วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปาบึมศาลอาญา 2ลูกซ้อน เอ็ม61-ไม่ระเบิด


ทหารแจ้งจับแล้วสปป.ล้านนา นายกฯยันไม่หนุนแยกประเทศ กปปส.ไล่ปดพวก‘แอบทำงาน’

“นายกฯยิ่งลักษณ์” ปัดไม่มีแนวคิดแบ่ง แยกประเทศ ย้ำประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว ไม่ขัดข้อง “ประยุทธ์” ช่วยตรวจสอบพวกแยกประเทศอย่างยุติธรรม แขวะกองทัพต้องตรวจทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกเฉพาะบางกลุ่ม เกรงจะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ “โฆษก ทบ.” ยันกองทัพไม่เลือกปฏิบัติกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง “เหลิม” หนุนเอาผิด สปป.ล้านนา ขณะที่ “สุรพงษ์” ยันคนภาคเหนือไม่อยากแยกดินแดน ด้านแกนนำคนรักเชียงใหม่ 51 ออกโรงโต้พัลวันไม่คิดแบ่งแยกประเทศ เตรียมฟ้องกลับ ผบ.ทบ.ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ผวาคนร้ายปาระเบิดศาลอาญาอีกรอบโชคดีระเบิดไม่ทำงาน “อดุลย์” กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหามือระเบิด “สุเทพ” นำมวลชนร่วมทำบุญเพื่อเสริมสิริมงคลหลังยุบรวมเวที กปปส.
ภายหลังจากที่กองทัพบกได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้นำป้ายมาติดสถานที่ต่างๆ เพื่อขอแบ่งแยกประเทศเป็นประเทศล้านนา หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนล้านนา (สปป.ล้านนา) ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.พะเยา ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้ออกมาต่อต้านแนวคิดแบ่งแยกประเทศแล้ว

“นายกฯปู” โผล่ ศรส.ให้กำลังใจ ตร.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มี.ค.ที่สนามกีฬาบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) จำนวน 17 กองร้อย โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.อ.พงศ์พัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ให้การต้อนรับและพร้อมฟังรายงาน ทั้งนี้นายกฯฝาก ผบ.ตร.จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนที่ดูแลพื้นที่แต่ละกระทรวงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ที่ประจำภายในตึกหากมีจำนวนมาก ให้แบ่งออกมาช่วยส่วนอื่น ทำงานให้ประเมินร่วมกับเจ้ากระทรวง เพื่อจะได้ทราบว่าพื้นใดๆน่าเป็นห่วง และฝากให้ดูเบี้ยเลี้ยงตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่มาเกือบ 5 เดือน

กำชับ ผบ.ตร.ป้องกันมือยิงเอ็ม 79

จากนั้นนายกรัฐมนตรี และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานในฐานะ ผอ.ศรส. และ ผบ.ตร.ได้ทักทายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ระหว่างพักรับประทานกลางวัน ซึ่ง ผบ.ตร.ได้จัดซุ้มอาหารเลี้ยงกำลังพลเป็นพิเศษ นอกเหนือจากข้าวกล่องที่ได้รับในแต่ละวัน ทั้งนี้นายกฯชื่นชมการทำงานของ ศรส.ที่สามารถดูแลการเลือกตั้งวันที่ 2 มี.ค.ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ตำรวจกวดขันป้องกันการยิงเอ็ม 79 รายวันและเร่งตรวจสอบคดียิงเอ็ม 79 ทุกคดี รวมถึงกรณียิงบ้านคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งระหว่างตรวจเยี่ยม ผบ.ตร.ได้รายงานถึงเหตุการณ์ปาระเบิดที่ศาลอาญา

ลั่นไม่หนุนคนแบ่งแยกประเทศ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.สั่งแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่ออกมาเคลื่อนไหวจัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา (สปป.ล้านนา) โดยอ้างว่าเป็นความพยายามที่จะแบ่งแยกประเทศว่า คงต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง รัฐบาลไม่สนับสนุนและไม่มีแนวคิดให้มีการแบ่งแยกประเทศ ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีขบวนการอย่างนี้จริงหรือไม่ เพราะขบวนการเช่นนี้ไม่สามารถทำได้โดยกลุ่มๆเดียวต้องมีขบวนการที่ใหญ่กว่า ไม่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น อยากให้ทุกคนสบายใจ แม้กระทั้งเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้เราก็พยายามที่จะพูดคุยกันโดยใช้หลักการเจรจา

ชี้ความยุติธรรมต้องไม่แตกต่าง

เมื่อถามว่า นายกฯจะตักเตือนคนเสื้อแดงหรือไม่เพื่อให้ยุติการกระทำดังกล่าว นายกฯกล่าวว่าต้องเตือนทุกฝ่าย ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือสิ่งที่ไม่ถูกต้องลดลงไป และให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า ขอให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างยุติธรรม เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เราต้องไม่เจอปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อถามว่านายกฯจะแสดงออกอย่างไรเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้มีการแบ่งแยกประเทศ นายกฯกล่าวว่า ทุกวันนี้เราไม่ได้สนับสนุนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะแก้ได้ดีที่สุดคือ การให้ความยุติธรรม เสมอภาค และเท่าเทียมเพื่อไม่ให้คนรู้สึกว่ามีความแตกต่าง

ไม่ขวาง ผบ.ทบ.แจ้งความเอาผิด

เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.สั่งให้แม่ทัพภาคที่ 3 แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านั้นทราบแล้วหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ผบ.ทบ.ตัดสินใจในฐานะรอง ผอ.กอ.รมน.จริงๆแล้วในหลักการไม่ขัดข้องในการตรวจสอบเพราะไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด เราก็ไม่สนับสนุน ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกประเทศ ในเมื่อกองทัพจะตรวจสอบก็ยินดี ถือว่าเป็นสิ่งที่กองทัพทำหน้าที่ของกองทัพแต่ขอให้มีการตรวจสอบทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ถ้าเน้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็จะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจก็จะมีปัญหาเกิดขึ้น แต่ถ้าทำทุกอย่างบนหลักความยุติธรรมเท่าเทียมกัน เชื่อว่าปัญหานี้จะลดน้อยลง คงต้องให้ฝ่ายความมั่นคงสืบเรื่องราวก่อน เชื่อว่ายังไปไม่ถึงขบวนการนั้นขอให้ทุกคนช่วยกันทำทีละขั้น ทีละตอน มิเช่นนั้นทุกคนจะตกใจ ตื่นตระหนกเราเองเน้นย้ำว่า ไม่สนับสนุน

