วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขู่เล่นงานแบ็กกวป. 'วิชา'เดือดจัด

ซัดคนรัฐบาลบงการกกต.เชิญไปใช้สิทธิ

กกต.เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกรอบ ชี้ขาดอำนาจใครออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ระบุเป็นความขัดแย้งองค์กรระหว่าง กกต.กับรัฐบาล สั่งเดินหน้าจัดเลือกตั้ง 5 จังหวัด 2 มี.ค. พร้อมรณรงค์ประชาชนมาใช้สิทธิ “ยรรยง” ลุยตรวจข้าวนนทบุรีพอใจอยู่ครบ คุณภาพดี เผยรัฐบาลกำลังเร่งระบายข้าวหาเงินจ่ายชาวนา พท.วอนชาวนาเห็นใจ อย่าใจร้อนฟ้องศาล ย้ำ “ยิ่งลักษณ์” ไม่เกี่ยวโกงข้าว เป็นแค่ผู้กำกับนโยบาย พร้อมยกประเด็นโปรดเกล้าฯข่ม ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจสอบสวนนายกฯ “วิชา” ฉุน กวป.ตามราวี ขู่เล่นงานคนในรัฐบาลชักใยบงการ โยงถึงใครจะฟันให้หมด ขณะที่ กกต.เผยสัปดาห์หน้ารู้ผลอนุมัติงบกลาง 2 หมื่นล้าน ด้าน ปชป.อัดขบวนการโกงกลางน้ำ ทำกันเป็นแก๊ง จี้ตระกูลชินวัตรแสดงความจริงใจควักเงินช่วยชาวนา

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาจนวันนี้ยังไม่สะเด็ดน้ำ ยังถกเถียงถึงความเป็นไปได้ในการออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเพิ่มเติมในเขตที่มีปัญหา และเป็นอำนาจของใคร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกครั้ง อย่างไรก็ตามยังเดินหน้าจัดเลือกตั้งวันที่ 2 มี.ค.ใน 5 จังหวัดที่สามารถดำเนินการได้

กกต.เตรียมยื่นศาล รธน.ปม พ.ร.ฎ.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 มี.ค. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวในรายการ กกต.พบประชาชน ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ว่า จากการทำงานที่ผ่านมากว่า 3 เดือน เรื่องที่พบว่ายากคือปัญหา 28 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัคร แต่ถูกขวางจนสมัครไม่ได้ กกต.มีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาลในเรื่องออกพ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ว่าเป็นอำนาจขององค์กรใดในการออก พ.ร.ฎ.ดังกล่าว ดังนั้นเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กร ในวันที่ 3 มี.ค. กกต.จะพิจารณาร่างคำร้องที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกครั้ง ยืนยันว่า  กกต.ไม่ได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเลือกตั้งกล่าวหา แต่มีเหตุปัจจัยภายนอกที่ 28 เขตเลือกตั้งไม่ได้ เพราะมีผู้ชุมนุมมาขัดขวาง อย่างไรก็ตาม กกต.ได้ให้ ผอ.เลือกตั้งประจำเขต ในแต่ละจังหวัดที่ถูกปิดล้อม ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เปิดเผยเพราะกลัวจะเป็นการเรียกแขก

สั่งเดินหน้าลุยจัดเลือกตั้ง 5 จว.

นายศุภชัยกล่าวถึงการลงคะแนนเลือกตั้งใน 5 จังหวัดในวันที่ 2 มี.ค. ว่า วันที่ 2 มี.ค. จะเป็นการลงคะแนนเสียงที่เลื่อนมาจากวันที่ 26 ม.ค. และวันที่ 2 ก.พ. ที่ไม่สามารถจัดให้มีการลงคะแนนได้ ดังนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) รวมทั้ง ผอ.เลือกตั้งประจำเขต ช่วยกันตั้งใจทำงาน ถ้าทำงานด้วยความสุจริตโปร่งใส ก็จะได้รับความคุ้มครอง ไม่ถูกฟ้องทั้งจากทางแพ่งและอาญา สำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถไปใช้สิทธิ ก็ควรที่จะไปใช้สิทธิเพื่อเป็นการรักษาสิทธิของตนเองเอาไว้

