วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กราดยิงกว่า50นัด ถล่มบ้าน 'คุณหญิงศศิมา'

แม่ของ‘ทยา’แกนนำกปปส. ‘ปู’เต้นสั่งผบ.ตร.ล่ามือปน แดงพรึ่บ-แห่สมัครอพปช.

ขนอาวุธสงครามกลางดึกยิงถล่มบ้าน “คุณหญิงศศิมา” มารดา “ทยา” แกนนำ กปปส. ตำรวจเชื่อแค่ข่มขู่ เจ้าตัวมั่นใจต้นเหตุจากปมร้อนการเมือง นายกฯเต้นสั่ง ผบ.ตร.ล่ามือปืนด่วน “อดุลย์” ห่วงพวกหัวรุนแรงใช้อาวุธหนักป่วนบ้านเมือง เกาะติดกลุ่มฮาร์ดคอร์วางแผนก่อเหตุชำระแค้นฝ่ายตรงข้าม กปปส.ทุกเวทีถือฤกษ์ล้มระบอบทักษิณเคลื่อนทัพปักหลักชุมนุมเวทีสวนลุมพินี “พุทธอิสระ” ขอยึดเวทีแจ้งวัฒนะอ้างสานต่ออุดมการณ์ช่วยเหลือชาวนา ศรส.เปรยมีโอกาสยกเลิกกฎเหล็ก นปช.คึกคักเปิดวันแรกรับสมัครนักรบอีสาน 20 จังหวัด ตั้งยอด 6 แสนคน พร้อมซักซ้อมเคลื่อนพลเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ไล่เช็กบิลคู่ปรับเก่า โพลขอ “ยิ่งลักษณ์-สุเทพ” ถอยคนละก้าว หยุดใช้ความรุนแรง

แกนนำการเมือง 2 ขั้วแบะท่าเปิดโต๊ะเจรจาหาทางออกจากวิกฤติ  ซึ่งยังหารูปแบบพูดคุยไม่ลงตัว ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปรับขบวนทัพใหม่ยกเลิกชัตดาวน์กรุงเทพฯ ยุบทุกเวทีของ กปปส.ไปปักหลักเวทีสวนลุมพินี เดินหน้าขับไล่รัฐบาล ตัดท่อน้ำเลี้ยงธุรกิจตระกูลชินต่อไป ล่าสุด นปช.เปิดรับสมัครอาสา อพปช.ทั่วภาคอีสาน 2 แสนคน และเคลื่อนพลคนเสื้อแดงเตรียมปกป้องประชาธิปไตย

“สุรพงษ์” วอน “สุเทพ” ยุติชุมนุม

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ที่ตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. กล่าวว่า ขอบคุณที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศยุบเวทีเพื่อเปิดการจราจรให้คนกรุงเทพฯ จะทำให้ทำธุรกิจได้สะดวกขึ้น ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์ อยากให้นายสุเทพตัดสินใจเลิกการชุมนุมจะเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศ หากสู้ต่อไปประเทศจะเสียหายมากขึ้น ในที่สุดต้องแพ้ภัยตัวเอง แต่เข้าใจความรู้สึกของนายสุเทพคงหาทางลงได้ลำบาก

เปรยอาจเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อถามว่า นายสุเทพประกาศยุบเวทีเหลือเวทีเดียวจะเป็นผลให้ ศรส.ทบทวนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายสุรพงษ์ตอบว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะครบกำหนดอายุ 60 วัน ในวันที่ 22 มี.ค.นี้ จะต่ออายุกฎหมายนี้ต่อไปหรือไม่ ศรส.จะประเมินเหตุการณ์ว่าวุ่นวายหรือไม่  แต่สิ่งที่น่าห่วงคือระเบิดเอ็ม 79 ยังมีทุกวัน ถ้าทหารโดย ผบ.ทบ. และ ผบ.ตร. หารือให้มีทีมงานเป็นกองกำลังผสมคอยตรวจสอบพื้นที่ และรักษาความปลอดภัยได้ดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็คงไม่จำเป็น