โยน ศรส.ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อถามว่าจะพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่จะครบในวันที่ 23 มี.ค.นี้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าต้องให้ ศรส.ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติประเมินสถานการณ์ และส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา อย่างไรก็ตามสัปดาห์นี้ไม่มีการประชุม ครม.เนื่องจากไม่มีวาระที่สำคัญ ส่วนที่ กปปส.ยุบเวทีไปรวมที่สวนลุมพินีเพียงเวทีเดียวนั้น ก็ต้องประเมินสถานการณ์ก่อน ส่วนการลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อตรวจปัญหาภัยแล้งก็ต้องประเมินก่อน ขณะนี้ยังไม่ลงพื้นที่ต่างจังหวัด

“เฉลิม” หนุน “บิ๊กตู่” เอาผิด สปป.ล้านนา

เวลา 10.20 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.สั่งแม่ทัพภาคที่ 3 แจ้งความดำเนินคดีบุคคลที่ขึ้นป้าย สปป.ล้านนาว่า ถ้าตนพูดไปจะกระทบใจพรรคพวก อาจมีคนหมั่นไส้ แต่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ไปแจ้งความร้องทุกข์ ดีกว่าใช้วิธีการอื่น ตนชอบวิธีการแบบนี้ เป็นกฎเกณฑ์ที่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย และกระบวนการนิติรัฐนิติธรรม ส่วนการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ขณะนี้กลายเป็นเวทีระบายความรู้สึกที่หยาบช้า สร้างความเดือดร้อนให้ภาคธุรกิจและการจราจร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มีแต่สนุกกับปราศรัยเรื่องเดิมๆ รวมทั้งในอดีตยังเคยถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริตและฆ่าคนตาย ดังนั้นม็อบกปปส.น่าจะจบ หลังจากยุบเวทีไปที่สวนลุมพินี เมื่อคืนวันที่ 2 มี.ค.เหลือผู้ชุมนุม 4,000 คน

“ปึ้ง” ยันคนเหนือไม่อยากแยกดินแดน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. กล่าวถึงกรณี ผบ.ทบ.สั่งให้แม่ทัพภาคที่ 3 แจ้งความเอาผิดกลุ่มเสื้อแดงพะเยาและเชียงใหม่ที่ขึ้นป้าย สปป.ล้านนาว่า คนไทยทุกคนไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกหรือแบ่งแยกดินแดนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต้องเข้าใจถึงอารมณ์ของคนด้วย เนื่องจากฝ่ายหนึ่งมาทำความเดือดร้อนใน กทม. สร้างความแตกแยกแบ่งฝ่ายชัดเจน อีกฝ่ายย่อมอดทนไม่ไหว อย่างกลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็เอาเรื่องแบ่งแยกดินแดนมาเป็นประเด็น ตนเป็นคนเชียงใหม่ไม่มีความคิดอยากให้แบ่งแยกดินแดน สิ่งต่างๆในฐานะที่ดูแลความมั่นคงต้องเป็นกลาง เป็นธรรมการทำอะไรควรคำนึงอย่าให้เกิด 2 มาตรฐาน ต้องยอมรับว่ามีกระบวนการ 2 มาตรฐานเกิดขึ้นมาอย่างชัดเจน แม้กระทั่งกระบวนการทางการเมือง และทางยุติธรรม อาทิเรื่องที่ศาลแพ่งมีคำสั่งเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉะนั้นการที่เป็นผู้ดูแลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กองทัพ หรือตำรวจ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เฉไฉ สปป.ย่อจากสมัชชาปกป้อง ปชต.

นายสุรพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดทางภาคเหนือ สปป.ล้านนา มันไม่ใช่อยู่แล้ว สปป.ย่อมาจากสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ไม่ใช่ สปป.ลาว ที่มีการชูธง สปป.ล้านนาที่งานโอทอปที่ จ.เชียงใหม่ คิดว่าเป็นการชุมนุมประท้วงเหมือน กปปส.ที่พยายามใช้ธงชาติเป็นสัญลักษณ์ เพราะการชุมนุมประท้วงที่คิดอะไรใหม่ๆเพื่อดึงดูดให้คนสนใจ ก็จะใช้ประเด็นนั้น เชื่อว่าทุกคนรักประเทศไทย และนายกฯไม่ได้คิดย้ายเมืองหลวงไปเชียงใหม่

พท.ป้องแค่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์

นายพิชิต ชื่นบาน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การดำเนินคดีกับผู้ที่ติดป้าย สปป.ล้านนา ต้องพิจารณาว่ามีเจตนาพิเศษขอแยกเป็นประเทศล้านนาหรือไม่ หรือเป็นการถือป้ายเชิงสัญลักษณ์ แสดงออกในลักษณะประชด ประชัน เปรียบเปรยปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมหรือไม่ ขณะนี้ข้อเท็จจริงที่แสดงออกเป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์ ไม่มีการใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขู่ ไม่ถึงขั้นก่อความไม่สงบ หากกองทัพบกจะดำเนินคดีกลุ่ม สปป.ล้านนาในความผิดความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ก็ต้องพิจารณาถึงกลุ่ม กปปส. ที่ศาลอาญาออกหมายจับเลขาธิการ กปปส. ฐานเป็นกบฏ ที่ยุยงให้หยุดงาน ยึดสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่กองทัพบกไม่เคยแสดงท่าทีดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่ม กปปส.เลย ส่วนตัวไม่มีอคติต่อกองทัพ แต่เกรงว่าจะซ้ำเติมปัญหา การเลือกปฏิบัติทำให้ปัญหาขยายวงมากขึ้น ดังนั้นควรใช้วิธีทำความเข้าใจกันดีกว่า ไม่ใช่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายกัน ปัญหาขณะนี้เป็นปัญหาทางความคิด ไม่ใช่ปัญหาที่ประชาชนคิดเป็นโจรแบ่งแยกดินแดน

