วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ละลายโค้งบนสะเมิงกับ TOYOTA NEW ALTIS ESPORT (ตอนที่2)

แอร์โรพาร์ทใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ ยางสปอร์ต และช่วงล่างหนึบๆ ทดสอบ Altis Esport ตอนที่สองบนเส้นทางแม่ริม-สะเมิง....

เครื่องยนต์ แถวเรียงสี่สูบ Dual VVT-i ใช้ระบบแปรผันวาล์วทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) เป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่แบบเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป ปริมาตรความจุ 1,798 ซีซี รหัส 2-ZR FBE จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแบบไฟฟ้า EFI สร้างแรงม้าสูงสุดได้ที่ 104 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 177 นิวตันเมตรหรือ 18.0 กิโลกรัมเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที เครื่ิองยนต์มีการออกแบบห้องเผาไหม้ใหม่ทั้งหมดรองรับระบบ Dual VVT-i เพื่อทำให้การตอบสนองในขณะทำงานเต็มกำลังมีย่านของแรงบิดดีขึ้นและประหยัด เชื้อเพลิง ในขั้นตอนของการพัฒนาเครื่ิองยนต์ตัวนี้ วิศวกรของ Toyota ได้ทำการทดสอบทั้งการวิ่งใช้งานบนทางตรงหรือขับขึ้นสู่ทางที่มีโค้งคดเคี้ยว ขึ้น-ลงเขา เพื่อหาค่าที่ดีที่สุดในย่านของกำลังและอัตราความประหยัดเชื้อเพลิงรวมถึง ค่าของการปล่อยมลพิษ แครงชาร์ปมีการออกแบบจุดเยื้องศูนย์ใหม่วาล์ว ไอดีแบบล็อกเกอร์อาร์มพร้อมตัวปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติแบบไฮดรอลิก กำลัง 104 กิโลวัตต์ออกมาในรูปกราฟแรงบิดที่ค่อยๆ ทะยานขึ้นด้านบน แรงบิด 177 นิวตันเมตรที่ Toyota เคลมว่าเหนือกว่ารถยนต์เครื่องยนต์ NA (ไม่มีระบบอัดอากาศ) ขนาด 1.8 ลิตรในตลาดรถเล็กของประเทศไทย เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรรหัส 2-ZR FBE ยังสามารถรองรับเชื้อเพลิงทางเลือกแบบ E85 ซึ่งเข้ามาช่วยในด้านความประหยัดจากราคาต่อลิตรของเชื้อเพลิง E85 ที่ถูกกว่าเชื้อเพลิงเบนซินชนิดอื่นๆ


ทุกๆ ชิ้นส่วนที่สัมผัสกับน้ำมันหล่อลื่น เช่น ลูกสูบ แหวนลูกสูบ กระบบอกสูบ วาล์ว และบ่าวาล์ว ออกแบบใหม่หมด วาล์วในระบบ Dual VVT-i นำหลักแนวคิดมาจากเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงที่วางอยู่ในรถยนต์ Lexus ระบบ Dual VVT-i ยังลดการคาดเคลื่อนของระยะวาล์วจากการอายุทำงานของเครื่องยนต์ในระยะเวลานาน หลายปี วิศวกรของ Toyota ใช้วาล์วที่มีตัวปรับตั้งแบบไฮดรอลิกเข้ามาช่วยให้ระยะของวาล์วมีค่าที่ คงที่ตลอดอายุของการใช้งาน ระบบความคุมชุดวาล์วแปรผัน VVT-i ใช้สปีดเซ็นเซอร์หรือเซ็นเซอร์ของเพลาลูกเบี้ยวแบบ MRE หรือแบบแม่เหล็กไฟฟ้า รับสัญญาณแบบดิจิตอลช่วยให้รอบเครื่อยนต์ต่ำๆ ลดค่าความเพี้ยนและช่วยให้ เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น วาล์วควบคุมแรงดันน้ำมันเครื่องสามารถส่งน้ำมันเครื่องเข้ามาที่ชิ้นส่วน เคลื่อนไหวได้ตามความต้องการของเครื่องยนต์ เซ็นเซอร์ของอุณหภูมิน้ำ เพลาข้อเหวี่ยง เพลาลูกเบี้ยวรับสัญญาณโดยตรงผ่านไปยัง ECM รวมถึงมาตรวัดการไหลของอากาศและตำแหน่งของคันเร่งไฟฟ้าเพื่อควบคุมการทำงาน ให้มีความสัมพันธ์กันเพื่อทำให้เครื่องยนต์คายประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมา ขณะขับใช้งาน ระบบควบคุมการระบายความร้อนผ่าน ECU เพื่อควบคุมอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ให้มีความคงที่ พัดลมไฟฟ้าสามารถเร่งสปีดตัวเองเมื่อ ECU ตรวจพบว่าอุณหภูมิของเครื่องยนต์กำลังสูงขึ้นจากการเร่งรอบ หรือลดความเร็วของพัดลมไฟฟ้าเมื่อ ECU ตรวจพบว่าอุณหภูมิของเครื่องยนต์เริ่มเย็นตัวลงและอยู่ในค่าที่ตั้งไว้