ศรส.ตั้งทีมเยียวยาภาคธุรกิจ

ต่อมาเวลา 10.30 น. มีการประชุม ศรส. โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  เป็นประธาน ภายหลังการประชุม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการ ศรส. แถลงว่า ศรส.เห็นชอบ ให้ตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส. เช่น มาตรการให้ธนาคารของรัฐสนับสนุนเงินกู้หรือสินเชื่อบุคคลหรือภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ  มาตรการผ่อนปรนเบี้ยปรับการชำระหนี้ มาตรการขอความร่วมมือภาคธุรกิจผ่อนผันค่าปรับ เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม กับคู่สัญญาที่ชำระหนี้ล่าช้า โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประธานคณะทำงาน

วอน กวป.ยุติชุมนุมหน้า ป.ป.ช.

นายธาริตกล่าวว่า ศรส.สนับสนุนและเห็นด้วยกรณี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผบ.ทบ. ที่สนับสนุน ให้มีการเจรจากัน และให้แก้ไขปัญหาตามกฎหมาย พร้อมขอขอบคุณแกนนำ กปปส.ที่ยุบเวทีต่างๆไปรวมกันที่เวทีสวนลุมพินี  แต่เรายังห่วงใยการคงไว้เวทีชุมนุมถนนแจ้งวัฒนะ และบริเวณถนนรอบทำเนียบรัฐบาล รวมถึงการประกาศของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่จะยังคงส่งมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงบริษัทห้างร้านภาคเอกชน ส่วนการชุมนุมกลุ่ม กวป. ที่ด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียกร้องให้ยุติการชุมนุมโดยเร็ว เรื่องนี้ ศรส.ได้มีหนังสือแจ้งพนักงานอัยการให้มีหนังสือสอบถามขอคำแนะนำไปยังศาลแพ่งว่า ตำรวจจะต้องดำเนินการเช่นใดกับกลุ่ม กวป. ถึงไม่ฝ่าฝืนข้อห้าม 9 ข้อของศาลแพ่ง

“อดุลย์” ยกระดับ รปภ.ป้องเหตุร้าย

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า ขณะนี้เป็นห่วงสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม เนื่องจากการใช้อาวุธสงครามก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์รุนแรง จึงสั่งไปยังหน่วยปฏิบัติการให้รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยพื้นที่ชุมนุม เพิ่มความเข้มด่านสกัดกั้นในพื้นที่เสี่ยงคัดกรองอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดทุกประเภท และสิ่งของที่ผิดกฎหมาย เพื่อลดความรุนแรง ควบคุมสถานการณ์ ป้องกันการเผชิญหน้าและสร้างสถานการณ์ทุกรูปแบบ พร้อมให้มีการตั้งด่านตรวจร่วมระหว่างตำรวจและทหารเป็นจุดตรวจเข้มแข็งและจุดตรวจเคลื่อนที่ นอกจากนี้ มอบหมายให้ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตงาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พิจารณาปรับแผนการปฏิรูปร่วมกับทหารให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ กปปส.มีการยุบรวมเวที ส่วนกรณีที่ ก.ตร. เห็นชอบให้เลื่อนยศ ด.ต.ธีระเดช เล็กภู่ “วีรบุรุษไซด์คิก” เป็น ร.ต.ต. ให้ สกพ.วางแผนการจัดพิธีประดับยศให้สมเกียรติ รวมถึงพิจารณาขอเหรียญกล้าหาญให้อีกด้วย