รณรงค์เชิญชวน ปชช.ใช้สิทธิ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ  กกต. กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งทดแทนในบางเขตที่ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ ในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้แก่ จ.เพชรบุรี เขต 3 ประกอบด้วย อ.บ้านแหลม อ.หนองหญ้าปล้อง และ อ.บ้านลาด รวมทั้งสิ้น 74 หน่วย จ.ระยอง เขต 1 ต.ตะพง อ.เมืองระยอง รวมทั้งสิ้น 19 หน่วย เขต 3 ประกอบด้วย อ.บ้านค่าย และ อ.วังจันทร์ รวมทั้งสิ้น 5 หน่วย และเขต 4 ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง รวมทั้งสิ้น 3 หน่วย ส่วน จ.เพชรบูรณ์ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เป็นการเลือกตั้งทดแทนนอกเขตเลือกตั้งจากการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งไว้แล้วไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน ทั้งในวันที่ 26 ม.ค.และ 2 ก.พ.ก็สามารถไปใช้สิทธิได้ทันที

ลุยลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้ง

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่หอประชุม อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 อ.หนองหญ้าปล้อง พร้อมแจกอุปกรณ์และบัตรเลือกตั้งทดแทนในวันที่ 2 มี.ค.จำนวน 32 หน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ 4 ตำบลคือ ต. หนองหญ้าปล้อง ต.ท่าตะคร้อ ต.ยางน้ำกลัดใต้ ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง มีนายมณเฑียร ทองนิตย์ ผวจ.เพชรบุรี ให้การต้อนรับ จากนั้นช่วงบ่ายได้ไปแจกอุปกรณ์และบัตรเลือกตั้งใน อ.บ้านแหลม อีก 41 หน่วย โดยนายสมชัยกล่าวว่า ในส่วนของ จ.เพชรบุรี ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง ตำรวจ และอีกหลายภาคส่วนเป็นอย่างดีเชื่อว่าน่าจะผ่านไปได้

“ยรรยง” ตรวจโกดังข้าวนนทบุรี

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ นำคณะที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบปริมาณข้าวและ คุณภาพของข้าวที่โรงสีขุนศรี เลขที่ 15 หมู่ 7 ต.ขุนศรี อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ของนายชาตรี สุขศิริ โดยตรวจที่โกดัง 1 และโกดัง 2 พบมีข้าว 32,000 ตัน ซึ่งมีข้าวอยู่ครบตามจำนวนที่แจ้งไว้ ขณะที่การตรวจสอบคุณภาพข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์พบว่ายังมีคุณภาพดีมาก เหมือนกับข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ นายยรรยงกล่าวว่า ขอแยกเป็น 3 เรื่อง คือ 1.ขณะนี้รัฐบาลเร่งระบายข้าวเพื่อเปิดประมูลเป็นการทั่วไป มุ่งที่จะให้ผู้ประกอบการทั่วไปเข้าร่วมประมูล 5 แสนตันทั่วประเทศในสัปดาห์หน้า 2.จะเปิดประมูลข้าวผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าอีกครั้งในวันที่ 12 มี.ค.นี้ และวันที่ 26 มี.ค.นี้ ซึ่งเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ขายข้าวไปได้ 1 ล้านตัน 3.คุณภาพข้าวที่ตรวจพบในโกดังแห่งนี้ ยืนยันว่าเป็นข้าวคุณภาพที่ดีทั้งหมด พร้อมที่จะระบายข้าวนำเงินมาจ่ายให้กับชาวนาต่อไป

“นพดล” ป้อง “ปู” ไม่เกี่ยวโกงจำนำข้าว

นายนพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า  มั่นใจว่านายกฯจะชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหา นายกฯเป็นผู้ดูแลระดับนโยบาย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) ไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ส่วนการปฏิบัตินั้นเป็นบุคคลและองค์กรอื่น ทั้งการรับจำนำ การบริหารโครงการ การระบายข้าว หากมีการทุจริตก็เป็นเรื่องที่บุคคลเกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเองเป็นรายๆไป เปรียบเหมือนนายอำเภอทุจริตซื้อเครื่องถ่ายเอกสาร จะมากล่าวหารัฐมนตรีมหาดไทยปล่อยปละละเลยไม่ได้ หวังว่า ป.ป.ช.จะให้ความเป็นธรรม ไม่มีการตั้งธงตามกระแสการเมือง

