วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถ้าไม่คลิกก็แอ่นแอ๊น!

“ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้”

ประโยคสั้นๆที่ถูกเขียนไว้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 1

โดยระดับความสำคัญ ปมอ่อนไหว ก็เข้าใจได้กับบทเฮี้ยบๆที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการตรงให้น้องชาย พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ที่คุมพื้นที่ภาคเหนือ เดินหน้าไล่บี้เอาผิดกับขบวนการเบื้องหลังการปลุกเร้ากระแสแบ่งแยกประเทศ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา (สปป.ล้านนา)

อันสืบเนื่องมาจากป้ายผ้า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กูขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ที่แขวนไว้บนสะพานลอยแยกสำคัญที่จังหวัดพิษณุโลก พะเยา ถนนสายเหนือ ต่อเนื่องกับการแห่ขบวนธงแดงอักษร “สปป.ล้านนา” ของกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดเชียงใหม่

แน่นอนลำพังแค่ป้ายผ้าหรือธงแดงมันคงยึดเอาเป็นหลักฐานชัดๆไม่ได้ ก็อย่างที่ฝ่ายเสื้อแดง นปช.ออกมาเคลียร์ในโซเชียลมีเดียว่า “สปป.ล้านนา” ก็คือ “สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา” ไม่ได้เป็นเรื่องแบ่งแยกประเทศแต่อย่างใด

พลิกออกมุกฮา กลายเป็นเรื่องโอละพ่อไป

ถ้าไม่บังเอิญว่า “สปป.ล้านนา” มันออกมาในจังหวะล้อกับคิวที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดบนเวทีปราศรัยกลุ่มคนเสื้อแดง แบะท่ารับมุกข้อเสนอแบ่งแยกประเทศไปพิจารณา

ประกอบกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง นปช.ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ในการเปิดรับชายฉกรรจ์ จัดตั้งกองกำลังอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) รับกับจังหวะการขยับครั้งใหญ่ของ นปช.คนเสื้อแดงนัดรวมตัวแกนนำระดับภูมิภาคทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “ลั่นกลองรบ”

ประกาศเตรียมเข้าสู่สถานการณ์สู้รบร้อยเปอร์เซ็นต์

และก็โยงเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับคิวที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ได้ทำหนังสือเชิญนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาไกล่เกลี่ยวิกฤติความขัดแย้ง เพราะในประเทศไทยไม่เหลือคนกลางที่จะเคลียร์ทั้งสองฝ่ายได้แล้ว

ยกระดับเงื่อนไขการเมืองภายในประเทศไปสู่เวทีโลก

ตามแนวโน้มสถานการณ์ที่หน่วยเฝ้าระแวง ต่อจิ๊กซอว์การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงสอดคล้องกับกระบวนท่าของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ตอกย้ำกระแสแยกประเทศในภาคเหนือภาคอีสาน

สถานการณ์มาถึงจุดมีน้ำหนักพอให้กองทัพต้องเล่นบทดุใส่พวกกบฏแบ่งแยกดินแดน

และก็เหมือนแผนสลับฉากกันเล่น ทหารออกมาในจังหวะหลบเข้าสวนลุมพินี “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ยุบเวทีหลักที่ปทุมวัน ราชประสงค์ อโศก สีลม ไปรวมกันจุดเดียว

เปลี่ยนคิว เปิดทางท็อปบูตประจันหน้ากับกองทัพแดง

สถานการณ์วัดกำลัง ฉากตะลุมบอนใกล้เข้ามาทุกขณะ

ในจังหวะที่วงล็อบบี้เจรจาก็ยังไม่ “คลิก” เพราะคุยกันไปก็ระแวงกันไป ตามปรากฏการณ์เบื้องหลังที่อดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็โดนพี่เมียคืออดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร แสดงอาการไม่พอใจที่ไปหลงเหลี่ยมนั่งโต๊ะเจรจาให้ราคา “พุทธอิสระ” ขณะที่นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ก็โดนน้องเขยอย่าง “กำนันเทพ” เอ็ดฐานไปโดนทีมงาน “นายหน้า” ของ “ทักษิณ” หลอกให้ร่วมวงเจรจา

ไม่มีใครเชื่อใจใคร ไม่รู้ใครมีเพาเวอร์จริงหรือไม่

นั่นก็เพราะยังมี “นายหน้า” ที่พยายามปั่นราคาตัวเองปะปนอยู่

แต่ที่มีน้ำหนักจริงๆก็ต้องวงของพี่น้องนักรบตะวันออก “บูรพาพยัคฆ์” ในฐานะผู้คุมดุลกองทัพบก

ตัวเชื่อมสัญญาณ “เบื้องบน”

ล่าสุดมีตัวละครที่ปึ้กกว่าพี่ใหญ่ “ป” กับชื่อของ “บิ๊กฮวบ” พล.อ.นิพนธ์ ภารัญนิตย์ อดีตรอง ผบ.ทบ. บิ๊กบราเธอร์ของอดีตผู้การกรมทหารราบที่ 21 รอ. ที่ “บิ๊กตู่” และหมู่บูรพาพยัคฆ์ให้ความเกรงใจ

มีบารมีพอให้คู่ขัดแย้งทั้งสองขั้วเชื่อได้ว่า “ต่อสายติด” เคลียร์แล้วจบได้

แต่ที่แน่ๆถ้าวงล็อบบี้นี้ยังจูนกันไม่ได้ คำตอบสุดท้ายหนีไม่พ้น “แอ่นแอ๊น” ตามสัญญาณชัดๆ ประกาศกันกลางโต๊ะเลยว่า “ถ้าปฏิวัติ อั๊วก็นั่งหัวโต๊ะเอง ไม่ต้องให้ใครมานั่งเป็นนายกฯ”

เสียงคุ้นๆของคนไม่ชอบกลิ่นผัดกะเพรา.

 

ทีมข่าวการเมือง

4 มี.ค. 2557 01:17 4 มี.ค. 2557 01:17 ไทยรัฐ