จับตาฮาร์ดคอร์ชำระแค้นคู่ปรับ

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.หัวหน้าทีมคลี่คลายเหตุระเบิดกล่าวว่า ได้รวบรวมเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมประท้วงในช่วงปี 2548-2553 ที่มีการใช้อาวุธสงครามเข้ามาก่อเหตุ โดยเฉพาะเครื่องยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ซึ่งมีการรวบรวมพยานหลักฐาน บางคดีจับกุมตัวกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุดำเนินคดี โดยจะนัดชุดสืบสวน และผู้เชี่ยวชาญการตรวจสถานที่เกิดเหตุและผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดเข้าประชุมในวันที่ 3 มี.ค. เพื่อกำหนดแนวทางสืบสวน ขณะนี้ได้รับข้อมูลมีกลุ่มฮาร์ดคอร์บางกลุ่มเข้ามาก่อเหตุรุนแรงด้วยความแค้นฝ่ายตรงข้าม และกลุ่มที่ป่วนให้เกิดเงื่อนไขความรุนแรง เพื่อยกระดับสถานการณ์

ตั้งเวทีสวนลุมพินีรองรับมวลชน

ด้านความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส. เมื่อเวลา 09.00 น. บรรยากาศการชุมนุมที่เวทีศาลาแดงสีลม ยังมีประชาชนทยอยร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง มีแกนนำขึ้นปราศรัย สลับกับการร้องเพลงเปลี่ยนบรรยากาศ ต่อมานายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. พร้อมกรรมการ กปปส.ออกเดินเยี่ยมให้กำลังใจการ์ดตามจุดต่างๆ และให้กำลังใจมวลชนที่พักค้างแรมภายในสวนลุมพินี รวมถึงตรวจความพร้อมรองรับมวลชนจากเวทีราชประสงค์ เวทีปทุมวัน และเวทีอโศก โดยนายวิทยากล่าวว่า ในวันที่ 2 มี.ค. เวทีศาลาแดงสีลมจะเริ่มทยอยย้ายจากแยกศาลาแดง มาตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 หันหน้าเวทีเข้าไปสวนลุมพินี เพื่อให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดอยู่ภายในสวนลุมพินี สถานที่แห่งนี้รองรับมวลชนที่จะนอนค้างแรมได้อีก 1 หมื่นคน และทุกคนที่พักค้างแรมจะต้องลงทะเบียนจัดแบ่งโซนเป็นหมู่บ้าน ด้านการรักษาความปลอดภัย ได้จัดเตรียมการ์ดเดินลาดตระเวนรอบพื้นที่ชุมนุม 24 ชม. และยังมีทหารเข้ามาตั้งด่านตรวจทุกจุดทางเข้าออกรอบพื้นที่การชุมนุมอีกด้วย ดังนั้น มั่นใจว่าผู้ร่วมชุมนุมจะมีความปลอดภัยมากกว่าที่ผ่านมา

เผยเหตุยุบเวทีปล่อยธุรกิจฟื้นตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยุบครั้งนี้ จะยุบเฉพาะเวที กปปส.ที่แยกปทุมวัน แยกอโศก และแยกราชประสงค์ เท่านั้น ส่วนเวที กปปส.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เวทีสมาพันธ์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ที่กระทรวงมหาดไทย และเวทีของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ยังชุมนุมเช่นเดิม ส่วน กปปส.ประกาศยุบรวมเวทีให้เหลือเวทีเดียว เพราะที่ประชุมแกนนำ กปปส.เห็นว่าปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯจบไปแล้วที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล และต้องการเปิดให้ภาคธุรกิจในย่านนั้นได้เดินหน้าธุรกิจตามปกติไป ส่วนภารกิจหลังจากนี้เป็นเรื่องรุกไล่รัฐบาล

“สุเทพ” นำผู้ชุมนุมทำบุญวัดปทุมฯ

ต่อมาเวลา 10.15 น. ที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำอาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายอิสสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภราดัย นำมวลชนทำบุญถวายเครื่องสังฆทานพระสงฆ์จำนวน 10 รูป และถวายอาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมที่ผ่านมา หลังจากเสร็จสิ้นพิธี พระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาส ได้มอบพระพุทธรูปเสริมให้กับนายสุเทพเพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นนายสุเทพได้เดินทางไปยังเวทีกปปส.สีลม

