วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยกับอูเครน (2)

ไทยกับอูเครน (2)

  • Share:

นักเรียน ร.ร.เบญจมราชูทิศ จันทบุรี รุ่นพี่ที่ชื่อ ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ เชิญนักเรียนรุ่นน้องที่ชื่อ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “กลยุทธ์การตลาดสินค้าเกษตรในตลาด CLMV” รับใช้ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 107 คน ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ กทม. อังคารวันนี้ 09.00-12.00 น.

ประชาชนคนอูเครน 44 ล้านคน แบ่งออกเป็น 2 พวก

พวกแรกนิยมรัสเซีย อีกพวกหนึ่งนิยมสหภาพยุโรป

นักการเมืองอูเครนก็แบ่งออกเป็น 2 ค่าย ผลัดกันเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน ค่ายนิยมรัสเซียนำโดยนายวิคเตอร์ ยานูโควิช พวกนี้ใช้สีฟ้าเป็นสัญลักษณ์

เดิมนายวิคเตอร์ ยูเชนโค ก็เป็นคนในค่ายนี้ และเติบโตเป็นถึงผู้อำนวยการธนาคารแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี ระหว่าง พ.ศ.2542-2544 ก่อนหน้า พ.ศ.2547 อูเครนเป็นสังคมสงบสุข ไม่แบ่งฝ่าย ประชาชนคนอูเครนทั้งประเทศถือตนเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับคนรัสเซีย เคยเป็นประเทศเดียวกันมานาน และเพิ่งมาแยกจริงๆ เมื่อ พ.ศ.2534

ตะวันตกอยากได้อูเครนเป็นพวก เพราะอูเครนเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป (ยกเว้นรัสเซีย) มีพรมแดนประชิดติดกับรัสเซีย ถ้าตะวันตกมีอิทธิพลเหนืออูเครน ก็สามารถจะกวนใจไม่ให้รัสเซียสร้างตัวอย่างสงบ จนเป็นมหาอำนาจมาแข่งกับทางตะวันตกได้

ว่าแล้ว ฝรั่งตะวันตก ผมหมายถึงอเมริกา+ชาติใหญ่ๆ ในสหภาพยุโรปก็แอบไปหนุนนายยูเชนโคให้แยกตัวออกมาเป็นหัวหน้ากลุ่มการเมืองเล็กๆ หลายกลุ่มที่รวมกันเป็นพรรคนาชายูเครยินา มีนโยบายฝักใฝ่ตะวันตก ใช้สีส้มเป็นสัญลักษณ์

กลุ่มของนายยูเชนโคมีตัวละครเด่นๆ หลายคน เช่น นายโอเลคซานเดอร์ โมรอซ นางยูเลีย ตีโมเชนโค นายโอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ ฯลฯ

อูเครนกับไทยเหมือนและต่างกันหลายอย่าง อย่างแรกเลย มีการประท้วงในห้วงเวลาเดียวกันเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้น พวกตะวันตกแอบเข้ามาทำปฏิวัติสีส้ม ทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีต้องเลือกกันถึง 3 รอบ แม้ว่าฝ่ายนิยมรัสเซียจะชนะ แต่ประชาชนก็ไม่ยอม ต้องเลือกกันอีกเป็นครั้งที่ 3 จนฝ่ายนิยมตะวันตกชนะนั่นแหละจึงสงบ

พอฝ่ายนิยมรัสเซีย คือนายยานูโควิชขึ้นครองอำนาจ ก็จับนางตีโมเชนโคเข้าคุก และบริหารด้วยนโยบายนิยมรัสเซีย มาจนถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 อูเครนก็เกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ โดยมี 2 ทางเลือกให้เดิน ทางแรกคือ เจรจาความร่วมมือการค้าและการเมือง + ขอความช่วยเหลือจากยุโรป ทางที่สองคือ กู้เงินจากรัสเซียมาใช้จ่าย

ก็เพราะเป็นพวกนิยมรัสเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 ประธานาธิบดียานูโควิชจึงประกาศพับแผนเจรจาความร่วมมือการค้าและการเมืองกับสหภาพยุโรป ทำให้ฝ่ายนิยมตะวันตกประท้วง เมื่อสิบปีก่อนก็ประท้วงในเวลาตรงกันกับไทย มาครั้งนี้ก็เวลาตรงกันอีก แต่ชนวนต่างกัน ชนวนของไทยคือ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน... พ.ศ. ...

อีกอย่างหนึ่งที่ต่างกันก็คือ พอมีการประท้วง นายยานูโควิชก็สั่งให้มีการปราบปรามอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ศพ พอมีคนตาย นายยานูโควิชก็กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที ถูกโลกบีบให้ต้องเซ็นข้อตกลงสันติภาพแบบประนีประนอมกับฝ่ายค้านเมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 โดยนายยานูโควิชถูกหลอกว่าเหตุการณ์จะสงบจบลง

พอลงนามเสร็จปุ๊บ พวกฝ่ายต่อต้านก็บุกหนักจนประธานาธิบดีและพวกต้องหนีไปยังภาคตะวันออกของอูเครน แต่ก็ยังประกาศไม่ลาออก ไม่หนีออกนอกประเทศ

จึงเป็นโอกาสของนายตูร์ชินอฟ ประธานรัฐสภาที่อายุเพียง 49 ปี คนนี้เป็นนักการเมืองค่ายนิยมตะวันตก และอยู่เบื้องหลังการประท้วงมาตลอด ก็ประกาศตัวเองเป็นประธานาธิบดีรักษาการ นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งยังคาตำแหน่งประธานรัฐสภาอยู่อีกด้วย วันที่ผมเขียนคอลัมน์นี่ละครับ รัฐสภาอูเครนออกหมายจับประธานาธิบดียานูโควิช แถมยังลงมติเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เอาผิดข้อหาฆ่าหมู่ประชาชนอีกด้วย

อูเครนต่างกับไทยอีกเรื่องตรงที่ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกองกำลังฝ่ายรัฐบาล ไม่สั่งฆ่าประชาชนเลยแม้แต่คนเดียว แถมนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยังประกาศสู้ตายคาสนามประชาธิปไตย นายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ของไทยจึงอยู่รอดปลอดภัยจนถึงทุกวันนี้

ส่วนพวกที่สั่งฆ่าเด็กและประชาชนเพื่อสร้างสถานการณ์

กลับเหี่ยวลงไปทุกวัน.

คุณนิติ นวรัตน์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้