วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดวิชั่นคู่ชิงดำประธาน ส.อ.ท. วัดกึ๋นนโยบายอุ้มเอสเอ็มอี-รับเศรษฐกิจถดถอย

โค้งสุดท้ายชิงดำประธาน ส.อ.ท. 17 มี.ค.นี้ เดินหน้าเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ก่อนเลือกประธาน เม.ย.นี้ เปิดนโยบาย 2 ผู้ท้าชิง “วิศิษฐ์–สุพันธุ์” พร้อมรับมือภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย โดยเฉพาะท่ามกลางแรงซื้อตกต่ำ เน้นเชื่อมเอสเอ็มอีกับอุตฯ ขนาดใหญ่ และพร้อมปรับภาพลักษณ์องค์กรใหม่ไร้แตกแยก

นายวิศิษฐ์ ลิ้มประนะ รองประธานและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ เปิดเผยว่า  ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ จะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแต่งตั้งของ ส.อ.ท.รวม 232 คน และเมื่อนำไปรวมกับคณะกรรมการชุดแต่งตั้งจากสำนักงานสภาอุตสาหกรรม ส.อ.ท.จังหวัดทั่วประเทศอีก 116 คน รวมเป็น 348 คนเพื่อให้ทั้ง 348 คนไปเลือกตัวประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งหากตนได้รับเลือกเป็นประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ ก็ยืนยันว่าจะเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ต้องยอมรับว่าอาจชะลอตัวลง เพราะกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง และจะเน้นนโยบายให้สมาชิก ส.อ.ท. กลับมาเป็นปึกแผ่นมากขึ้น

“ยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกแม้หลายฝ่ายจะมั่นใจว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา แต่ในสถานการณ์จริงก็ยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายๆเรื่องและการแข่งขันแย่งตลาดส่งออกของประเทศในอาเซียนที่มีตลาดส่งออกเดียวกับประเทศไทย จึงต้องถึงเวลาที่สมาชิกของ ส.อ.ท.ต้องหันมาร่วมมือกันในการทำงาน เพื่อให้มีกำลังที่เข้มแข็งในการช่วยเหลือตัวเองในการส่งออก ก่อนจะไปขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล”

ทั้งนี้ ตนยังมีนโยบายที่จะเน้นการเชื่อมโยงเอสเอ็มอีเข้ากับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเน้นให้สมาชิก 42 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้มีโอกาสซื้อขายสินค้าระหว่างกัน เพื่อที่จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงหรือคลัสเตอร์ ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนได้อย่างมาก และอาจมีการทำการซื้อขายวัตถุดิบและสินค้ากันเอง ขณะเดียวกัน ต้องผลักดันให้เอสเอ็มอีมีการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เพราะเอสเอ็มอีหลายอย่าง มีความสามารถพอและเมื่อสินค้า เป็นที่รู้จักตลาดเพื่อนบ้านแล้ว การส่งออกไปยังตลาดอื่นๆก็จะง่ายขึ้น”

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองประธาน ส.อ.ท.ในฐานะผู้สมัครชิงประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า นโยบายของตนจะให้ความสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับเอสเอ็มอี โดยจะขอความร่วมมือไปยังบริษัทขนาดใหญ่ให้มาช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้มากขึ้น และประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาครัฐบาล เพื่อที่จะผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรม ของประเทศไทยในภาพรวมมีความเข้มแข็งเพื่อพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

“เชื่อมั่นว่าจากนี้ไปภาพลักษณ์ ส.อ.ท.จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน เพราะผมทำงานที่ ส.อ.ท. มานานนับ 10 ปี จึงมั่นใจว่าจะสามารถประสานงานให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใหญ่และรายเล็กที่เป็นสมาชิกได้โดยเฉพาะงานต่างจังหวัด ซึ่งจะมีการ จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติ การร่วมกันเพื่อรับฟังปัญหาของทุกส่วน ให้มากขึ้นเพื่อให้การทำงานประสานกันในภาพรวม”

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การเมืองยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ โดยการคืนพื้นที่ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  (กปปส.)  และรัฐบาลเตรียมยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น “ในช่วง 1-2 เดือนมีเหตุการณ์การเมืองที่สำคัญที่ต้องติดตามเพราะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ หากยังไม่ได้รัฐบาลใหม่ภายในกลางปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยต้องปรับจีดีพีลง ครั้งใหญ่ และหากไม่เกิดความรุนแรง จีดีพีปีนี้ใกล้เคียงกับ 2% หากเกิดความรุนแรงก็จะลดลงเหลือ 0.50% จากเดิมประเมินอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 3%”.

โค้งสุดท้ายชิงดำประธาน ส.อ.ท. 17 มี.ค.นี้ เดินหน้าเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ก่อนเลือกประธาน เม.ย.นี้ เปิดนโยบาย 2 ผู้ท้าชิง “วิศิษฐ์–สุพันธุ์” พร้อมรับมือภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย โดยเฉพาะท่ามกลางแรงซื้อตกต่ำ เน้นเชื่อมเอสเอ็มอีกับอุตฯ ขนาดใหญ่ และพร้อมปรับภาพลักษณ์องค์กรใหม่ไร้แตกแยก... 4 มี.ค. 2557 02:20 ไทยรัฐ