“เทพ” กร้าวหลัง 3 มี.ค. เกมเข้มข้น

จากนั้นเวลา 11.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินทางมายังเวทีแยก ศาลาแดงสีลม ประชุมหารือกับนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับมวลชนจากเวทีต่างๆ จากนั้นนายสุเทพขึ้นบนเวทีปราศรัยว่า เมื่อยุบเวทีรวมกันแล้วตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.เป็นต้นไป การต่อสู้ของ กปปส.คงเข้มข้นทุกชั่วโมง เวทีจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง การต่อสู้ กปปส.เวลากำลังงวดเข้ามาทุกที อีกไม่กี่มีวันมวลชนจะประกาศชัยชนะอย่างสมบูรณ์ได้ เพราะวันนี้รัฐบาลไม่มีทางออก เข้าสู่ทางตัน ต้องมาขอเจรจากับมวลมหาประชาชน ตนเปิดโอกาสต่อการเจรจามาตลอด แต่ต้องล้มเลว เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯตัดสินใจเองไม่ได้ อ้างว่าเจรจาต้องอยู่ในกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ พยายามสร้างเงื่อนไขอยู่ตลอด ทำให้ตนรับไม่ได้กับความปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล ทำตัวเป็นนางเอก แต่ตัวจริงคือนางมารร้าย ตนอยากบอก น.ส.ยิ่งลักษณ์มารับตุ๊กตาทองนักแสดงดีเด่น

แขวะ “ปู” ระวังช้ำใจปลุกม็อบหนุน

นายสุเทพกล่าวอีกว่า อยากบอก น.ส.ยิ่งลักษณ์การดิ้นยื้อเวลาเจรจา เป็นซื้อเวลาใช่หรือไม่ หรือซื้อเวลาให้ นปช.ปลุกปั่นมวลชนออกมาต่อต้าน กปปส.ใช่หรือไม่ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังคิดผิด กำลังจะต้องผิดหวังอีกครั้ง จะไม่มีใครออกมาสนับสนุนรัฐบาล เพราะประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานรู้ธาตุแท้ของรัฐบาลที่โกงค่ารับจำนำข้าวจนชาวนาเดือดร้อน เมื่อไม่มีใครสนับสนุน แผนต่อไปจะไม่ยอมรับคำตัดสินของ ป.ป.ช.ชี้มูลโกงจำนำข้าว และนำมวลชน นปช.ออกมาคุกคาม ป.ป.ช. นำกองกำลังเขมรมาข่มขู่ประชาชน หากถึงวันนี้ตนจะให้มวลชน กปปส.กลับบ้าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหาร ตำรวจ ปราบปรามกองกำลังเหล่านี้ สุดท้ายรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องติดคุก ส่วนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์จะหอบลูกหนีไปอยู่ต่างประเทศกับพี่ชาย และไม่มีวันได้กลับมาเมืองไทยอีกต่อไป