ระบบท่อไอดีประจุอากาศแบบแปรผัน ACIS ใช้ท่อร่วมไอดีแบบพลาสติกที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าท่อร่วมแบบอะลูมินั่มอัลลอย พลาสติกชนิดพิเศษเนื่องจากค่าการคายความร้อนดีกว่าท่อร่วมไอดีอัลลอยซึ่งมี ค่าของการแพร่ความร้อนสูงกว่า การแพร่ความร้อนในท่อไอดีส่งผลไปถึงความหนาแน่นของอากาศที่จะถูกประจุอัดลดลง ส่งผลไปถึงการจุดระเบิดหรือการเผาไหม้ที่ไม่ดีนักต่อเครื่องยนต์ ท่อร่วมไอดีแบบพลาสติกของ New Altis Esport ทำให้อากาศมีความหนาแน่นและช่วยให้การจุดระเบิดมีความสมบูรณ์ นอกจากระบบท่อไอดีแบบพลาสติกที่ีช่วยให้อากาศมีความหนาแน่นไม่ร้อนจนเกินไปแล้ว ท่อร่วมไอดีแบบแปรผันยังมีการปรับให้ท่อทางเดินภายในหรือผนังของตัวท่อขณะใช้รอบเครื่องปานกลางให้เกิดการหมุนวนของอากาศเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจุด ระเบิดในครั้งต่อไป เมื่อรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น ระบบประจุอากาศแบบแปรผัน ACIS จะใช้วาล์วเปิด-ปิดทำการควบคุมปริมาณของอากาศทำให้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ตัวนี้ดีขึ้นทันตาเห็น โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 15.57 กิโลเมตรต่อลิตร (ทดสอบด้วยเชื้อเพลิงเบนซินโซฮอล์ 95)


