วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระเบิดศึกชาพร้อมดื่มหน้าร้อนแข่งดุ

ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวกับดีกรีของอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าสินค้าเครื่องดื่มหน้าร้อน ได้เวลาระเบิดศึก ปล่อยแคมเปญช่วงชิงลูกค้ากันอย่างคึกคักโดยเฉพาะชาเขียวพร้อมดื่ม ที่ขับเคี่ยวกันมาทุกยุคทุกสมัย

งานนี้เจ้าตลาด ที่ถือครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 42 อย่างค่ายอิชิตัน ยังคงงัดกลยุทธ์การตลาดด้วยแคมเปญ แจก และแถม ให้เปิดฝาลุ้นโชค ภาค 3

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน จำกัด (มหาชน) บอกว่า แคมเปญแจกโชคใต้ฝา เป็นแคมเปญต่อเนื่องที่ประสบความสำเร็จอย่างมากใน 2 ปีที่ผ่านมา และผู้บริโภคจดจำตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี บทพิสูจน์ ก็คือส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ความสำเร็จของแคมเปญลุ้นรหัสใต้ฝา มีส่วนให้ อิชิตัน เติบโตถึงร้อยละ 65 และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนตลาดให้เติบโตร้อยละ 22 ในปี” ตันกล่าว

สำหรับแคมเปญภาคต่อคราวนี้ มีระยะเวลา 3 เดือน ด้วยของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 60 ล้านบาท ไฮไลต์คือ รถปอร์เช่ คันละ 8 ล้านบาท ที่ผู้โชคดีไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย และให้ค่าน้ำมันอีก 2 แสนบาท

 

 

 

ตันยังคงทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการปล่อยแคมเปญทีละนิด ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ''Ichitan''ตันบอกว่าเพียงวันเดียว (25 กุมภาพันธ์ 57) ที่โพสต์บางส่วนของแคมเปญ ผลตอบรับคือ ยอดกดไลค์กว่าแสนคน ผ่านมา 6 วัน (3 มีนาคม 57 ) มียอดกดไลค์ กว่า 2 แสนคน

มีคำถามว่าเหตุใดต้องแจกรถหรูระดับ “ปอร์เช่” เจ้าของแบรนด์ อิชิตัน อธิบายว่า รางวัลทั้ง 3 ระดับ จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แต่ละกลุ่ม ทั้งฐานคนรุ่นใหม่ ที่เป็นเป้าหมายในการขยายฐาน และฐานเก่าอย่างพนักงานออฟฟิศ และคนเมืองที่ต้องรักษาเอาไว้

2 เดือน กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อิชิตัน คาดหวังว่าจะมียอดขาย 1,200 ล้านบาท จากปีที่แล้ว 1,500 ล้านบาท ที่ใช้เวลาจัดแคมเปญ 3 เดือน

แต่สำหรับบิ๊กแคมเปญ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ตัน ประกาศแล้วว่า จะมีเพียง 1 แคมเปญใหญ่เท่านั้น เนื่องจากจะหันไปเน้นสร้างแบรนด์ คู่กับการออกสินค้าใหม่ 2-3 ตัวในปีนี้ ในกลุ่มชาเพื่อสุขภาพ งบการตลาดทั้งปี ตั้งไว้ที่ 800 ล้านบาท จะใช้กับโปรโมชั่น 200-300 ล้านบาท

อิชิตันตั้งเป้าว่าปีนี้ จะเติบโตร้อยละ 20 เช่นเดียวกับการเติบโตของตลาดชาเขียว การที่ทุ่มจัดแคมเปญฤดูร้อนก็เพราะยังเห็นอัตราการเติบโตของชาเขียวพร้อมดื่มที่โตเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยทางการเมืองที่เริ่มอ่อนลง

ตัน ยอมรับว่า บรรยากาศการเมืองที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ต้องตัดสินใจเลื่อนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จากเดิมที่วางแผนไว้ว่าจะเป็นเดือนธันวาคม 2556 ล่าสุดอยู่ระหว่างทำแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จและสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่เกินครึ่งปีแรกนี้

อย่างไรก็ตาม ตันเชื่อว่า จากการยุบเวทีชุมนุม 4 เวทีหลักของกลุ่ม กปปส.ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง และเชื่อว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นกลับคืนมา