เก็บสัมภาระย้ายซบรังใหญ่

ส่วนบรรยากาศตลอดทั้งวันที่เวทีปทุมวัน เวทีอโศก และเวทีราชประสงค์ ในช่วงเช้ามีกิจกรรมปราศรัยโจมตีรัฐบาลถึงการบริหารงานที่ล้มเหลว พร้อมเปิดเพลงสลับเปลี่ยนบรรยากาศ โดยมีโฆษกบนเวทีประกาศให้มวลชน พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ชุมนุมทยอยเก็บสัมภาระ เตรียมย้ายไปปักหลักที่เวทีสวนลุมพินี ขณะที่เวทีปทุมวัน ผู้ชุมนุมร่วมไม้ร่วมมือทำความสะอาดป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกลุ่ม คปท.เข้าทำลาย พ่นสีจนเกิดความเสียหาย ที่เวทีราชประสงค์ ผู้ชุมนุมเริ่มเก็บสิ่งของสัมภาระ ทำความสะอาดพื้นที่การชุมนุม เจ้าหน้าที่ประจำเวทีทยอยเก็บสิ่งของสัมภาระภายในเต็นท์ของแกนนำใส่กระสอบใหญ่ ใส่รถเข็นนำออกไปใส่รถยนต์ขนย้ายไปที่หมาย เพื่อเตรียมคืนพื้นที่ให้กับ กทม. ส่วนในช่วงเย็นของทุกเวทีการชุมนุม กปปส. มีการจัดกิจกรรมอำลาเวที ชักภาพถ่ายเป็นที่ระลึก และช่วงเช้าวันที่ 2 ก.พ.จะคืนพื้นผิวการจราจรได้ทั้งหมด พร้อมไปฉลองเวทีใหม่ที่สวนลุมพินี

แฟนคลับอำลาเวทีราชประสงค์

ขณะที่บรรยากาศที่เวที กปปส.ราชประสงค์ ในช่วงเย็น ที่บริเวณด้านหลังเวทีราชประสงค์มีเหล่าบรรดานักแสดง อาทิ โตโน่-ภาคิน ควงคู่มากับแตงโม-ภัทรธิดา นักแสดงและนักร้อง นำเสื้อยืดมาจำหน่ายเพื่อหาเงินช่วยเหลือชาวนา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชุมนุมเข้ามาหาซื้อเป็นจำนวนมาก ส่วนบนเวทีมีการอภิปรายของนักวิชาการ สลับด้วยการแสดงดนตรี เพื่อเป็นการส่งท้ายอำลาเวทีราช–ประสงค์โดยมีผู้ชุมนุมเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ผุดเวทีสวนลุมกระทุ้งรัฐบาลต่อ

เมื่อถึงเวลา 16.00 น. ที่เวที กปปส.แยกศาลาแดงสีลม เจ้าหน้าที่ประจำเวทีเริ่มเก็บขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ เต็นท์ขนาดใหญ่ เข้าไปในพื้นที่สวนลุมพินี เพื่อเตรียมคืนพื้นผิวจราจรถนนราชดำริ ถนนพระราม 4 ถนนศาลาแดง ส่วนบริเวณประตู 4 ด้านหลังพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 มีการตั้งเวทีปราศรัยถาวรขึ้น มีผู้ชุมนุมจากเวทีราชประสงค์ เวทีปทุมวัน และเวทีอโศก เดินทางมาอย่างต่อเนื่องเพื่อลงทะเบียนขอตั้งเต็นท์ค้างแรมในสวนลุมพินี ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย แกนนำได้ทำบัตรประจำตัวการ์ดใหม่ทั้งหมด มีหมายเลขประจำการ์ดแต่ละคนและตั้งชื่อกลุ่มการ์ดแต่ละกลุ่มด้วย เพื่อความสะดวกในการเรียกระดมพลและป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์

ถือฤกษ์ล้มระบอบทักษิณเคลื่อนทัพ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีปทุมวัน ปราศรัยในเวลา 17.00 น.ว่า ขอให้ผู้ชุมนุมเวทีปทุมวันไปร่วมชุมนุมต่อที่สวนลุมพินี โดยได้จัดพื้นที่ไว้ให้เป็นโซนๆ ในวันที่ 2 มี.ค.จะเคลื่อนขบวนไปยังสวนลุมพินี เริ่มเดินเวลา 09.30 น. ถือเป็นฤกษ์ปิดบัญชีระบอบทักษิณ การเดินครั้งนี้จะนำสิงโตนำหน้าขบวนไปตามถนนพญาไท เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 4 และเข้าสวนลุมพินี ขอให้ผู้ชุมนุมมาพร้อมกันตั้งแต่เวลา 09.00 น.