“จารุพงศ์” โวยโดนใส่ร้ายป้ายสี

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปแบ่งแยกดินแดน ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นการใส่ร้ายป้ายสีกัน ไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐบาลจะไปแบ่งแยกดินแดน ดังนั้นไม่ขอพูดอะไรอีก เพราะจะถูกเอาไปตัดต่อว่าแบ่งแยกดินแดน อย่างที่ตนพูดไปก็ไม่ได้พูดอย่างนั้น แค่จะเตือนว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ อดีต ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง เพราะกลุ่ม สปป.ล้านนาเกิดจากการรวมตัวของอาจารย์ นัดประชุมก่อนเลือกตั้ง เพื่อรณรงค์ปกป้องประชาธิปไตย ไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน การเขียนป้ายแสดงความน้อยอกน้อยใจจะถูกข้อหากบฏมีโทษถึงประหารชีวิตเลยหรือ ขอให้  ผบ.ทบ.ให้ความยุติธรรมกับคนเสื้อแดงด้วย เราต้องยอมรับความจริง ปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นมาจากทุกฝ่าย ทั้งนักการเมือง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน สื่อมวลชน กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ

จี้กองทัพเข้มฟันคนแยกดินแดน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.ภาคเหนือประกาศแนวคิดแบ่งแยกประเทศไทย ตั้งชื่อเป็น สปป.ล้านนาว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงต้องเอาจริง เพราะมีการพูดชัดเจนบนเวทีคนเสื้อแดงที่ จ.นครราชสีมา แม้แต่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็ให้เห็นในลักษณะเดียวกัน ซึ่งถือเป็นกบฏแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลับไม่เตือนและไม่เอาผิดคนเหล่านี้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์คนเสื้อแดงว่า ถ้า ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะตั้งเมืองหลวงใหม่ที่ภาคเหนือ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ในกรณีที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สนับสนุนการแบ่งแยกประเทศ อันถือว่าเป็นความผิดในฐานกบฏ

ทหารแจ้งจับแกนนำแดงเชียงใหม่

ขณะที่ สภ.แม่ปิง อ.เมืองเชียงใหม่ พ.อ.โภคา จอกลอย หน.กองข่าว มทบ.33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ พ.ท.สันโดษ คงปาลี นายทหารพระธรรมนูญได้รับมอบจาก พล.ต.สรายุทธ รังษี ผบ.มทบ.33 เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ศรีวารีรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง เพื่อกล่าวโทษนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กรณีกล่าวถึงการแบ่งแยกประเทศล้านนาหรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา (สปป.ล้านนา) โดยติดป้ายขอแยกเป็นประเทศล้านนา เหตุเกิดที่สะพานต่างระดับแยกดอนจั่น ถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมนำหลักฐานภาพถ่ายป้ายและหนังสือพิมพ์ที่ให้สัมภาษณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจการปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักรเป็นการกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.113 และม.114 ตามคำสั่ง ผบ.ทบ.ได้มอบหมายให้แม่ทัพภาค 3 แจ้งความกล่าวโทษ

จทบ.พะเยารุดเข้าแจ้งความ

ด้าน พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.ภ.จ.พะเยา กล่าวถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่นำป้ายไวนิลพื้นสีแดงมีข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กูขอแยกเป็นประเทศล้านนา”  ไปติดบนสะพานลอยหน้าโรงเรียนบ้านร่องห้า ต.ต๋อม อ.เมืองพะเยา ว่า ข้อความดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเป็นความผิดฐานทำให้ปรากฏต่อประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรอันเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และเมื่อวันที่ 2 มี.ค. พล.ต.ชัยวัฒน์ ธนารุณ ผบ.จทบ.พะเยามอบหมายให้ พ.อ.วีรศักดิ์ พูลเกตุ รอง ผบ.จทบ.พะเยา แจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.เฉลิมชาติ ยาวิชัย รอง ผกก.สภ.เมืองพะเยา ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้ว

“เพชรวรรต” โต้ไม่รู้จัก สปป.ล้านนา

ที่โรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้เปิดแถลงข่าวตอบโต้คำสั่ง ผบ.ทบ.ว่า หลังทราบว่า ผบ.ทบ.มอบให้ทหารแจ้งความดำเนินคดีกับตนฐานเป็นกบฏแผ่นดิน ตนรู้สึกงงมากเพราะไม่เคยรู้จักกับกลุ่ม สปป.ล้านนา ไม่ทราบเรื่องขึ้นป้ายแบ่งแยกดินแดน สปป.ล้านนา เพราะหลังจากที่ตนได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา รมว.พัฒนาสังคมฯ ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนเสื้อแดงมากเท่าไหร่ แต่ยังเป็นแกนนำ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนมีนักข่าวโทรศัพท์มาสัมภาษณ์ถึงการขึ้นป้ายแยกประเทศสปป.ล้านนาตามสถานที่ต่างๆ ทั้ง จ.เชียงใหม่ และ จ.พะเยา ตนได้แสดงความเห็นทางวิชาการไปว่าการมีแนวคิดแบ่งแยกประเทศต้องมีเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นแตกหักขณะนี้มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนแนวคิดต่างกันวันนี้เพราะการชุมนุมกลุ่ม กปปส.การจะคิดแบ่งแยกประเทศต้องมีแนวคิดแตกแยกมากกว่านี้อีกเป็นร้อยปีจะถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้

