วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดึงต่างชาติมาช่วยแก้ขัดแย้ง

วันนี้ “ไทยถึงทางตัน” เพราะ “คนไทยพูดคุยกันเองไม่ได้” ผมจึงเห็นด้วยกับ “กลุ่มเครือข่ายปฏิรูป” หรือ Reform Now Network ที่เชิญ “กูรูต่างชาติ” มาร่วมหาทางออกให้ประเทศไทย และ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่จะเชิญ บัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติมาเป็นคนกลาง

ลำพัง กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คงจะเจรจากันไม่ได้ แค่เริ่มต้นก็หันหน้าเดินไปคนละทางเสียแล้ว “กูรูต่างชาติ” ที่น่าสนใจที่สุดคนหนึ่งที่ กลุ่มเครือข่ายปฏิรูป  เชิญมาร่วมเสวนา “เรียนรู้ประสบการณ์ บทเรียนกระบวนการปฏิรูปของต่างประเทศ”  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ อดัม คาเฮน  นักออกแบบกระบวนการจัดการแก้ปัญหาสังคมที่เคยมีผลงานโด่งดังในการ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนผิวสีในประเทศแอฟริกาใต้ ยุค เนลสัน แมนเดลา  สำเร็จมาแล้ว ซึ่งผมเคยเขียนถึงในคอลัมน์นี้เมื่อนานมาแล้ว

อดัม คาเฮน ไม่ใช่เพิ่งมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ความขัดแย้งในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงปี 2553 และ อดัม ได้พยายามเสนอ ภาพอนาคตของประเทศไทยที่อยากเห็น ว่า เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน ในช่วงนั้นด้วย

ผมเคยเขียนเสนอไปเมื่อเดือนที่แล้วว่า “ให้เดินหน้าปฏิรูปประเทศทันทีโดยไม่ต้องรอคู่ขัดแย้ง” การมาไทยครั้งนี้ อดัม ก็เสนอแนวทางนี้เช่นกันว่า “ต้องปฏิรูปทันทีไม่ต้องรอความขัดแย้งจบ” เขามองว่าปัญหาของไทยลงลึกค่อนข้างมาก เป็นความขัดแย้งที่บีบให้ผู้คนในสังคมต้องเลือกข้างอย่างชัดเจนเท่านั้น แต่จากประสบการณ์เขายืนยันว่า สามารถหาทางออกได้ไม่ยากเย็น

อดัม บอกว่า บนสถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรง มีเพียง “สู้” กับ “การเจรจา” เท่านั้นที่เป็นทางออก แต่สำหรับ ประเทศไทย เขาเชื่อว่า จะจบลงด้วยการเจรจามากกว่า  เพราะมีความพยายามที่จะดึงสองขั้วขัดแย้งมาพูดจากัน ที่ผ่านมาเขาคิดว่าผู้เล่นสองฝ่ายต้องการเพียงเอาชนะซึ่งกันและกันแต่ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถชนะได้อย่างแท้จริง

รูปแบบการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง อดัม บอกว่า ไม่ควรมีการเจรจาอย่างเปิดเผย (อย่างที่ กำนันสุเทพ ต้องการให้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และ นายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องการให้มีคนหลายฝ่ายร่วมเจรจา) เขาเคยร่วมวงเจรจาที่มีการถ่ายทอดวิทยุให้ประชาชนทั่วไปรับฟังมาแล้ว ผลที่ออกมาไม่ใช่เรื่องดีนัก

อดัม ยกตัวอย่างประสบการณ์ 15 ปีที่ เวเนซุเอลา ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งเหมือนไทย พบว่า การเอาชนะศัตรูได้ ไม่ได้เป็นแนวทางที่ชนะอย่างแท้จริง และไม่ว่าชนะหรือไม่ก็ไม่ใช่ทางเลือก  การชนะอาจฟังดูดี เป็นวีรบุรุษ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง วิธีแก้ปัญหาได้จริงคือการเจรจาให้บรรลุผล และประสบความสำเร็จจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ต้องคิดอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยการบังคับหรือใช้วิธีแก้ไขแบบเดิมๆอีกต่อไป

อดัม บอกว่า จากประสบการณ์ที่ทำมาหลายประเทศได้พิสูจน์แล้วว่า การปฏิรูปโครงสร้างบนสถานการณ์ขัดแย้งสูงและมีความซับซ้อน สามารถเกิดขึ้นได้จริง  แต่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า การปฏิรูปแบบนี้ต้องใช้ความอดทนสูง และไม่มีทางลัด ไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์นิ่ง เพราะมันสามารถเริ่มได้ทันทีตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย

ผมเคยเสนอแนวทางนี้มาแล้ว จึงเห็นด้วยกับ อดัม คาเฮน อย่างเต็มที่ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองไทย ที่สองฝ่ายถูกล้างสมองจนหยั่งรากลึกลงไปทุกวัน ต้องแก้ไขทันที ไม่ต้องรอความขัดแย้งจบ ไม่ต้องรอผู้ชนะ หรือรอจังหวะที่เหมาะสมใดๆ แต่ต้องทำทันทีบนความขัดแย้งที่มีอยู่ เพื่อปฏิรูปไปสู่การไม่ขัดแย้ง

การแก้ไขความขัดแย้งผิวสีในแอฟริกาใต้ อดัม  ได้เสนอทางออกไว้ 4 รูปแบบ คือ นกกระจอกเทศมุดหัว เป็ดง่อย อิคารัส และ นกฟลามิงโกโบยบิย ที่ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน จัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ แก้คอร์รัปชัน ฯลฯ ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะต้องเลือก “นกฟลามิงโกที่โบยบิน” เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองอย่างถาวร.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

2 มี.ค. 2557 08:59 ไทยรัฐ