โออิชิ ยังอุบแผนสู้
มาดูคู่แข่งตลอดกาลอย่างค่าย โออิชิ ที่ยังอุบแผนสู้ศึกตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในช่วงหน้าร้อนนี้ แต่หันไปทำตลาดเครื่องดื่มสมุนไพร เพราะมองเห็นช่องว่าง และเห็นว่ามีมูลค่าตลาดสูงถึง 5,000 ล้านบาท

เจษฎากร ธราธิป ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัทโออิชิ เผยว่า ปีนี้โออิชิ ใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ทำตลาดทั้งปี เน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือ แบรนดิ้ง นิวโปรดักส์ และโปรโมชั่น สำหรับโปรโมชั่น บอกเพียงสั้นๆ ว่า จะเป็นแคมเปญที่สร้างความตื่นเต้นได้ไม่แพ้ปีที่แล้ว โดยจะเปิดตัวแคมเปญใหม่ในสัปดาห์หน้า

“ตลาดชาเขียวช่วงหน้าร้อนปีนี้จะยังคงแข่งขันดุเดือด มั่นใจว่าผู้บริโภคจะให้การตอบรับที่ดี ปัจจัยหลักคือ อากาศที่ร้อน และการทำแคมเปญน่าจะทำให้ช่วงซัมเมอร์นี้ โออิชิจะมียอดขายมากกว่าช่วงปกติอีกอย่างน้อยร้อยละ 30 เท่าปีที่แล้ว” เจษฎากร กล่าว

ขณะที่ยังอุบแผนสู้ศึกตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม โออิชิหันไปบุกตลาด เครื่องดื่มสมุนไพร ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ “โอเฮิร์บ” เข้ามาทำการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มนอน-กรีนที สมุนไพรเพื่อสุขภาพ มีสองรสชาติ คือ รสน้ำผึ้งโสมและรสรากบัวพุทราจีน และตั้งเป้าจะเป็นอันดับหนึ่งในตลาดเครื่องดื่มสมุนไพร

"ในปี 56 เครื่องดื่มประเภทเฮอร์เบิลดริ้งค์เติบโตสูงสุดในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีนและไทย ทำให้ชาเชียวพร้อมดื่มยังคงได้รับความนิยม รวมถึงเครื่องดื่มสมุนไพรที่ปัจจุบันมีมูลค่าการตลาด 5,000 ล้าน ส่วนโอเฮิร์บคาดหวัง 1,500 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 10 ของตลาดรวมชาพร้อมดื่ม" เจษฎาธร กล่าว

งานนี้โออิชิ ทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มสมุนไพร โดยจะเน้นเจาะกลุ่มอายุ 22-40 ปี เน้นกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ และความสะดวกในการเข้าถึงตัวสินค้า คาดว่าสิ้นปีสร้างรายได้ร้อยละ 20 และชาเขียวโออิชิอยู่ที่ร้อยละ 80 ของรายได้กลุ่มเครื่องดื่ม และภายในปี 2558 ตั้งเป้าจะก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ในตลาดเครื่องดื่มสมุนไพร

 

 

สุธี ธรรมสิทธิ์บูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม ชี้ว่าตลาดชาเขียวปี 2556 เติบโตร้อยละ 23 มูลค่า 17,000 ล้านบาท ด้วยการแข่งขันที่รุนแรง การอัดฉีดโปรโมชั่นอย่างคึกคักจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องดื่มประเภทนี้ จึงประเมินว่าตลาดชาเขียวยังเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก เฉพาะช่วงซัมเมอร์นี้ น่าจะโตเฉลี่ยร้อยละ 20

สงครามเครื่องดื่มหน้าร้อนเพิ่งจะเริ่มขึ้น ขณะที่ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มยังคงขับเคี่ยว ชิงไหวชิงพริบกันอย่างหนัก เพื่อรักษาฐานลูกค้าและช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด การที่โออิชิหันไปทำตลาดเครื่องดื่มสมุนไพร ยากจะคาดเดาว่า โออิชิ จะถอยในศึกนี้ หรือจะเป็นการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้ใหญ่กว่าเดิม เป็นการชิงพื้นที่ก่อนที่คู่แข่งจะก้าวเข้าไปเล่นในตลาดนี้ด้วย.

ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวกับดีกรีของอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าสินค้าเครื่องดื่มหน้าร้อน ได้เวลาระเบิดศึก ปล่อยแคมเปญช่วงชิงลูกค้ากันอย่างคึกคักโดยเฉพาะชาเขียวพร้อมดื่ม ที่ขับเคี่ยวกันมาทุกยุคทุกสมัย 4 มี.ค. 2557 09:36 ไทยรัฐ