ยันไม่เคยคิดแบ่งแยกประเทศ

นายเพชรวรรตกล่าวว่า การแบ่งแยกประเทศเป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศไทยมีศาสนา ภาษา และการปกครองแบบเดียวกัน มีในหลวงองค์เดียวกัน ถ้าหากเราแบ่งแยกประเทศเราจะเอาในหลวงไปไว้ไหน ตนยอมไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนที่เป็นข่าวออกไปซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามถามเรื่องแนวคิดการแยกประเทศของ สปป.ล้านนา ซึ่งตนไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม แต่ยอมรับว่าเมื่อเดือนก่อนทางกลุ่มดังกล่าวเคยเชิญไปบรรยายเรื่องการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเลือกตั้ง แต่ติดงานต่างจังหวัดจึงปฏิเสธไป กระทั่งมีนักข่าวโทรศัพท์มาสอบถามก็แสดงความเห็นออกไปตามฐานะนักวิชาการที่ตนเรียนจบด็อกเตอร์ และเป็นอาจารย์สอนพิเศษตามมหาวิทยาลัยหลายแห่ง “การแบ่งแยกประเทศนั้นทำไม่ได้ แต่การแยกการปกครองพิเศษอาจทำได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเกิดเหตุ 3 ข้อคือ 1.มีการดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์  2.ใช้หลักกฎหมายไม่เท่ากัน มีการนำไปใช้แบบสองมาตรฐาน และ 3.ประเทศมีการปกครองประชาธิปไตยต้องมีในหลวงเป็นประมุขสูงสุดของประเทศ หากไม่มีเราจะอยู่กันอย่างไร”

เตรียมแจ้งความกลับ “บิ๊กตู่”

นายเพชรวรรตกล่าวว่า อยากถามกลับไปถึง ผบ.ทบ.ว่า ทำไมปฏิบัติรวดเร็วจัง กรณีให้นายทหารมาแจ้งความจับตนอ้างว่าเป็นกบฏแผ่นดิน แต่ทางนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. และพวกที่ เป็นกบฏแผ่นดิน มีหมายจับถึง 19 คนทำไมทหารถึงไม่กล้าจับ อย่ามาใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานกับพวกเรา “เมื่อท่านแจ้งความผมได้ ผมก็พร้อมจะมอบตัวเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และจะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายแจ้งความกลับท่านได้เช่นกัน ว่าท่านเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ม.157 ที่มีการละเว้นไม่จับพวกกบฏแบ่งแยกแผ่นดินกลุ่ม กปปส. ผมกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูว่า ทำให้ผมเสียหายหรือไม่ ซึ่งผมไม่หนีอยู่แล้ว ในอดีตผมเป็นแกนนำเสื้อแดงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกหมายจับถึง 80 คดีก็ไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงกับศาล จึงหลุดคดีมาได้จนถึงวันนี้ ผมจะไปแก้ข้อกล่าวหาและแจ้งความกลับคุณเหมือนกัน” นายเพชรวรรตกล่าว

ทบ.ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติเสื้อแดง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่กองทัพบกแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มเสื้อแดง จ.พะเยา และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่มีแนวคิดแบ่งแยกประเทศว่า กองทัพบกไม่ได้เข้าข้างใครแต่จำเป็นต้องรักษากฎหมายในภาพรวม ส่วนที่กองทัพบกไม่ดำเนินการกับกลุ่ม กปปส. เนื่องจากมี ศรส. และ สตช.ดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งนี้กองทัพจะไม่ยอมให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาแบ่งแยกสร้างความแตกแยก หรือจัดตั้งกองกำลังเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อประชาชนและสังคมเป็นอันขาด ถ้า กปปส.กระทำความผิดก็ถูกดำเนินคดีเช่นกัน

“ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้เลือกปฏิบัติและดำเนินการภายใต้กรอบกติกาเพื่อดูแลสถานการณ์อย่างดีที่สุด พยายามรักษาสมดุลของทุกฝ่ายโดยไม่ก้าวล่วงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่บางกรณีที่ไม่ได้อยู่ในกรอบของการแสดงออกตามสิทธิเช่น การล่วงละเมิดสถาบันหรือการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ สปป.ล้านนาที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการทั้งที่มีความผิดร้ายแรง กองทัพจำเป็นต้องดำเนินการในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ส่วนจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใดต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวน ที่ผ่านมาการชุมนุมของบางกลุ่มค่อนข้างล่อแหลมสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย กองทัพจึงต้องเข้าไปอุดช่องโหว่” พ.อ.วินธัยกล่าว

มั่นใจมีหลักฐานเอาผิด “เสื้อแดง”

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า การจะฟ้องหรือไม่เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน เพราะการดำเนินคดีมีขั้นตอน แต่ขณะนี้เรามีหลักฐานอยู่ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่หน่วยความมั่นคงใช้การดำเนินการทางด้านกฎหมายจึงเริ่มมีการอธิบายทำความเข้าใจย้อนหลัง แก้ต่างตามออกมา แต่ช่วงแรกไม่มีผู้ใดมาชี้แจง ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรต้องรอกระบวนการสอบสวนซึ่งมีขั้นตอนอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะมีการยื่นเรื่องดังกล่าวนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึง เพียงแต่เมื่อมีข้อมูลการร้องเรียนจากประชาชนและได้รับข่าวสารจากสื่อมวลชนทำให้เราสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ในเบื้องต้น โดยไม่ได้นิ่งเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ศาลอาญาเจอระเบิดถล่ม 2 ลูก

อีกเรื่องหนึ่งเมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุปาระเบิดบริเวณลานจอดรถศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.สพ. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน โดยมีนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม และนายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ร่วมตรวจสอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พบระเบิดลูกแรกตกอยู่ทางเดินเท้าริมรั้วลานจอดรถใกล้ประตูทางออกศาลอาญา ติดกับปั๊มน้ำมัน ปตท. ทำพื้นถนนเสียหายเล็กน้อย