อ้อนชาวนาอย่าใจร้อนฟ้องศาล

นายนพดลกล่าวว่า ส่วนที่ชาวนายังไม่ได้รับค่าจำนำข้าวนั้น รู้สึกเห็นใจ รัฐบาลกำลังหาเงินมาจ่ายให้เร็วที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปฟ้องศาลแพ่ง หรือศาลปกครอง ที่ต้องใช้เวลานาน คิดว่ารัฐบาลจะหาเงินได้ก่อนคดีเสร็จ ขอให้ชาวนาอดทนอีกสักระยะ รัฐบาลไม่มีวันทอดทิ้งชาวนา ตนเห็นพนักงานรัฐวิสาหกิจและธนาคารบางแห่งแต่งชุดดำคัดค้านการปล่อยเงินกู้ หรือการไปซื้อพันธบัตรช่วยชาวนา แม้เข้าใจในวิธีคิดของคนชุดดำเหล่านี้ แต่ในฐานะลูกชาวนารู้สึกเจ็บปวดที่บอกว่าชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่กลับคัดค้านกรณีที่รัฐบาลหาเงินไปช่วยชาวนาที่เดือดร้อน ชาวนาต้องจำว่าในเวลาที่เดือดร้อนใครคือมิตรแท้ ใครคือมิตรเทียม สำหรับรัฐบาลนี้ชาวนาคือคนสำคัญเสมอ

ข่ม ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจสอบนายกฯ

นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานะทางกฎหมายของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้ มีกรรมการ ป.ป.ช.เพียง  2 คนเท่านั้นที่ได้รับการโปรดเกล้า ส่วนอีก 6 คนโดยเฉพาะนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. และนายวิชา มหาคุณ ที่เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนโครงการจำนำข้าวนั้น ไม่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง การอ้างว่า ป.ป.ช.ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร ถือเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่ต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนั้น กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนได้รับแต่งตั้งโดยประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 22 ก.ย.49 แต่ความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ได้สิ้นสุดแล้ว ทันทีที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2549 บังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.49 จึงสมควรหรือไม่ที่จะให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไม่มีพระบรมราชโอการแต่งตั้งมาไต่สวนถอดถอนและดำเนินคดีอาญานายกฯที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ทั้งที่องค์กรตรวจสอบทั้ง กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ ต่างได้รับพระบรมราชโอการแต่งตั้งทั้งสิ้น

“เรืองไกร” ตามแฉพิรุธคำร้องสอย “ปู”

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการประชาชนข่าวเช้า ทางสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดต ถึงกรณีที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อหานายกฯ คดีรับจำนำข้าวว่า ป.ป.ช.ทำในเรื่องที่ประชาชนรับไม่ได้ใช้เวลาเพียง 21 วันในการวินิจฉัย ขณะที่คำร้องของพรรคเพื่อไทย หรือภาค ประชาชนต่อคดีลักษณะเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยขยับ กรณีที่ ป.ป.ช.อ้างว่าคดีนี้ทำมาแล้วเป็นปีนั้นไม่จริง เพราะหลักฐานปรากฏชัดว่าเมื่อรับคำร้องแล้วกรรมการ ป.ป.ช.คณะใหญ่ก็ไม่ได้สอบสวนเอง มอบอำนาจให้คณะเลขาฯที่แต่งตั้งขึ้นทำหน้าที่ แถมยังให้มีอำนาจไต่สวน นอกจากนี้ รายชื่อ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่แนบท้ายคำร้องก็มีข้อน่าสงสัย มีผู้ที่ลาออกจากการเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นแกนนำ กปปส.แล้ว แต่ยังมีรายชื่ออยู่ในใบคำร้อง ขณะที่ลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในใบคำร้องก็แปลก ตัวอักษรรายชื่อที่แนบมากับคำร้องก็คนละแบบกัน ป.ป.ช.ไม่ตรวจให้ดีก่อนเลยหรือ เอาเรื่องแบบนี้ไปสอบสวนผู้นำประเทศและใช้เวลาแค่ 21 วันได้อย่างไร บอกตรงๆว่ารับไม่ได้กับวิธีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างนี้ เมื่อประชาชนจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ต้องลาออกให้หมด