ระบบส่ง กำลังแบบ Super CVT-i เป็นระบบส่งกำลังแบบลูกรอกสายพานที่สามารถแปรผันอัตราทดได้ 7 สปีด เกียร์ CVT ที่สามารถซ่อมได้เป็นครั้งแรกของ Toyota อัตราทดแปรผันสั่งงานได้ที่แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift ส่วนคันเกียร์มีการเข้าเกียร์ในแบบเกตไทป์เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนของ ตำแหน่งเกียร์ขณะที่ผู้ขับขี่ผลักคันเกียร์เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งเดินหน้าหรือ ถอยหลัง เกียร์ CVT-i ยังมียังมีรูปแบบการเข้าเกียร์ทั้งแบบออโตและแบบแมนนวลด้วยการโยกคันเกียร์ ไปที่ตำแหน่ง D หรือ+/- เพื่อเพิ่มเติมความสะดวกในการใช้งานยังมีแป้น Paddle หลังวงพวงมาลัยสำหรับใช้เปลี่ยนอัตราทดอีกด้วยทั้งๆ ที่เป็นเกียร์ CVT-i ระบบส่งกำลังของ Esport พัฒนาขึ้นโดยใช้ข้อมูลในอดีตมาปรับแก้ให้ส่งถ่ายอัตราทดได้ดีขึ้นและครอบคลุมในทุกๆ ย่านของกำลังแรงบิด แก้ปัญหาในด้านของความคงทนโดยการเปลี่ยนรูปแบบของพูเลย์ใหม่ พัฒนาด้านวัสดุของตัวพูเลย์สายพานให้มีความคงทนสูง ในแง่มุมของการใช้งานตามปกติ แทบจะไม่มีการเสียหายเกิดขึ้นกับเกียร์แบบ CVT-i ระยะการเปลี่ยนของเหลวหล่อลื่นแบบตลอดอายุการใช้งานมีการตรวจของเหลวน้ำมันไฮดรอลิกเกียร์ที่ระยะ 40,000 กิโลเมตร จุดเด่นของเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT-i ของ Toyota ให้อารมณ์การขับที่สนุกสนานสองรูปแบบทั้งออโตและแมนนวลด้วยการออกแบบอัตราทด ที่มีความเหมาะสมกับระดับของพลังงานในรูปแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ เมื่อทอร์คสูงขึ้นอัตราทดจะต่ำ รอบเครื่องจะขึ้นและลงแบบกราฟด้วยการรักษาแรงบิดในรอบนั้นๆ ให้มีความต่อเนื่อง สิ่งที่ได้คือความสนุกในการรับรู้การส่งถ่ายแรงบิดจากเกียร์ CVT-i เสียงจากการทำงานของเกียร์ Toyota CVT-i ลดลง ระยะเวลาของการเปลี่ยนเกียร์สั้นลง จากแรงบิดของเครื่องยนต์และอัตราทดในคาบนั้นๆ มีความสัมพันธ์สูงสุดด้วยการ ควบคุมของ ECU เกียร์และเครื่องยนต์ ส่วนพวงมาลัยของ Altis Esport แม้จะมีปุ่มควบคุมแค่เครื่องเสียง แต่ทรงของพวงมาลัยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถ Lexus โดยเชื่อมโยงกับรูปแบบ Fun To Drive ของประธานโตโยดะที่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกขณะขับขี่ในรูปแบบสปอร์ต พวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังแท้ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ปรับจูนมาจากโรงงานให้ส่งความรู้สึกเชื่อมโยงการบังคับที่ดี


ระบบห้ามล้อหรือระบบเบรกใน Altis Esport วางกลไกของระบบเบรกโดยใช้ดิสเบรกทั้งสี่ล้อ ขั้นตอนของการพัฒนาเพื่อลดระยะของการเบรกและเพิ่มประสิทธิภาพในขณะเบรกด้วย ชุดเสริมแรงเบรก ระยะเบรกในรถ Altis รุ่นที่แล้วจาก 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 50.93 เมตร มาถึงตัวล่าสุดกับการปรับปรุงชุดเบรกใหม่ทำให้ระยะ 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหลือ 43.10 เมตร เทียบกับคู่แข่งแล้วระบบเบรกที่ประกอบไปด้วยตัวช่วยอันหลากหลาย เช่น ABS / EBD / BA โดยเฉพาะ EBD มีการเฉลี่ยแรงดันของน้ำมันเบรกไปยังคาร์ลิปเปอร์แบบเท่าๆ กันทำให้แรงเบรก ถูกกระจายไปยังล้อทั้งสี่อย่างทั่วถึง ตามมาด้วยความเสถียรขณะเบรกที่ย่านความเร็วสูงและมีระยะเบรกที่สั้นลง