ตร.กู้ระทึก-ระเบิดไม่ทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห่างไปประมาณ 5 เมตรมีระเบิดอีกลูกถูกถอดสลักแล้ว แต่ไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่เก็บกู้ต้องนำยางรถยนต์มาล้อมพร้อมกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณ ก่อนปิดการจราจรบนถนนรัชดาภิเษกขาออกเพื่อเก็บกู้ท่ามกลางการลุ้นระทึกของเจ้าหน้าที่ศาลจนประสบความสำเร็จ
พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. กล่าวว่า คนร้ายใช้เป็นระเบิดขว้างสังหารชนิดเอ็ม 61 รัศมีทำการประมาณ 15-20 เมตร สามารถหน่วงเวลา 5 วินาที หลังดึงสลักออก ซึ่งมีใช้ในราชการทหารและตำรวจ ทั้งนี้ระเบิดลูกแรกถือว่าทำงานไม่สมบูรณ์เนื่องจากมีสภาพเก่าแต่ชิ้นส่วนยังอยู่ครบถ้วน ส่วนอีกลูกไม่เกิดการระเบิดเพราะไม่ได้ปลดเซฟตี้คลิปหรือขอนิรภัยออกระเบิดจึงไม่ทำงาน ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันที่ใช้ปาใส่วังสวนผักกาดและบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

เผยคนร้าย 2 คนขี่ จยย.ปาระเบิด

ด้าน ส.อ.ประสิทธิ์ กลิ่นกุหลาบ เจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ปตอ.พัน. 1.รอ. ที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า เมื่อประมาณ 10.25 น.ขณะตนปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าศาลอาญา เห็นชายคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีชมพู-ขาว ไม่ทราบทะเบียน สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบ คนซ้อนสวมหมวกไอ้โม่งคลุมศีรษะสีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีดำ ขี่มาจากแยกรัชดาภิเษก-ลาดพร้าวเข้าทางซ้าย พอมาถึงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ทหารได้ชะลอรถใช้ความเร็ว และหันมามองเจ้าหน้าที่ด้วยท่าทีมีพิรุธ เมื่อผ่านไปถึงบริเวณประตูทางออก คนนั่งซ้อนท้ายได้ปาระเบิดดังกล่าว 2 ลูก ก่อนเร่งเครื่องแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตรอกด้านข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.หลบหนีไป

อธิบดีศาลเชื่อผู้ไม่หวังดีจ้องป่วน

นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่าไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรที่ต้องใช้ความรุนแรง สำนักงานศาลยุติธรรมมีการทบทวนวางมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่จอดรถของผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ธุรการ อาจต้องปรับระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ตนได้รายงานให้นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกาทราบแล้ว ขณะที่นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า ความจริงขณะนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลายแล้ว ไม่น่าที่จะเกิดเหตุเช่นนี้ การกระทำน่าจะเกิดจากผู้ไม่ประสงค์ดี ขอยืนยันว่าคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาต้องดำเนินตามกระบวนการปกติ  ไม่น่าจะเกิดจากการพิจารณาคดีของฝ่ายต่างๆ

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มศาลอาญา

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คนร้ายน่าจะวางแผนล่วงหน้าก่อนลงมือถือว่าอุกอาจ เพราะลงมือในช่วงกลางวันที่มีประชาชนและรถสัญจร ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ผบ.ตร. เน้นให้เฝ้าระวังเหตุอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีคนร้ายใช้ระเบิดและอาวุธปืนโจมตีสถานที่ต่างๆ หลายครั้ง ส่วนมาตรการป้องกันเหตุบริเวณศาลจะประสานขอกำลังทหารเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ 1 กองร้อยพร้อมกำลังตำรวจออกตรวจบริเวณโดยรอบทั้งหน้าและหลังอาคารศาลอาญา และตั้งจุดตรวจตลอดคืน ทั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันก่อนหน้าเมื่อวันที่ 14 ก.พ.57 คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 พุ่งใส่อาคารศาลอาญาบนชั้น 7 ทำให้กระจกห้องพิจารณาคดีแตก ต่อมาวันที่ 23 ก.พ.57 คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่บริเวณศาลแพ่ง แต่ระเบิดไม่ทำงาน โชคดีที่เหตุการณ์ทั้ง 3 ครั้ง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

“สุเทพ” นำมวลชนร่วมทำบุญ

เวลา 07.00 น. ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.หลังจากย้ายเวทีมาปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายถาวร เสนเนียม นายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสสระ สมชัย และกลุ่มมวลชน กปปส.จำนวนมากร่วมกันถวายสังฆทานพระสงฆ์จำนวน 9 รูปและตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 35 รูปเพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ การจราจรรอบพื้นที่ชุมนุมเป็นไปตามปกติรถยนต์สามารถสัญจรได้สะดวก ยกเว้นถนนราชดำริขาออกมุ่งหน้าแยกศาลาแดงระหว่างซอยสารสินตัดกับถนนราชดำริยังปิดถนนเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงขายสินค้า ส่วนการรักษาความปลอดภัยด้านประตูทางเข้าสวนลุมพินี ด้านถนนหลังสวน การ์ด กปปส.นำกระสอบทรายมาทำบังเกอร์ ซึ่งตามหัวมุมถนนมีกำลังทหารตั้งเต็นท์ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม

จวก “ปู” ตีหน้าเศร้าแยกประเทศ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม กลับจาก จ.เชียงใหม่ และไปศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แต่กลับออกข่าวลวงว่า ติดภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ ศรส.เดี๋ยวเราจะไปหา ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแบ่งแยกประเทศแต่กลับปล่อยให้สมุนบริวารพูดเรื่องนี้ ในแวดวงคนเสื้อแดงก็ขยายแนวคิดนี้อยู่ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบ ส่วนแนวคิดแบ่งแยกประเทศมีตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหนีออกจากประเทศ ทำให้คนเสื้อแดงจะตั้งรัฐไทยใหม่โดย พ.ต.ท.ทักษิณเป็นประธานาธิบดี ดังนั้นนายกฯไม่ต้องตีหน้าเศร้าไม่เห็นด้วยเพราะคนที่คิดคือพวกคุณ เราจะขึ้นป้ายหลังเวทีว่า “หนึ่งเดียวคือแผ่นดินไทย” จึงอยากเรียกร้องให้ทุกคนร่วมกันขจัดระบอบทักษิณ ปกป้องแผ่นดินต่อสู้ไม่มีคำว่าถอยเด็ดขาด