“พุทธอิสระ” ลั่นไม่ย้ายรังรวม “เทือก”

ขณะที่เวที กปปส.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยมีหลวงปู่พุทธอิสระ เป็นแกนนำ บรรยากาศในช่วงเช้าผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่เวทีได้พักผ่อนตามอัธยาศัย หลวงปู่พุทธอิสระเทศนาธรรมตามปกติ ไม่มีการเคลื่อนไหวไปจุดอื่น โดยหลวงปูพุทธอิสระ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศยุบเวทีปราศรัยทุกเวทีไปตั้งรวมกันที่สวนลุมพินีเพื่อเปิดเส้นทางจราจรให้คนกรุงเทพฯว่า ในส่วนเวทีหน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะจะไม่ยุบไปรวมกับเวทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สวน
ลุมพินี ขอยืนยันจะปักหลักชุมนุมที่แจ้งวัฒนะต่อไป และจะเคลื่อนไหวตามแนวทางความคิดในอุดมการณ์ของตัวเอง เพื่อต้องการช่วยเหลือชาวนาต่อไป

คปท.ตั้งลำถล่มรัฐบาลหลัง 4 มี.ค.

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุม ยังคงปักหลักชุมนุมและทำกิจกรรมในพื้นที่ด้วยความเรียบร้อย โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และหนึ่งในกรรมการ กปปส. กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยขณะนี้การเคลื่อนไหวของ กปปส.และเครือข่ายพันธมิตรทั้งหมดได้พุ่งเป้าไปที่หน่วยงานราชการและธุรกิจของตระกูลชินวัตร ดังนั้น  การชุมนุมโดยใช้พื้นที่บนท้องถนนก็จะลดลง ส่วนในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ถ้ายังไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรและเลือกนายกรัฐมนตรีได้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของ กปปส.จะหารือถึงการดำเนินการตามกฎหมาย เช่น ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ส.ก.แจกป๊อปคอร์นตำรวจ

วันเดียวกัน ที่หน้าสำนักงานจเรตำรวจ และสำนักงานตรวจสอบภายใน บริเวณกองบินตำรวจ ท่าแร้ง ถนนรามอินทรา มีกลุ่มสตรีรักประชาธิปไตย จากย่านคันนายาว และบึงกุ่มกว่า 30 คน นำโดย น.ส.ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ส.ก.เขตคันนายาว พรรคเพื่อไทย นำอาหาร อาทิ ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปิ้ง ไอศกรีม น้ำแข็งใส ไปเลี้ยงขอบคุณตำรวจควบคุมฝูงชนที่มาจาก จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี กำแพงเพชร และราชบุรี รวม 8 กองร้อย แถมมีการน้ำข้าวโพดป๊อปคอร์นมาคั่วแจกตำรวจในงานท่ามกลาง บรรยากาศยิ้มแย้มสนุกสนาน ได้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.เป็นตัวแทนมาคอยต้อนรับ

กลุ่มการ์ดยำใหญ่รอง ผบก.

วันเดียวกัน พ.ต.อ.นพพร ศุภพัฒน์ อายุ 52 ปี ตำแหน่ง รอง ผบก.ส่วนตรวจสอบสำนวนคดีอุทธรณ์และฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าแจ้งความ ร.ต.ท.ภูเดชา เชื่อมั่น พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้ดำเนินคดีกับการ์ด กปปส.เวทีปทุมวัน หลังถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บในพื้นที่การชุมนุม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ก.พ. ระหว่างหลังเลิกงานจะเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ตรงประตู บช.ก. ถนนอังรีดูนังต์ เลาะใต้สถานีรถไฟฟ้าสยาม โดย รพ.เจ้าพระยาปฐมพยาบาลเบื้องต้น แพทย์ออกใบรับรองเป็นหลักฐานมาแจ้งความพนักงานสอบสวนดำเนินคดีว่าถูกทำร้ายร่างกายจริง มีอาการฉีกขาดที่มือขวาต้องเย็บหลายเข็ม มีบาดแผลฟกช้ำที่ดั้งจมูก ฟกช้ำที่ท้ายทอยซ้าย ฟกช้ำที่หลังและหน้าท้อง

