วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป.ป.ช. ขีดเส้นตาย แจงปมจำนำข้าวภายใน 14 มี.ค.

ป.ป.ช. ขีดเส้นตาย แจงปมจำนำข้าวภายใน 14 มี.ค.

  • Share:

ป.ป.ช. ออกหนังสือเตือนความจำ ขีดเส้นตายนายกฯ แจงปมจำนำข้าวภายใน 14 มี.ค.นี้ ยัน ไม่มีธงในการพิจารณา แจ้งความเอาผิดแกนนำ นปช.ตรัง ข่มขู่ กรรมการ บนเวทีโคราช ที่กองปราบแล้ว จ่อเช็กบิล กวป.ปิดล้อม สนง.อีกคดี

วันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือชี้แจงความคืบหน้าการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางทนายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เพื่อให้นำข้อกล่าวหาไปมอบให้รักษาการนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งในคดีการถอดถอนและคดีอาญาดังกล่าวมีขั้นตอนชัดเจน และให้สิทธิขั้นพื้นฐานที่จะให้ผู้ถูกกล่าวหาที่มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว สามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 14 มีนาคมนี้ และในการชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ทำได้ทั้งการเดินทางมาด้วยตัวเอง ก็จะเป็นประโยชน์ในการแถลงชี้แจงเพิ่มเติมได้อีก หรือจะส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรก็สามารถทำได้ ตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังจากยื่นพยานหลักฐานมาเรียบร้อยแล้ว สำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาว่าจะไต่สวนพยานเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ เพื่อลงมติชี้มูลต่อไป ยืนยันว่าสำนักงาน ป.ป.ช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่เคยมีอคติในการทำงาน และไม่มีธงในการทำงานแต่อย่างใด

สำหรับกรณีผู้ชุมนุมกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) ปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช.ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช.อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง หลังจากที่ได้เคยแจ้งความไปแล้วจนเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และศาลได้มีการออกหมายจับ 5 แกนนำ ที่บุกรุกเข้ามาในบริเวณสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้ยุติการไต่สวนคดีทุจริตรับจำนำข้าว นอกจากนี้สำนักงาน ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าการปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นการทำตามคำสั่งของรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจในรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีหลักฐานเป็นคลิปการปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 ที่มีรัฐมนตรีและคนในรัฐบาลสั่งการในลักษณะให้มีการเคลื่อนไหวกดดันองค์กรอิสระ และศาล ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้สั่งการ ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1 ด้วย

นอกจากนี้ จากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่อาคารลิปตพัลลภ ฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ซึ่งมีแกนนำคือ นายรัตน์ ภู่กลาง จากจังหวัดตรัง ขึ้นเวทีปราศรัยและได้กล่าวพาดพิงถึงการทำงานและข่มขู่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษแก่บุคคลดังกล่าวกับกองบังคับการปราบปรามแล้ว เมื่อวันที่ 3 มีนาคม เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับแกนนำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันไม่ชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ย่อมมีความผิดและถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 8,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจาก นี้ยังมีรายงานว่า สำนักงานป.ป.ช. ยังได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับการบุกรุก เข้ามาภายในสำนักงาน ป.ป.ช.โดยจัดอบรมเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ในการรักษาความปลอดภัย ให้ตัวเองและเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงวิธีการลำเลียงเจ้าหน้าที่ออกจากอาคารหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ขึ้นในระหว่างที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารรักษาความปลอดภัยอยู่

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้