ม็อบ กปปส.ปิดกรมศุลกากร–ท่าเรือฯ

ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย นายชัยชนะ เดชเดโช แกนนำ กปปส. นำมวลชนเดินทางไปปิดกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย เขตคลองเตย หลังทราบว่าข้าราชการทำงานปกติ โดยประกาศจับตัวอธิบดีกรมศุลกากร เพราะผิดคำสัญญาเปิดให้ข้าราชการมาหลายครั้ง จากนั้นนายไพศาล ชื่นจิตต์ ผอ.สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ได้ออกมาเจรจายืนยันว่าข้าราชการหยุดงาน พร้อมกับนำนายวิทยา นายชัยชนะเดินสำรวจห้องต่างๆเพื่อความมั่นใจ

บุก “เอ็มลิงค์” ตัดธุรกิจตระกูลชินฯ

นายวิทยา และนายชัยชนะ เดินทางไปเจรจากับนายอิทธิชัย สุวรรณกุล รักษาการ ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้รับการยืนยันว่ายังให้ข้าราชการหยุดงานและในวันที่ 5 มี.ค.ได้มีหนังสือเวียนแจ้งให้พนักงานร่วมชุมนุม ทั้งนี้ ผู้ชุมนุม กปปส.ได้นำแผ่นป้ายเขียนข้อความว่า “มวลมหาประชาชน ขอความร่วมมือให้ราชการเลิกรับใช้ระบอบทักษิณ” มาติดไว้หน้าประตูทางเข้าออก และประกาศห้ามนำป้ายออกเด็ดขาด หากรื้อออกจะมาปิดล้อมจับตัวอธิบดีกรมศุลกากรและผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย จากนั้นเดินทางไปยังบริษัทเอ็ม ลิ้มค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซอยสุขุมวิท 62 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหยุดใช้บริการเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยง ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) หลังจากทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่

ล้อมตึกชินวัตร–หักซิมเอไอเอส

เวลา 13.00 น. กลุ่ม กปปส.นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล นายชุมพล จุลใส นายณัฐพล ทีปสุวรรณ นำรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงและขบวนผู้ชุมนุมเดินทางไปปิดหน้าตึกชินวัตร 1 ถนนพหลโยธิน โดยปิดการจราจรถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้าทั้ง 3 ช่องทาง ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตึกได้ปิดประตูรั้วด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปภายใน จากนั้นแกนนำปราศรัยธุรกิจตระกูลชินวัตร และรณรงค์ให้ประชาชนหักซิมโทรศัพท์เอไอเอส แล้วหันไปใช้ซิมของค่ายอื่น นอกจากนี้ ยังโจมตีการทำงานของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ที่มักสร้างความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม รวมทั้งเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออก ขณะเดียวกันยืนยันว่าจะมาที่ตึกชินวัตรทุกวัน เพื่อกดดันจนกว่าธุรกิจจะเจ๊ง

กปปส.บุก ศรส.หาตัวนายกฯ

เวลา 14.00 น. นายชัยชนะ เดชเดโช เครือข่าย กปปส.สีลม นำมวลชน เคลื่อนขบวนมาชุมนุมหน้าสโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต ซึ่งภายในเป็นที่ตั้งของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) หลังจากทราบข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศรส. พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดทำร้ายประชาชน เนื่องจากประชาชนไม่ได้เป็นศัตรู และให้หาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุปาระเบิดใส่มวลชนหลายจุด มาดำเนินคดีให้ได้ ขณะที่ภายใน ศรส.ตำรวจตั้งแถว พร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัว ประกอบด้วย โล่และกระบอง นอกจากนี้ ได้มีการวางรั้วลวดหนามหลายชั้น และปิดประตูเหล็กเพื่อไม่ให้มวลชนบุกฝ่าเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากกลุ่มมวลชน กปปส.ทราบว่านายกฯไม่ได้อยู่ที่ ศรส.จึงนำมวลชนเคลื่อนขบวนกลับยังเวทีสีลม

คนร้ายป่วนยิงใส่เวทีแจ้งวัฒนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.00 น. ที่เวที กปปส.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี มีกลุ่มคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มาจอดใกล้ปากซอยแจ้งวัฒนะ 12 ก่อนยิงปืนใส่กลุ่มการ์ด ที่ดูแลแนวบังเกอร์ทางเข้าออกบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 9 และอีกจุดบริเวณถนนด้านหลังศูนย์ราชการฯโดยมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้า ซึ่งการ์ดเปิดเผยว่ากลุ่มคนร้ายจงใจสร้างสถานการณ์ให้กลุ่มผู้ชุมนุมตกใจกลัว ไม่กล้าเข้าร่วมชุมนุมเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย โดยการ์ดได้เพิ่มความเข้มงวดดูแลพื้นที่ขั้นสูงสุดเนื่องจากอาจถูกโจมตีด้วยอาวุธหนัก

“พุทธอิสระ” นำชาวนากดดัน สตง.

เวลา 09.00 น. พุทธอิสระนำมวลชนจากเวทีศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ไปสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซอยอารีย์สัมพันธ์ ร่วมกับกลุ่มชาวนานำโดย นายระวี รุ่งเรือง เพื่อติดตามการจ่ายเงินชาวนาตามโครงการรับจำนำข้าวและเรียกร้องให้ สตง.ตรวจสอบพฤติการณ์การใช้เงินของรัฐบาลในโครงการอื่นๆ ทั้งนี้ พุทธอิสระได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ตรวจเงินแผ่นดินเพื่อให้ สตง.เร่งดำเนินการตรวจสอบบัญชีโครงการจำนำข้าว และตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน 3.5 แสนล้านบาท จากโครงการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยของรัฐบาล และโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตของกระทรวงศึกษาธิการให้เสร็จภายใน 7 วัน ก่อนที่พุทธอิสระและแกนนำชาวนานำมวลชนทั้งหมดกลับที่ตั้งโดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ

ตั้งทีมเจรจา “พุทธอิสระ” เปิดถนน

เวลา 13.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศรส. แถลงผลการประชุม ศรส.ว่า ศรส.ขอขอบคุณแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่ยุติการชุมนุมบริเวณด้านหน้าสำนักงานป.ป.ช. ส่วนข้อเรียกร้องของ กวป.ที่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนแจ้งวัฒนะต้องเลิกการชุมนุมเช่นกัน ศรส.กำลังพยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยจะแต่งตั้ง พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ กระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าคณะผู้เจรจากับพระพุทธอิสระ เพื่อขอให้เปิดถนนแจ้งวัฒนะ และสถานที่ราชการในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด โดยจะเริ่มเจรจาตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.