พล.ต.อ.เอก  อังสนานนท์  รอง  ผบ.ตร.กล่าวว่า ที่ประชุม ศปก.รส.มีคำสั่งให้เร่งรัดคดีการ์ด กปปส.ทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ พ.ต.อ.นพพร ศุภพัฒน์ รอง ผบก. โดยจะขอดูความคืบหน้าภายใน 3 วัน

พระราชทานเพลิงศพ “ด.ต.ศราวุฒิ”

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่วัดพระปรางค์สีดา ต.สีดา อ.สีดา จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสง-สิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นประธานพระราชทานเพลิงศพ ส.ต.ต.ศราวุฒิ ชัยปัญหา ผบ.หมู่ ป.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ชุดควบคุมฝูงชนที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถูกยิงที่ศีรษะบาดเจ็บสาหัสขณะเข้าขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าเมื่อวันที่ 18 ก.พ.57 แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า มีเพื่อนตำรวจและประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติปูนบำเหน็จให้ ส.ต.ต.ศราวุฒิ 4 ชั้นยศ เป็น ด.ต. พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวไปแล้วก่อนหน้านี้จำนวน 1,500,000 บาท

นปช.คึกเปิดรับนักรบอีสาน 20 จว.

ขณะที่แนวทางการเคลื่อนไหวของ นปช.ที่เดินหน้าเปิดรับกองกำลังอาสาสมัครพิทักษ์ประชา– ธิปไตยแห่งชาติ(อพปช.) หรือนักรบประชาชน ที่เปิดรับสมัครอาสาสมัครวันแรกที่ จ.มหาสารคาม  ในวันที่ 1 มี.ค. ปรากฏว่าตั้งแต่เช้า นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ พร้อมด้วยแกนนำจำนวนหนึ่งเดินทางไปที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม ที่ใช้เป็นสถานที่ รับสมัคร อพปช.อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปใน 20 จังหวัดภาคอีสาน มีการตั้งเต็นท์ 20 เต็นท์ไว้รองรับมวลชนแต่ละจังหวัด โดยประชาชนจำนวนมากมายื่นใบสมัครกันอย่างคึกคัก

ตั้งเป้า 6 แสนคนไล่เช็กบิล กปปส.

นายสุภรณ์กล่าวว่า ในวันที่ 8 มี.ค. จะเปิดรับสมัครที่หน้าศาลากลางทุกจังหวัดภาคอีสาน ตั้งเป้าได้อาสาสมัคร 2 แสนคน และต่อไปจะเปิดรับสมัครทุกภาคของประเทศ ไม่เกินสิ้นเดือน มี.ค. คาดได้อาสาสมัคร 8 แสนคน โดยจะเปิดฝึกอบรมเป็นรุ่นๆไปเรื่อย เพื่อรวมต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหาร เผด็จการทุกรูปแบบ และรวมพลังพิทักษ์ปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมจัดเตรียมยุทธวิธีจัดการกลุ่มบุคคลที่มุ่งทำลายประชาธิปไตยให้สิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะกลุ่ม กปปส.