กวป.เตรียมสลายตัวแบบมีเงื่อนไข

ที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี 1 อ.เมืองนนทบุรี กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ยังคงปักหลักชุมนุมกดดันการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. เนื่องจากเห็นว่าเร่งรัดสรุปคดีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยแกนนำได้ปราศรัยโจมตีการทำงานของนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.อย่างหนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยจังหวัดนนทบุรี นำหนังสือเรียกร้อง 3 ข้อ ขอให้ยุติการชุมนุม คือ 1.การชุมนุมของกลุ่ม กวป.กีดขวางการจราจร 2.ใช้เครื่องเสียงส่งผลต่อสุขภาพของผู้พักอาศัยใกล้การชุมนุม และ 3.มีบุคคลพยายามสร้างสถานการณ์ใช้อาวุธร้ายแรงทำร้ายผู้ชุมนุม หลังพบระเบิดแสวงเครื่องใกล้สถานที่ชุมนุม แกนนำ กวป.จึงหารือกันได้ข้อสรุปว่าจะย้ายเข้าไปชุมนุมภายในสำนักงาน ป.ป.ช. และจะหันลำโพงไปทางสำนักงาน ป.ป.ช. แต่หากศูนย์รักษาความปลอดภัยไม่อนุญาตตามที่เรียกร้อง ผู้ชุมนุมยินดีที่จะยุติการชุมนุมพร้อมคืนพื้นที่ให้ ขณะเดียวกัน กวป.ได้เรียกร้องไปยัง ศรส.ให้ดำเนินการกับผู้ชุมนุมที่บริเวณศูนย์ราชการให้ยุติการชุมนุมภายใน 7 วัน หากครบกำหนดยังไม่ดำเนินการให้ประชาชนและข้าราชการเข้าไปทำงานได้ กลุ่มกวป.จะกลับมาปักหลักชุมนุมที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ทันที เพื่อความยุติธรรมและเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

ยุ กวป.ราวี ป.ป.ช.เลียนแบบ กปปส.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) และ นปช.นนทบุรี ชุมนุมปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหนังตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า ถ้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ปล้นอำนาจรัฐได้ จะมีสุเทพ 2, 3, 4 ตามมาจำนวนมาก จะมียุทธวิธีเลียนแบบจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าพฤติกรรมที่ กปปส.ทำเป็นการชุมนุมโดยสงบ เมื่อ กปปส.ทำได้ กวป.ก็น่าจะทำได้ ถ้า กวป.ทำแล้วผิดกฎหมาย ย่อมหมายความว่าประเทศนี้มีสองมาตรฐาน อยากถามคนที่สนับสนุนกปปส.ว่าท่านรับวิธีนี้ได้แน่หรือไม่

“วิชา” ไม่หวั่น กวป.ตามล่าจับตัว

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนไต่สวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่การตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีกลุ่ม กวป.มาปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. และประกาศจับหากพบเจอตัวที่ไหนว่า ช่วงนี้ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่มารักษาความปลอดภัยตนมากขึ้น เพราะฝ่ายตรงข้ามใช้วิธีข่มขู่สารพัดรูปแบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ และกรรมการ ป.ป.ช.ทำงานไม่ได้ แต่กรรมการ ป.ป.ช.ไม่ได้กังวลอะไร ยังทำหน้าที่ต่อไป อย่างไรก็ตามช่วงนี้กรรมการ ป.ป.ช.ต้องใช้สถานที่สำรองทำงานไปก่อน

ขู่เล่นงานคนในรัฐบาลคอยบงการ

นายวิชากล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังพิจารณาว่าการมาปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นการทำตามคำสั่งของรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจในรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีหลักฐานเป็นคลิปการปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา ที่มีรัฐมนตรีและคนในรัฐบาลสั่งการในลักษณะให้มีการเคลื่อนไหวกดดันองค์กรอิสระและศาล หากยังไม่ยอมสั่งให้หยุดเคลื่อนไหวเป็นเรื่องแน่ ป.ป.ช.จะดำเนินการกับผู้สั่งการ ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และถ้าเกี่ยวข้องถึงใครจะสอบขยายผลไปให้หมด