หลังจากขับทดสอบ New Altis 1.8V ไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ล่าสุด ประพันธ์ จันทร์วัฒนพงษ์ ผู้อำนวยการแผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท Toyota Motor Thailand Co,ltd. เชิญสื่อมวลชสายยานยนต์เหินฟ้าขึ้นไปยังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อลงทดสอบ New Corolla Altis Esport ยนตรกรรมซีดานมาดสปอร์ตของค่ายสามห่วง เป็นการเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือครั้งแรกของปีเพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ในรูปลักษณ์ สปอร์ตซีดานของค่ายสามห่วง หลังจากฟัง อาจารย์มนัส วิศวกรของ บริษัท Toyota Motor Thailand Co,ltd. อธิบายถึงรายละเอียดของตัวรถที่มีเพิ่มเติมเข้ามามากกว่ารุ่นมาตรฐาน ทางทีมพีอาร์ของบริษัท Toyota Motor แจงถึงเส้นทางที่จะใช้ขับทดสอบในวันนี้ มันคือทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1096 สะเมิง-หางดง ที่อุดมไปด้วยโค้งปราบเซียนบวกความยากของการบังคับควบคุมบนทางลาดยางแบบสอง เลนสวนกัน อาจารย์มนัสพยายามเน้นถึงช่วงล่างของ Esport ที่แตกต่างจาก Altis รุ่นมาตรฐาน รวมถึงยาง Michelin pilot sport 3 ซึ่งเป็นยางประสิทธิภาพเหนือจากยุโรปที่รถแรงๆ นิยมเอามาใส่เพื่อเพิ่มเติม ความมั่นใจในกริ้บของการยึดเกาะ เป็นยางที่อาจารย์มนัสแจ้งว่าเหมาะสมกับช่วงล่างในรุ่น Esport และช่วยเสริมการทำงานของช่วงล่างให้ดีขึ้น


ผมขับ Esport ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่โดยขับตามรถนำมุ่งหน้าสู่โค้ง 7 พับบนเส้นสะเมิง นอกเหนือไปจากชุดแต่งเสริมหล่อกับช่วงล่างและยางสปอร์ตแล้ว การขับขี่ควบคุมที่ความเร็วต่ำในตัวเมืองเชียงใหม่แทบจะไม่มีความแตกต่างกับ การทดสอบ New Altis รุ่นสูงสุดซึ่งขับทดสอบกันไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่พัทยา เบาะหุ้มหนังแท้นั่งได้สบายตัวแต่ต้องใช้มือปรับ ย่านความเร็วต่ำในเมือง พวงมาลัยที่เบามือทำให้การเปลี่ยนช่องทางค่อนข้างง่าย เกียร์ Super CVT-i หรือ Toyota CVT ไหลขึ้นลงไปตามความเร็วโดยไร้รอยต่อ มันเรียบเนียนโดยมีเพียงเข็มวัดรอบเครื่องเท่านั้นที่ขึ้นลงไปตามจังหวะของ เท้าที่กดคันเร่ง ลิ้นปีกผีเสื้อของเครื่องยนต์รหัส 2-ZR FBE ทำงานโดยใช้เซ็นเซอร์ที่แป้นคันเร่งคอยตรวจจับองศาของการกด ระบบจ่ายเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ EFI ซึ่งเป็นหัวฉีดไฟฟ้าทำงานได้อย่างแม่นยำ ออกพ้นตัวเมืองมาได้ไม่ไกล ผมเริิ่มใช้ความเร็วมากขึ้นเนื่องจากความโล่งของเส้นทาง ถนนที่แยกจากเส้นหลักแม่ริมไปยังทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1096 ทางที่มีความคดเคี้ยวและชันจะเริ่มตั้งน้ำตกแม่สาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 6 ยาวต่อเนื่องไปอีก 35 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางแบบสองเลนสวนกันที่ทีมพีอาร์ของ Toyota Motor Thailand ใช้ทดสอบช่วงล่างที่ปรับตั้งใหม่หมดของเจ้า Altis Esport


