วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
7 องค์กรเอกชน หนุนเจรจายุติความขัดแย้ง

7 องค์กรเอกชน หนุนเจรจายุติความขัดแย้ง

  • Share:

นักธุรกิจ ชี้ปัญหาการเมืองสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล คาดทั้งปีสูญรายได้ 2.4 แสนล้านบาท เรียกร้องภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหา เดินหน้าเจรจาหาทางยุติความขัดแย้งแบบไม่มีเงื่อนไขโดยเร็วที่สุด...

7 องค์กรภาคเอกชน ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ออกแถลงการณ์สนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยต้องไม่ตั้งเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อภาคเจรจา ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสามัคคีปรองดองของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อให้การเจรจาเกิดผลสำเร็จ ซึ่ง 7 องค์กรภาคเอกชนเขื่อมั่นว่าทุกฝ่ายมีความรักประเทศชาติและมีความประสงค์ ที่จะเห็นครอบครัวและทุกภาคส่วนของสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและยั่งยืน เพื่อให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แม้กระทั่งชีวิตของเด็กและผู้บริสุทธิ์ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก เกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน ซึ่งไม่สามารถรองรับความสูญเสียที่ยืดเยื้อได้ และยังกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งจะทำให้ไทยสูญเสียขีดความสามารถและโอกาสในการแข่งขันในเวทีภูมิภาค

ด้านนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไตรมาส 1 และ 2 คาดว่าจะลดลงประมาณ 1.7 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 6 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 29.9 ล้านคน คิดเป็นมูลค่า 82,000 ล้านบาท แต่ยังคาดหวังว่าไตรมาส 3 และ 4 สถานการณ์ท่องเที่ยวจะฟื้นตัวขึ้น หากปัญหาการเมืองจบลงโดยเร็ว ดังนั้น อยากขอให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเร็วที่สุด เพราะกระทบภาพลักษณ์ของประเทศ แม้ว่าต่างประเทศจะยังคงคำเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทยไว้ที่ระดับ 2 และ 3 ก็ตาม

ขณะที่ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่คาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้ร้อยละ 4-5 ก็อาจจะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2-3  ต่ำกว่าศักยภาพของไทย ส่งผลให้สูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจ 2.4 แสนล้านบาท การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามภาคเอกชนมองว่าการที่ทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มเจรจาหาทางออกร่วมกันก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่หวังว่าจะเป็นทางออกของประเทศได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้