“สมชัย” แจงหลักเกณฑ์แบ่งจ่ายงบ

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การที่ กกต.อนุมัติงบกลาง 712 ล้านบาท ช่วยชาวนา ไม่ได้แปลว่างบกลาง 20,000 ล้าน จะต้องอนุมัติ เนื่องจากวงเงินทั้ง 2 มีความแตกต่างกันคือ วงเงิน 712 ล้านบาทที่ช่วยชาวนา เป็นชาวนาที่ค้างจ่ายในฤดูการผลิต 55/56 กลุ่มสุดท้ายที่มีปัญหาจากการตกสำรวจ และเป็นการขอแบบตัดจ่ายหนี้ครั้งเดียว ไม่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป รวมถึงไม่มีผลต่อการหาเสียง เนื่องจากเป็นหนี้เก่าที่เกี่ยวข้องกับชาวนาจำนวนน้อยเพียง 3,000 รายเศษ อีกทั้งสำนักงบประมาณได้กันงบประมาณจากงบเหลือจ่ายปี 56 เพื่อการนี้เป็นการเฉพาะไว้แล้ว ส่วนวงเงิน 20,000 ล้านที่จะมาของบกลางใหม่นั้น เป็นชาวนาในฤดูการผลิต 56/57 และเป็นเงินที่นำไปใช้หมุนเวียน หากขายข้าว หรือออกพันธบัตรได้ จะเอามาคืน และวงเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับชาวนา จำนวนนับแสนรายทั่วประเทศ

สัปดาห์หน้ารู้ผลอนุมัติ 2 หมื่นล้าน

นายสมชัยกล่าวว่า ประเด็นที่ กกต.ต้องพิจารณา โดยอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 คือ 1.เป็นความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ 2.ก่อให้เกิดผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไปหรือไม่ และ 3.เป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อนำไปสู่ความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าน่าจะได้รู้คำตอบ หลังจากรัฐบาลส่งตัวแทนมาชี้แจงต่อ กกต. ซึ่งน่าจะเป็น รมว.คลัง หรือ รมช.คลัง และตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ “แต่ใจผมอยากให้คนเหล่านี้มาชี้แจงด้วย คือ 1.การุณ โหสกุล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 2.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ 3.จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผื่อท่านจะข่มขู่ กกต.ได้ผล”

ปชป.อัดรวมหัวโกงข้าวกลางน้ำ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จากการที่ สตง.มาตรวจโกดังข้าวรัฐบาลที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พบข้าวเน่าเสื่อมสภาพ รวมทั้งข้าวสารบางส่วนมีสภาพคล้ายแป้งนั้น เป็นการยืนยันถึงขบวนการทุจริตขั้นตอนกลางน้ำ การทุจริตในขั้นตอนนี้ต้องรู้ เห็นเป็นใจกันทั้งโรงสี เซอร์เวเยอร์ เจ้าของโกดัง เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งผลประโยชน์บางส่วนที่ส่งต่อถึงฝ่ายการเมือง จึงไม่แปลกที่รัฐบาลพยายามปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับคลังข้าวสาร จากสภาพที่เห็นเป็นข้าวโครงการรับจำนำปี 54/55 แสดงว่าข้าวที่รัฐบาลเอาไประบายขายก่อนนั้น เป็นข้าวโครงการปี 55/56 หรือปี 56/57 ทั้งที่โดยหลักการแล้วรัฐบาลควรต้องเอาข้าวปี 54/55 เร่งระบายให้หมดเสียก่อน แต่การที่รัฐบาลยังเก็บข้าวปี 54/55 ไว้ ทำให้สภาพข้าวที่เสื่อมอยู่แล้วยิ่งมีความเสื่อมเสียมากยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความไม่โปร่งใสในการระบายข้าวของรัฐบาลชัดเจน

จี้ “ชินวัตร” ควักเงินช่วยชาวนา

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจคลังเก็บข้าวของภาครัฐพบความผิดปกติว่า สตง.พบการสวมสิทธิปัญหาจำนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน และยังตรวจพบข้าวที่เก็บในคลังมีสภาพป่นกลายเป็นแป้งจำนวนมากที่ จ.พิษณุโลก สะท้อนว่ามีการสวมสิทธินำข้าวคุณภาพต่ำมาเก็บไว้ในโกดังของรัฐจริง จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลขายข้าวไม่ได้ พ่อค้าข้าวไม่ไว้วางใจในคุณภาพ จึงทำให้ไม่มีเงินไปจ่ายชาวนา ต้องไปเร่หาแหล่งกู้เงินแต่ก็ไม่สำเร็จ เชื่อว่าคดีที่อยู่ใน ป.ป.ช.จะมัดคอนายกฯ ที่ปล่อยให้เกิดการทุจริตมโหฬารนี้ ส่วนกรณีที่ ธ.ก.ส.ตั้งกองทุนเพื่อชาวนา โดยสามารถนำเงินไปจ่ายตรงให้กับชาวนา ไม่มีดอกเบี้ยนั้น อยากให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  แกนนำพรรคเพื่อไทย และคนในตระกูลชินวัตร นำเงินเข้ากองทุนนี้โดยเร็วเพื่อช่วยจ่ายเงินให้ชาวนาพ้นจากภาวะหนี้ท่วมหัว