งานวิศวกรรมพื้นๆ ที่ไม่สลับซับซ้อนของช่วงล่างเจ้า Esport ประสานการทำงานกับพวงมาลัยไฟฟ้าและยาง Michelin pilot sport 3 ผ่านตัวกลาง นั่นก็คือเกียร์ Toyota CVT เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น พวงมาลัยของ Altis Esport มีการหน่วงตัวเองให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นนิดหน่อยแต่ยังคงหมุนสาวได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเดิม แม้จะไม่หนักแน่นเท่ากับระบบบังคับเลี้ยวของรถที่มีค่าตัวแพงกว่า แต่พวงมาลัยของ Esport ให้อารมณ์ความรู้สึกในการควบคุมไม่แตกต่างไปจากรุ่นปกติและสร้างความมั่นใจ ในระดับที่ดี วิศวกรที่รับดูแลปรับตั้งช่วงล่างของรถคันนี้มีงานทำล้นมือในช่วงของการ พัฒนาก่อนที่จะผลิตออกขาย ทางที่เต็มไปด้วยโค้งขึ้น-ลงเนินเขาโหดๆ แบบนี้ หากไม่แน่จริง Toyota คงไม่พาสื่อมวลชนขึ้นมาขับทดสอบกันบนสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ผมขับทิ้งระยะห่างจากรถคันนำเพื่อความปลอดภัย พื้นที่สำหรับการเบรกหรือแก้ไขสถานการณ์ที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้คุณขับรถได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นหากไม่ขับแบบจี้ติดท้ายรถคันข้างหน้า แม้จะเป็นเกียร์ CVT ที่ลอกเลียนแบบอัตราทดของเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์แต่ก็ถือว่า สอบผ่าน ผมผลักคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง M เพื่อทำการปรับอัตราทดด้วยตัวเองเมื่อต้องขับขึ้น-ลงเขาและใช้ความเร็วสูง กว่าปกติสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพ ความเร็วนั้นทำให้สนุกแต่ก็มีอันตรายแอบแฝงอยู่โดยเฉพาะทางแบบนี้ที่อาจ ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงหากไม่ระมัดระวังให้ดี มันจะเกิดขึ้นภายในเศษเสี้ยวของวินาทีและมีควบเวลาให้คุณตัดสินใจแก้ใขเพียง แค่แวบเดียวเท่านั้น การใช้ความเร็วบนเส้นทางภูเขาจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มความ ระมัดระวังมากกว่าการขับบนทางราบ


ค่า K ของสปริงใน Altis รุ่นสปอร์ตถูกปรับเซ็ตให้แข็งขึ้นอีก 6% บวกกริ้บแจ่มๆของยาง Pilot sport 3 ทำให้การควบคุมดีขึ้นทันตาเห็นเมื่อขับอยู่บนภูเขา ปีกนกที่โดนยืดความยาวออกไปอีกเล็กน้อยส่งถ่ายความหนึบแน่นเมื่อช่วงล่าง ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัททำงาน ทอร์ชั่นบีมที่ด้านหลังสอดรับเป็นอย่างดีหากคุณไม่คิดทำอะไรบ้าๆ บนที่สูงแบบ นี้ ไซส์ยาง 215/45R17 เหมาะสมกับแรงบิด 18.05 กิโลกรัมเมตร ทำให้การควบคุมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี Paddle Shift หรือแป้นเปลี่ยนเกียร์ใช้งานได้จริงและมีการรีเลย์เพียงเล็กน้อย การตอบสนองต่อการกดเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงไปตามสภาพของเส้นทางจะทำให้คุณแปลกใจ เมื่อลดตำแหน่งเกียร์เพื่อหักพวงมาลัยเข้าสู่โค้งแคบๆ เกียร์ที่มีระบบป้องกันการทำงานโดยคำนวณความเหมาะสมของรอบเครื่องยนต์ให้ สัมพันธ์ไปกับความเร็วผ่านสมองกลไฟฟ้าหรือ ECU ช่วยทำให้อายุการใช้งานของเกียร์ยาวนานมากขึ้น อารมณ์ของการเปลี่ยนอัตราทดแม้จะไม่ชัดเจนแจ่มแจ้งเหมือนกับเกียร์อัตโนมัต แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์แต่ก็ถือว่า Toyota ทำออกมาได้ดีและใกล้เคียงมากในด้านความรู้สึกและสภาพการใช้งานจริง คุณสามารถลดเกียร์ได้ถึง 2 ตำแหน่งหากรอบเครื่องยนต์และความเร็วไม่มากจนเกินไป สภาพทางบนเส้นสะเมิงขึ้นตรงต่อการตัดสินใจด้วยตัวของคุณเองผ่านการกลั่นกรอง ที่ต้องใช้ความระวังเป็นพิเศษ รถทดสอบ Altis Esport ทั้ง 8 คันวิ่งลัดเลาะไล่ตามกันอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่เต็มไป ด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่แถบภาคเหนือ สมดุลของช่วงล่างแม้จะไม่หนึบแน่นเท่ากับรถยุโรปราคาหลายล้านแต่ก็ทำให้ผม อยู่รอดปลอดภัยบนเส้นทางที่มีความยากในระดับที่พร้อมจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทันทีที่เผลอหรือประมาท