ออกหมายเรียก 53 แกนนำ กปปส.

นายธาริตกล่าวว่า ศรส.ได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งพิจารณาเห็นชอบให้ออกหมายเรียกแกนนำ กปปส. โดยในจำนวนผู้ต้องหาทั้ง 58 คน ศาลได้ออกหมายจับฐานกบฏแล้ว 3 คน ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายพิชิต ไชยมงคล และนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อยู่ระหว่างให้ออกนอกราชอาณาจักร 1 คนคือ นายสาธิต เซกัล และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามคำแนะนำของพนักงานอัยการ 1 คน คือ นายพิจารณ์ สุขภารังษี คงเหลือที่ออกหมายเรียกในวันนี้ 53 คน เป็นการออกหมายเรียกซ้ำครั้งที่ 3 หากคราวนี้ไม่มาตามหมายเรียกอีก จะขอศาลออกหมายจับ อย่างไรก็ตาม ศรส.ได้แบ่งผู้ต้องหาทั้ง 53 คน ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวน ที่ ศรส.ระหว่างวันที่ 19-21 มี.ค. เวลา 09.30 น.

แจงดีเอสไอไม่ได้เลือกปฏิบัติ

นายธาริตกล่าวถึงกรณีการโพสต์โจมตีในโซเชียลมีเดียระบุไม่สนใจทำคดีแบ่งแยกดินแดน  สปป.ล้านนา และเลือกทำคดีเป่านกหวีดไล่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ว่า ดีเอสไอไม่ได้รับคดีเป่านกหวีดใส่คุณพจมาน แต่ดำเนินคดีนางทยา ทีปสุวรรณ และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. ตามความผิดฐานที่ร่วมกันเป็นกบฏ มีการปลุกระดมมวลชนเป็นคดีพิเศษมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไม่ใช่รับคดีเป่านกหวีดเป็นคดีพิเศษ ส่วนข้อกล่าวหาไม่ให้ความสนใจคดีแบ่งแยกดินแดนของ นปช. ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจแล้ว ดังนั้นต้องให้ตำรวจสอบสวนตามขั้นตอน ตนขอร้องว่าอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

กสม.สอบกรณีเป่านกหวีด “พจมาน”

อีกเรื่องหนึ่ง  นางอมรา  พงศาพิชญ์  ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงกรณีที่แกนนำ กปปส. เป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน  ดามาพงศ์  อดีตภรรยา  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกฯ กลางห้างสรรพสินค้าว่า มีเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้ามาที่ กสม. ต้องไปตรวจสอบกับสำนักงาน กสม.ว่ามีกี่เรื่องร้องเรียนและใครเป็นผู้ยื่น โดยจะมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิฯ ก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดี เพราะ กสม.ไม่มีอำนาจจะไปสั่งจับใคร แต่เราต้องดูแลทุกคนป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิ

นางวิสา เบ็ญจะมโน กรรมการ กสม.กล่าวว่า การที่คุณหญิงพจมานถูกเป่านกหวีดใส่นั้น อาจเป็นการกระทบเสรีภาพส่วนบุคคล กสม.ต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักจากเหตุผลของทั้ง 2 ฝ่ายให้เท่ากัน

ตร.พิสูจน์ยิงบ้าน “คุณหญิงศศิมา”

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รอง ผบช.สกพ. ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งเร่งรัดคดีคนร้ายยิงบ้านคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งทาง บช.ภ.3 ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานพบปลอกกระสุนปืน .223 จำนวน 25 ปลอก และปลอกอาก้า 37 ปลอก กระสุนปืนอาก้า 1 นัด กล้องวงจรปิดยืนยันรถคนร้ายยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นจีวากอน สีขาวคาดดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้ส่งคลิปภาพรถที่ก่อเหตุ กระสุนปืนตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอและปลอกกระสุนปืนตรวจหาชนิดกระสุนปืนที่พิสูจน์หลักฐาน 3 มีพนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำนางทยา ทีปสุวรรณ และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ บุตรสาวคุณหญิงศศิมา และบุตรเขยที่เป็นแกนนำ กปปส.แล้ว

ปิดกรมราชทัณฑ์ต้าน “ธาริต”

เวลา 11.30 น. นายอิสสระ สมชัย นายทินกร อ่อนประทุม แกนนำ กปปส. นายราเชน ตระกูลเวียง แกนนำ กปปส.นนทบุรี พร้อมรถเครื่องขยายเสียงนำมวลชน กปปส. เดินทางมาที่กรมราชทัณฑ์ หลังทราบข่าวว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ใช้สถานที่ดังกล่าวทำงาน โดยส่งอาสาสมัครผู้หญิงจำนวน 40 คน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของราชทัณฑ์ตรวจค้นตัวอาคารแต่ละชั้น หลังตรวจค้นอาคารไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาใช้สถานที่แต่อย่างใด แกนนำ กปปส.จึงนำผู้ชุมนุมไปที่ ศรส.

แกนนำ กวป.เข้ามอบตัวบุก ป.ป.ช.

