกนั้นเป็นคนเชื้อสายอูเครนเนียน ตาตาร์ บัลแกเรียน แม้ว่าภาษาราชการที่ใช้จะเป็นภาษาอูเครน แต่ทางพฤตินัยแล้วนะครับ ผู้คนในดินแดนครึม หรือไครเมีย ใช้ภาษารัสเซียในการสื่อสาร นี่เป็นฐานที่มั่นทางการเมืองของนายวิคเตอร์ ยานูโควิช อดีตประธานาธิบดีที่เพิ่งหนีไป แถมมีคนบอกว่ายานูโควิชเกิดที่เมืองแดเนียสของไครเมีย เพราะไครเมียมีคนเชื้อสายรัสเซียเยอะ ปูตินจึงอ้างว่าการยกพลยึดไครเมีย เพราะต้องเข้ามาพิทักษ์ผลประโยชน์และปกป้องชาวรัสเซียจนกว่าสถานการณ์การเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติ

อูเครนเป็นประเทศยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ท่อส่งก๊าซจากรัสเซียไปยุโรป ส่วนใหญ่ก็วางพาดผ่านพื้นที่ของอูเครน พวกประเทศในยุโรปจึงออกมาเรียกร้องให้อูเครนกับรัสเซียเจรจากันเพื่อเลี่ยงสงครามคาบสมุทรไครเมีย

ที่พวกยุโรปตะวันตกออกมาเย้วๆ ผมว่าเพราะพวกนี้กลัวว่าความขัดแย้งจะขยายบานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่ ถ้ารบกันจริงๆ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปก็ต้องส่งกองนาโตเข้าไปซัดกับรัสเซีย รัสเซียเองซึ่งเป็นเจ้าถิ่นอยู่แถวนี้ก็คงไม่ยอมดอกครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง หายนะมาเยือนโลกแน่ เศรษฐกิจยุโรปที่แย่อยู่แล้วก็จะยิ่งดิ่งลงเหว.


คุณนิติ นวรัตน์

5 มี.ค. 2557 08:57 5 มี.ค. 2557 08:57 ไทยรัฐ