Altis รุ่นสปอร์ตมีความพิเศษอยู่ที่ช่วงล่าง ยางและชุดแอร์โรพาร์ท ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ทำให้การขับขี่ควบคุมออกมาในแนวเร้าใจเล็กๆ เครื่องยนต์ 2ZZ-FBE ไม่ใช่เครื่องยนต์รอบจัดแต่มีระบบวาล์วแปรผันที่ทำให้ใช้งานได้ดี กลไก Dual VVT-i แปรผันทั้งวาล์วไอดีและไอเสียทำให้การเผาไหม้หมดจด เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังมีความแน่นอนและมีจังหวะการทำงานสอดคล้องกัน ช่วงล่างหนึบขึ้นจากการปรับปรุงค่า K ของสปริงใหม่หมดกับกริ้บแจ่มๆของยาง Pilot sport 3 ซึ่งเป็นยางสปอร์ตราคาแพงที่ Toyota ใส่มาให้จากโรงงาน ระบบช่วยทรงตัวไม่มีให้ หากอยากได้คงต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อมองไปที่ Altis รุ่นที่แพงกว่านี้ ณ จุดพักรถเปลี่ยนคนขับบนร้านกาแฟดอยช้างเมื่อรถทดสอบทั้ง 8 คันแวะพักดื่มน้ำก่อนจะขับลงจากสะเมิงในช่วงกลับ ผมนั่งคิดถึงความพยายามของทีมวิศวกร Toyota กับขั้นตอนในการขับทดสอบบนเส้นทางภูเขา ทั้งที่สะเมิง อินทนนท์ เขาใหญ่ฯเพื่อปรับแต่งความรู้สึกของพวงมาลัยกับช่วงล่าง รวมถึงสภาพการควบคุมให้มีความแม่นยำและตอบสนองต่อทุกเส้นทางก่อนที่จะผลิต ออกขาย พัฒนาการที่ดีขึ้นของ Corolla Altis 1.8 Esport ผ่านการทดสอบบนสะเมิงไปได้แบบชิลๆ ไดนามิกของตัวรถดีขึ้นและช่วยทำให้มันควบคุมได้ง่าย ราคา 8.9 แสนบาทขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้วยตัวของคุณเอง ราคาเฉียดหนึ่งล้านบาทของรถคันนี้จะคุ้มหรือไม่ตัวคุณเองเท่านั้นที่จะ สามารถตอบได้ รถ Altis Esport วิ่งได้ดีและนั่งได้สบายก้นบนอารมณ์แบบสปอร์ตที่ Toyota ใช้ความพยายามในการพัฒนาเพื่อความแตกต่าง แนวคิด Fun to Drive ส่งผลไปถึงรถซีดานยอดนิยมรุ่นนี้และทำให้มันขับได้ดีกว่า Altis 1.8 ทุกรุ่นที่ผมเคยขับ เทคโนโลยีของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่คำนึงถึงความประหยัด อุปกรณ์มีให้เท่าที่จำเป็นไม่รกรุงรังมากจนเกินไปทำให้ค่าตัวไม่แรงมากนัก รวมถึงสภาพการควบคุมที่ส่งถ่ายอารมณ์สนุกจะทำให้ยอดขายของ Corolla กลับมาครองแชมป์ซีดานมหานิยมอีกครั้งอย่างแน่นอน.

