วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกชน ชี้ค้าปลีกโตได้ ไม่หวั่นการเมืองกระทบ

ผู้ประกอบการ มั่นใจ อุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งปีนี้ยังเติบโตได้ จากการลงทุนก่อสร้างห้างค้าปลีกหนุน แม้ว่าจะมีปัญหาการเมือง-กำลังซื้อของประชาชนลดลงก็ตาม วอนรัฐจัดหน่วยงานกลางดูแลผู้ประกอบการค้าปลีกโดยตรง...

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประเมินแนวโนัมอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งปีนี้ ยังขยายตัวได้ร้อยละ 6-7 จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตร้อยละ 6.3 หรือมีมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาท จากการที่ผู้ประกอบการลงทุนก่อสร้างขยายสาขาห้างค้าปลีก อีก 2,000 สาขา โดยเฉพาะคอนวีเนียนสโตร์ หรือร้านสะดวกซื้อ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในปีนี้ ถึงแม้ว่าการใช้จ่ายของประชาชนจะมีข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น รายได้ประชากรในภาคเกษตรที่ลดลงจากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และนักท่องเที่ยวที่ลดลงจากการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีก มองว่า อุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ จะยังขยายตัวได้ร้อยละ 2-3 ถึงแม้ว่าการชุมนุมทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน

นางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เชื่อว่า การชุมนุมทางการเมืองส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในช่วง 2 เดือนแรกของปีเท่านั้น แต่จะกระทบมากน้อยระดับใดยังต้องรอประเมินในช่วงไตรมาสแรก แต่มองในแง่ดีว่า การประกาศยุบเวทีชุมนุมหลายพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ทำให้การจราจรกลับมาคล่องตัว กำลังซื้อของประชาชนจะเริ่มกลับคืนมา และสถานการณ์คลี่คลายขึ้นต่อเนื่องจนรัฐบาล ยกเลิกการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และนักท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ประเทศไทย จะเกิดเม็ดเงินสะพัดในภาคการบริโภค ซึ่งปกติแล้วธุรกิจค้าปลีกจะมีการเติบโตที่ดีในช่วงไตรมาสแรก และไตรมาสสุดท้ายของปีที่เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลจะมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การเติบโตของหมวดสินค้าออนไลน์ ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ต่อปี จะเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ธุรกิจค้าปลีกยังขยายตัวต่อเนื่อง และยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนธุรกิจการค้าสู่ภูมิภาคเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน โดยสัดส่วนธุรกิจในกรุงเทพมหานครร้อยละ 42 และต่างจังหวัด ร้อยละ 28 เป็น ในกรุงเทพมหานครเหลือร้อยละ 28 และในต่างจังหวัด ร้อยละ 72

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ยังต้องการให้ภาครัฐมีการจัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาดูแลผู้ประกอบการค้าปลีก โดยตรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้เขัาถึงการทำธุรกิจ หรือส่งเสริมเรื่อง ไทยแลนด์แบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ส่วนอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ที่คงไว้ร้อยละ 7 จะสิ้นสุดลงในช่วงเตือนตุลาคมปีนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เชื่อว่า จะยังไม่มีการปรับขึ้นภาษี เพราะกำลังซื้อของประชาชนในปัจจุบันยังหดตัว และถึงแม้ว่าจะมีการรวมตัวกันในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี แต่ยังเป็นการรวมตัวแบบหลวมๆ ภาษีจึงยังมีส่วนสำคัญต่อการแข่งขันและกระตุ้นกำลังซื้อ.

ผู้ประกอบการ มั่นใจ อุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งปีนี้ยังเติบโตได้ จากการลงทุนก่อสร้างห้างค้าปลีกหนุน แม้ว่าจะมีปัญหาการเมือง-กำลังซื้อของประชาชนลดลงก็ตาม วอนรัฐจัดหน่วยงานกลางดูแลผู้ประกอบการค้าปลีกโดยตรง... 3 มี.ค. 2557 14:22 3 มี.ค. 2557 15:00 ไทยรัฐ