เวลา 12.30 น. นายศรรักษ์ มาลัยทอง นายชาญ ไชยยะ นายพันธ์ โพธิ์ทอง และนายกองพล นาวา แกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.มงคล ขาวผ่อง พงส.ผนพ.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามที่ทาง สภ.เมืองนนทบุรี ได้ออกหมายจับในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ ทำให้เสียทรัพย์ และเปิดเครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 17 ก.พ.57 โดยมีประชาชนที่สนับสนุนกลุ่ม กวป.เดินทางมาให้กำลังใจ เบื้องต้นตำรวจอนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้เงินสดคนละ 50,000 บาท

7 องค์กรเอกชนหนุนรัฐ–กปปส.เจรจา

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุม 7 องค์กรภาคเอกชน ขอสนับสนุนให้ทุกฝ่าย อาทิ รัฐบาลและแกนนำกลุ่ม กปปส.หันหน้าเจรจากันด้วยความจริงใจ ยึดถือประโยชน์ของประเทศ และความสามัคคีของประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยไม่สร้างเงื่อนไขที่จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเริ่มเจรจา เพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด เพราะจากการที่ภาคเอกชนได้หารือกับทูตประเทศต่างๆ พบว่า มีความกังวลสถานการณ์ การเมืองในไทยจากการใช้อาวุธสงคราม ซึ่งอาจกระทบการทำธุรกิจ การลงทุน รวมทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนักลงทุนได้ ที่สำคัญปัญหาดังกล่าว จะลดขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุนของไทยในภูมิภาคด้วย

“อียู” จี้ไทยเร่งเจรจายุติปมร้อน

วันเดียวกัน โฆษกของนางแคทเธอรีน แอชตัน ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย มีใจความว่า ผู้แทนระดับสูงมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่ร้ายแรงเมื่อเร็วๆนี้ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียชีวิตของเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตก และขอแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย และเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเทศไทยดำเนินการด้วยความอดกลั้นอย่างที่สุด เพื่อป้องกันมิให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก พร้อมกับเน้นย้ำข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้เกิดการเจรจา อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทางการเมืองอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของประชาธิปไตย

ศาลนัดญาติคนตายฟ้องนายกฯ

อีกเรื่องหนึ่ง นายชัยวัตน์ สิทธิสุขสกุล ทนาย ความของนางจงจิต แซ่ด่าน ภรรยาของนายศรัทธา แซ่ด่าน และ น.ส.อุมาพร อ่างทอง มารดาของนายจีรพงษ์ ฉุยฉาย ผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมที่แยกผ่านฟ้า ที่เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เผยว่าหลังจากยื่นฟ้องคดีไปเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอาญามีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์คดีของ น.ส.อุมาพรมารดาของนายจีรพงษ์ ในวันที่ 26 พ.ค. เวลา 09.00 น. ส่วนคดีของนางจงจิต  ภรรยาของนายศรัทธาศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในเวลา 13.30 น. วันที่ 26 พ.ค.เช่นกัน

“สุเทพ” อัดรัฐแก้ตัวปัดแยกประเทศ

ต่อมาเวลา 20.25 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่าการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาแก้ตัวพัลวันเรื่องกบฏแบ่งแยกดินแดน แต่วันนี้คนสั่งให้ดำเนินการเรื่องนี้ถูกดำเนินคดี และตามปกติเมื่อมีคนคิดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน คิดแบ่งแยกประเทศ เป็นหน้าที่รัฐบาล ตำรวจที่ต้องดำเนินคดี แต่กรณีนี้รัฐบาลไม่ทำอะไร เพราะพวกนี้เป็นสมุนบริวารพวกเดียวกับตัวเอง ขณะที่ตำรวจก็เฉยทำให้ทหารต้องออกมาทำหน้าที่

นายสุเทพเปิดคลิปภาพการปราศรัยของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บนเวทีคนเสื้อแดงที่กล่าวว่า สงครามกลางเมืองจะเกิดเพราะการกระทำของพวก “มึง”  เมื่อเกิดสงครามก็จะแบ่งฝ่ายเหมือนเวียดนาม ลาว เขมร จากนั้นนายสุเทพกล่าวว่าคนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถ้ามีใครคิดเป็นกบฏแบ่งแยกแผ่นดินต้องไปจับกุมแต่กลับผสมโรง สงครามกลางเมืองจะเกิดขึ้นเพราะการกระทำของพวก “มึง”  พวกตนไม่ทำ คิดได้อย่างไรจะแบ่งเป็นเหนือเป็นใต้ ซึ่งการที่ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 แจ้งความเอาผิดคนคิดแบ่งแยกดินแดนนั้นเป็นการปรามแล้วว่า อย่าทำ

บี้ ผบ.เหล่าทัพ เลือกยืนข้าง ปชช.

นายสุเทพกล่าวว่า วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่าการดำเนินคดีต้องว่าตามข้อเท็จจริง รัฐบาลไม่สนับสนุนให้แบ่งแยกดินแดน เห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้แบ่งแยก แต่นายจารุพงศ์ นายณัฐวุฒิ เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลพูดมา 7-8 วัน นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่ออกมาห้าม เมื่อจะดำเนินคดีก็ออกมาซึ่งการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า ต้องตรวจสอบทุกฝ่ายให้เท่าเทียมกัน ขอบอกว่าวันนี้มีฝ่ายคุณ กับฝ่ายประชาชน ฝ่ายคุณพูดว่าแบ่งแยกดินแดนแล้วจะมาสอบพวกผมทำไมพูดแล้วไม่คิดที่จะแบ่งแยก ซึ่งการที่กองทัพออกมาทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศ ต่อไปนี้พวก นปช.จะออกมาโจมตีทหารหนักขึ้นทุกวัน หากพวกนี้ไปหาเรื่องทหารเราจะยืนอยู่ข้างทหาร ที่พูดไม่ใช่ให้ทหารมาปฏิวัติ แต่ทหารกับประชาชนต้องยืนอยู่ข้างเดียวกัน ขอเรียนไปถึง ผบ.เหล่าทัพว่า เรื่องนี้จะจบได้เร็วถ้าวันไหนทหารประกาศยืนข้างประชาชน พวกเราจะประกาศทันทีว่าอำนาจอธิปไตยกลับสู่มือของประชาชนแล้ว ดังนั้นอย่าเสียเวลาคิดนานรีบประกาศเลือกข้างประชาชน

4 มี.ค. 2557 07:32 ไทยรัฐ