ดักคอเลือกตั้งอย่าซ้ำรอยเลือด

นายชวนนท์ยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต. กำหนดให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 มี.ค. ใน 5 จังหวัดว่าหวังว่าการจัดการเลือกตั้งใน 5 จังหวัดนี้ จะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุป่วนใช้อาวุธข่มขู่คุกคามใดๆ ขอให้รัฐบาลให้ความร่วมมือกับ กกต. คาดหวังอย่างยิ่งว่าจะไม่มีมือปืนควงปืนไปไล่ยิงประชาชนหน้าหน่วยเลือกตั้งเหมือนกรณีนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. อย่าทำให้การเลือกตั้งเพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมาเป็นนายกฯ โดยต้องสละชีวิตคนไทยอีกเลย

พรรคคนไทยชวนบูรณะชาติ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองกำลังเดินถึงทางตัน เกิดภาวะวิกฤติจนไร้ทางออก ขอเสนอให้รัฐบาลถอยและยื่นมือออกมาเพื่อจับมือกับ กปปส. รีบเจรจาหาทางออกให้ประเทศโดยด่วน พรรคคนไทยเตรียมพร้อมเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งในสถานการณ์การเมืองที่แข่งขันกันอย่างเป็นธรรมสำหรับทุกพรรคการเมือง แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นคณะผู้บริหารของพรรคจะเดินสายพบกองบรรณาธิการของสื่อมวลชนแต่ละสำนัก เพื่อไปบอกกล่าวถึงทิศทางการทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคของเรา เป็นพรรคของท่าน และในวันที่ 1 มี.ค. ได้เปิดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน สาเหตุที่เลือกเขตนี้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเป็นเขตแรกเพราะต้องการสื่อให้สังคมเห็นว่าถึงเวลาที่ราษฎรจะต้องช่วยงานบูรณะประเทศไทย จากนั้นจะเดินหน้าเปิดสาขาพรรคตามภาคต่างๆ

“สมชัย” นัดคู่ขัดแย้งเจรจารอบ 2

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ที่แกนนำ 2 ฝ่ายคือรัฐบาลและ กปปส.อาจจะเจรจาหาทางออกให้ประเทศว่า ในสัปดาห์หน้าในฐานะผู้ประสานจะนัดเจรจารอบ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมเจรจามากขึ้นจากเดิม 2 คนเป็น 4 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดของบ้านเมือง และเริ่มวางกรอบเนื้อหาการเจรจาว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่เป็นความต้องการของแต่ละฝ่าย ส่วนประเด็นที่ยังเห็นแตกต่างกันอาจจะนัดหมายให้เจรจารอบ 3 เป็นการคุยกันในวงแคบ ไม่มีสื่อมวลชนน่าจะเป็นแนวทางที่ประสบผลสำเร็จ หลังได้ข้อยุติเกือบถึงที่สุดแล้วถึงเปิดเผยหรือเจรจาต่อหน้าสื่อมวลชน ส่วนคนที่มีบทบาทตัดสินใจหาข้อยุติได้อาจจะเข้ามาร่วมในการเจรจารอบท้ายๆ ขอฝากให้คู่ขัดแย้งเร่งเจรจาเพื่อให้การเลือกตั้งครบถ้วนสมบูรณ์โดยเร็ว อย่าคิดเดินหน้าแต่ทิศทางที่ตนเองคิดว่าเหมาะสม เพราะท้ายที่สุดความเสียหายจะเกิดกับประเทศชาติ รัฐสภาไม่สามารถเปิดได้ รัฐบาลใหม่ไม่เกิด

2 มี.ค. 2557 06:05 2 มี.ค. 2557 06:05 ไทยรัฐ