วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยกับอูเครน (2)

นักเรียน ร.ร.เบญจมราชูทิศ จันทบุรี รุ่นพี่ที่ชื่อ ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ เชิญนักเรียนรุ่นน้องที่ชื่อ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “กลยุทธ์การตลาดสินค้าเกษตรในตลาด CLMV” รับใช้ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 107 คน ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ กทม. อังคารวันนี้ 09.00-12.00 น.

ประชาชนคนอูเครน 44 ล้านคน แบ่งออกเป็น 2 พวก

พวกแรกนิยมรัสเซีย อีกพวกหนึ่งนิยมสหภาพยุโรป

นักการเมืองอูเครนก็แบ่งออกเป็น 2 ค่าย ผลัดกันเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน ค่ายนิยมรัสเซียนำโดยนายวิคเตอร์ ยานูโควิช พวกนี้ใช้สีฟ้าเป็นสัญลักษณ์

เดิมนายวิคเตอร์ ยูเชนโค ก็เป็นคนในค่ายนี้ และเติบโตเป็นถึงผู้อำนวยการธนาคารแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี ระหว่าง พ.ศ.2542-2544 ก่อนหน้า พ.ศ.2547 อูเครนเป็นสังคมสงบสุข ไม่แบ่งฝ่าย ประชาชนคนอูเครนทั้งประเทศถือตนเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับคนรัสเซีย เคยเป็นประเทศเดียวกันมานาน และเพิ่งมาแยกจริงๆ เมื่อ พ.ศ.2534

ตะวันตกอยากได้อูเครนเป็นพวก เพราะอูเครนเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป (ยกเว้นรัสเซีย) มีพรมแดนประชิดติดกับรัสเซีย ถ้าตะวันตกมีอิทธิพลเหนืออูเครน ก็สามารถจะกวนใจไม่ให้รัสเซียสร้างตัวอย่างสงบ จนเป็นมหาอำนาจมาแข่งกับทางตะวันตกได้

ว่าแล้ว ฝรั่งตะวันตก ผมหมายถึงอเมริกา+ชาติใหญ่ๆ ในสหภาพยุโรปก็แอบไปหนุนนายยูเชนโคให้แยกตัวออกมาเป็นหัวหน้ากลุ่มการเมืองเล็กๆ หลายกลุ่มที่รวมกันเป็นพรรคนาชายูเครยินา มีนโยบายฝักใฝ่ตะวันตก ใช้สีส้มเป็นสัญลักษณ์

กลุ่มของนายยูเชนโคมีตัวละครเด่นๆ หลายคน เช่น นายโอเลคซานเดอร์ โมรอซ นางยูเลีย ตีโมเชนโค นายโอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ ฯลฯ

อูเครนกับไทยเหมือนและต่างกันหลายอย่าง อย่างแรกเลย มีการประท้วงในห้วงเวลาเดียวกันเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้น พวกตะวันตกแอบเข้ามาทำปฏิวัติสีส้ม ทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีต้องเลือกกันถึง 3 รอบ แม้ว่าฝ่ายนิยมรัสเซียจะชนะ แต่ประชาชนก็ไม่ยอม ต้องเลือกกันอีกเป็นครั้งที่ 3 จนฝ่ายนิยมตะวันตกชนะนั่นแหละจึงสงบ

พอฝ่ายนิยมรัสเซีย คือนายยานูโควิชขึ้นครองอำนาจ ก็จับนางตีโมเชนโคเข้าคุก และบริหารด้วยนโยบายนิยมรัสเซีย มาจนถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 อูเครนก็เกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ โดยมี 2 ทางเลือกให้เดิน ทางแรกคือ เจรจาความร่วมมือการค้าและการเมือง + ขอความช่วยเหลือจากยุโรป ทางที่สองคือ กู้เงินจากรัสเซียมาใช้จ่าย

ก็เพราะเป็นพวกนิยมรัสเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 ประธานาธิบดียานูโควิชจึงประกาศพับแผนเจรจาความร่วมมือการค้าและการเมืองกับสหภาพยุโรป ทำให้ฝ่ายนิยมตะวันตกประท้วง เมื่อสิบปีก่อนก็ประท้วงในเวลาตรงกันกับไทย มาครั้งนี้ก็เวลาตรงกันอีก แต่ชนวนต่างกัน ชนวนของไทยคือ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน... พ.ศ. ...

อีกอย่างหนึ่งที่ต่างกันก็คือ พอมีการประท้วง นายยานูโควิชก็สั่งให้มีการปราบปรามอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ศพ พอมีคนตาย นายยานูโควิชก็กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที ถูกโลกบีบให้ต้องเซ็นข้อตกลงสันติภาพแบบประนีประนอมกับฝ่ายค้านเมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 โดยนายยานูโควิชถูกหลอกว่าเหตุการณ์จะสงบจบลง

พอลงนามเสร็จปุ๊บ พวกฝ่ายต่อต้านก็บุกหนักจนประธานาธิบดีและพวกต้องหนีไปยังภาคตะวันออกของอูเครน แต่ก็ยังประกาศไม่ลาออก ไม่หนีออกนอกประเทศ

จึงเป็นโอกาสของนายตูร์ชินอฟ ประธานรัฐสภาที่อายุเพียง 49 ปี คนนี้เป็นนักการเมืองค่ายนิยมตะวันตก และอยู่เบื้องหลังการประท้วงมาตลอด ก็ประกาศตัวเองเป็นประธานาธิบดีรักษาการ นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งยังคาตำแหน่งประธานรัฐสภาอยู่อีกด้วย วันที่ผมเขียนคอลัมน์นี่ละครับ รัฐสภาอูเครนออกหมายจับประธานาธิบดียานูโควิช แถมยังลงมติเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เอาผิดข้อหาฆ่าหมู่ประชาชนอีกด้วย

อูเครนต่างกับไทยอีกเรื่องตรงที่ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกองกำลังฝ่ายรัฐบาล ไม่สั่งฆ่าประชาชนเลยแม้แต่คนเดียว แถมนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยังประกาศสู้ตายคาสนามประชาธิปไตย นายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ของไทยจึงอยู่รอดปลอดภัยจนถึงทุกวันนี้

ส่วนพวกที่สั่งฆ่าเด็กและประชาชนเพื่อสร้างสถานการณ์

กลับเหี่ยวลงไปทุกวัน.

คุณนิติ นวรัตน์

3 มี.ค. 2557 09:56 3 มี.ค. 2557 09:56 ไทยรัฐ