วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีดฟันฆ่าหมู่จีน33ศพ

กลางสถานีรถไฟคุนหมิง บาดเจ็บ130โดนจับตาย4

โคตรโหด กลุ่มคนชุดดำนับสิบคนบุกก่อเหตุกลางสถานีรถไฟเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ใช้มีดยาวปาดคอ-จ้วงแทง ประชาชนอย่างไร้ความปรานี ก่อนถูกตำรวจวิสามัญฯ 4 ศพ และจับเป็นได้ 1 ราย และหนีไปได้ 5 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือน 29 ราย คนร้าย 4 ราย รวม 33 ศพ ส่วนผู้บาดเจ็บกว่า 130 ราย ทางการระบุทันทีฝีมือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวมุสลิมอุยเกอร์ ด้าน ปธน. สี จิ้นผิง ประณามพร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ล่าตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายและกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายเพื่อความสงบเรียบร้อยในประเทศ ขณะเดียวกัน ไอซีทีจีนสั่งบล็อกภาพเหตุการณ์สยอง อ้างหวั่นสร้างความตื่นตระหนกให้สังคมและทำให้กลุ่มก่อการร้ายยิ่งฮึกเหิมมากขึ้น

เหตุก่อการร้ายรุนแรงในจีนครั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 1 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มคนร้ายแต่งกายชุดดำ พร้อมมีดยาวในมือ ก่อเหตุไล่ทำร้ายคนที่อยู่ในสถานี รถไฟเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 29 ราย ซึ่งต่อมาตำรวจได้วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายไป 4 ราย รวมเป็นผู้เสียชีวิต 33 ศพ จับกุมได้ 1 ราย และคาดว่าหลบหนีไปได้ 5 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีประมาณ 130 คน และคาดว่าอาจเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่า ผู้ก่อเหตุสยองในครั้งนี้มีเพียง 2 รายเป็นผู้หญิง โดยรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตและอีกรายหนึ่งถูกจับกุม

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานคำสัมภาษณ์ของผู้อยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า กลุ่มคนร้ายเกือบสิบคนวิ่งเข้ามาในสถานีรถไฟพร้อมมีดยาวคล้ายมีดผ่าแตงโม  และเริ่มต้นทำร้ายผู้ที่อยู่ในสถานีโดยไม่เลือกเป้าหมาย ซึ่งเหยื่อเคราะห์ร้ายเพศชายรายหนึ่งถูกปาดคอเลือดไหลอาบ ทำให้ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์วิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก และบางรายพยายามหาที่หลบซ่อนตัว แต่คนที่วิ่งหนีไม่ทันก็จะถูกคนร้ายจ้วงแทงด้วยมีดล้มลงไปทีละคน

ต่อมานายเหม็ง เจี้ยนจู ผู้บัญชาการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติจีน เดินทางจากกรุงปักกิ่งของจีนไปยังเมืองคุนหมิง และเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 มี.ค. จากนั้นเข้าไปตรวจสถานที่เกิดเหตุก่อนที่จะออกมาเปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า ผู้ก่อเหตุคือสมาชิกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวมุสลิมอุยเกอร์ ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในมณฑลซินเจียง ทางภาคตะวันตกของจีน พร้อมระบุว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีการวางแผนล่วงหน้ามาอย่างดี และมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มก่อการร้ายซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ โดยนายเหม็งมิได้ระบุชื่อกลุ่มก่อการร้ายที่ชัดเจน แต่สื่อจีนระบุว่าเป็นเครือข่ายผู้ลี้ภัยชาวอุยเกอร์ที่กระจายตัวอยู่ในกลุ่มประเทศโลกตะวันตก

นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ซิน่าเหว่ยป๋อ เครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน ซึ่งเป็นช่องทางเผยแพร่ข้อความสั้นคล้ายเว็บไซต์ทวิตเตอร์ของสหรัฐอเมริกา ได้มีชาวจีนที่เป็นสมาชิกเว็บดังกล่าวได้เผยแพร่ภาพกองกำลังผสมทหาร-ตำรวจ ตรึงกำลังรอบสถานี รถไฟคุนหมิงในช่วงเช้าวันที่ 2 มี.ค. รวมถึงภาพผู้บาดเจ็บที่นอนเลือดโชกอยู่ที่พื้นด้านนอกสถานีรถไฟ และภาพบุคคลที่คาดว่าเป็นคนร้าย ซึ่งถูกตำรวจนำตัวออกไปจากที่เกิดเหตุ แต่ต่อมาหน่วยงานสารสนเทศของรัฐบาลจีนสั่งให้เว็บไซต์ซิน่าเหว่ยป๋อลบภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟคุนหมิงออกไป เนื่องจากเกรงจะก่อให้เกิดความแตกตื่นในสังคมและทำให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายฮึกเหิมได้ใจเมื่อเห็นผลงานของพวกพ้องตัวเอง

ขณะที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แถลงประณามกลุ่มก่อเหตุพร้อมระบุว่าการทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ ทั้งยังประกาศว่าจะนำกลุ่มก่อเหตุมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด พร้อมออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายทุกรูปแบบในการต่อสู้และกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย โดยระบุว่าเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศหลังกลุ่มก่อเหตุยกระดับความเคลื่อนไหวอย่างเหิมเกริมขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ด้านนักวิเคราะห์ในต่างประเทศระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นการก่อเหตุร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปีของจีน ทั้งยังเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนถึงกำหนดประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนในวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งเป็นการประชุมครั้งใหญ่ประจำปี 2557 ที่คณะกรรมการกลางบริหารพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) พร้อมด้วยสมาชิกจากทั่วประเทศจะเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมหน้า ทั้งยังเป็นการก่อเหตุครั้งแรกในเมืองคุนหมิง  เมืองเอกของมณฑลยูนนาน ซึ่งอยู่ห่างจากมณฑลซินเจียงกว่า 1,600 กม.

ทั้งนี้ หน่วยงานปกครองท้องถิ่นในมณฑลซินเจียงได้เสนอร่างกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายเพื่อนำมาบังคับใช้ในมณฑลซินเจียงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกลุ่มชาวมุสลิมอุยเกอร์ก่อเหตุจลาจลและชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง รวมถึงกรณีที่มีผู้ก่อเหตุขับรถยนต์บรรจุระเบิด (คาร์บอมบ์) พุ่งชนกำแพงหน้าพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อเดือน ต.ค.2556 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ก่อเหตุ 3 ราย

3 มี.ค. 2557 06:05 3 มี.ค. 2557 06:05 ไทยรัฐ