TOYOTA ALTIS 1.8 ESPORT SPECIFICATIONS
แบบ...................................................ซีดาน 4 ประตู
ผู้ผลิต.................................................Toyota Motor
เครื่องยนต์..........................................2ZR-FBE 4 สูบแถวเรียงเบนซิน DOHC Dual VVT-i
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ................1,798 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก.........................80.5 มิลลิเมตร x 88.3 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...............................10.0:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง................................หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI
เชื้อเพลิง...............................................เบนซิน E85
แรงม้าสูงสุด.........................................104 กิโลวัตต์ 141 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.........................................177 นิวตันเมตร 18.05 กิโลกรัม/เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง........................................เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i แบบแปรผัน คันเกียร์ Gate Type พร้อม Paddle Shift
อัตราทด................................................เกียร์ 1 3.538
..............................................................เกียร์ 2 1.913
..............................................................เกียร์ 3 1.310
..............................................................เกียร์ 4 0.971
..............................................................เกียร์ 5 0.818
..............................................................เกียร์ 6 0.700
เกียร์ถอย...............................................2.604-1.690
ระบบรองรับ
ด้านหน้า.................................................แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพพร้อมเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง.................................................ทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง
ล้อและยาง..............................................อัลลอยลายสปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ยาง Michelin pilot sport 3 215/45R17
ระบบบังคับเลี้ยว....................................พวงมาลัยไฟฟ้า EPS
รัสมีวงเลี้ยวแคบสุด................................5.4 เมตร

ชุดไฟหน้า..............................................LED Projector ปรับระดับอัตโนมัติ
โคมไฟหรี่กลางวันแบบ LED Daytime Runing
ระบบควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
มาตรวัดแบบสปอร์ต
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID
มาตรวัดเรืองแสงในโหมดการขับขี่แบบประหยัด
กุญแจรีโมต
ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
ไฟส่องสว่างบริเวณที่เก็บของด้านผู้โดยสาร
กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อน
ระบบเซ็นทรัลล็อก

โครงสร้างนิรภัย GOA
ระบบเบรก ABS + EBDS + ชุดเสริมแรงเบรก BA
เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
ถุงลมผู้โดยสารตอนหน้าและผู้ขับ SRS Airbags
เบาะนั่งแบบ WIL
กระจกบังลมด้านหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัย
สปอยเลอร์แบบครีบรีดอากาศบนฝากระโปรงหลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม LED
ระบบไล่ฝ้าที่กระจกบานหลัง
ระบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer
ระบบสัญญาณแจ้งเตือนการโจรกรรม TDS

มิติตัวถัง
ความกว้าง...........................................1,775 มิลลิเมตร
ความยาว.............................................4,620 มิลลิเมตร
ความสูง................................................1,455 มิลลิเมตร
ความยาวช่วงล้อ...................................2,700 มิลลิเมตร
ความยาวช่วงล้อหน้า-หลัง.....................1,515 / 1,520 มิลลิเมตร
ระดับต่ำสุดจากพื้น................................130 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง.................................55 ลิตร
น้ำหนัก...................................................1,275 กิโลกรัม
ราคา......................................................899,000 บาท

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

แอร์โรพาร์ทใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ ยางสปอร์ต และช่วงล่างหนึบๆ ทดสอบ Altis Esport ตอนที่สองบนเส้นทางแม่ริม-สะเมิง.... 2 มี.ค. 2557 16:11 3 มี.ค. 2557 17:30 ไทยรัฐ