นปช.เคลื่อนพลคนประชาธิปไตย

เย็นวันเดียวกัน ที่สนามทุ่งศรีเมือง เทศบาลนครอุดรธานี แกนนำ นปช.ได้จัดเวที “เคลื่อนพลคนประชาธิปไตย” มีนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. นายวีระกานต์ มุกสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ  นายจตุพร พรหมพันธุ์  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมปราศรัย ท่ามกลางคนเสื้อแดงถือธงชาติเข้าร่วมจำนวนมาก โดยนางธิดาเปิดเผยว่า เวทีนี้เป็นเวทีแรกของคนเสื้อแดง คาดว่ามีคนเสื้อแดงเข้าร่วมจำนวนมาก เพราะแกนนำคนเสื้อแดงทุกจังหวัดตื่นตัวและนำคนเสื้อแดงร่วมจำนวนมาก วันนี้สถานการณ์ของ กปปส.เปลี่ยนแปลงไปทั้งอัตวิสัย จำนวนคนชุมนุมน้อยลง ภาวะวิสัยถูกคุกคามและถูกต่อต้านจากประชาชน เพราะชุมนุมนานเกินไป ทำให้เป็นด้านลบมากกว่าด้านบวกกระทั่งเวลา 18.00 น. แกนนำ นปช. ได้เชิญพี่น้องคนเสื้อแดงยืนตรงเคารพธงชาติ พร้อมกล่าวว่า “ธงชาติถูกขโมยไปโดยคนที่ไม่รักชาติ”  ทั้งนี้แกนนำยังให้กำลังใจนายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร ที่ถูกยิงขอให้หายจากอาการเจ็บป่วยโดยเร็ว  คนเสื้อแดงส่งกำลังใจไปให้

“ธิดา”ปัดไม่คิดแบ่งแยกประเทศ

ต่อมาเวลา 19.35 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.ปราศรัยว่า นปช.เคลื่อนพลในจังหวะที่เหมาะสม เพราะขณะที่เวที กปปส.ยุบรวมกัน ส่วน นปช.เริ่มเคลื่อนขบวนเพื่อยกระดับการต่อสู้ เขาลุกขึ้นมาชี้หน้าเราหาว่าต้องการแบ่งแยกประเทศ เราจะแบ่งทำไม เพราะประเทศนี้เป็นของเราทั้งหมด โดยเฉพาะคนอีสานเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ใช้แรงงานสร้างประเทศนี้มานานแล้ว นอกจากยังไม่สำนึกบุญคุณ ยังดูถูกเหยียดหยาม โดยเฉพาะคนชั้นนำและพรรคประชาธิปัตย์

ปลุกเร้าเสื้อแดงเตรียมบุกกรุงเทพฯ

“กปปส.กำลังจะเป็นอาทิตย์อับแสง ข้อเรียกร้องการปฏิรูปประเทศ โจมตีนายกฯกดดันให้ลาออก หวังจะได้นายกฯมาตรา 7 และสภาประชาชนมาจากการจัดตั้ง โดยเฉพาะให้ ป.ป.ช.ที่มือพิฆาตของอำมาตย์จะจัดการนายกฯ ใช้ไม่ได้ ต้องโจมตีเพื่อกำจัดองค์กรอิสระ สถาบันยุติธรรมไม่ยุติธรรม ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชน จึงต้องต่อสู้เอง สุดท้ายคือกองทัพไทยตั้งบังเกอร์ขึ้นเต็มกรุงเทพฯ เอาเครื่องหมายกาชาดสากลสีแดงเต็มไปหมด ใช้ผิดที่แล้ว แม้ยังไม่รัฐประหาร แต่ออกมาขู่ว่าทำรัฐประหารวันใดก็ได้ ไม่ต้องบอกเราก็รู้ ไม่ต้องขู่ ต่างประเทศรับไม่ได้ เราจึงต้องวางแผน ยืดหยุ่น ตาไม่กะพริบ เพราะเหตุการณ์พลิกผันได้ตลอด นปช.ยังยึดหลักสันติวิธีจะได้รับชัยชนะแน่นอน สักวันเราจะเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพฯและไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” นางธิดากล่าว

โพลชี้ขอ 2 ฝ่ายถอยคนละก้าว

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล สอบถามความคิดเห็นประชาชนกรณี “ความขัดแย้ง ณ วันนี้และวิธีการที่จะทำให้ประชาชนอยู่รอดปลอดภัย” จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยเฉพาะเหตุการณ์ระเบิดหน้าบิ๊กซีราชดำริ ใกล้เวที กปปส.ราชประสงค์ ส่งผลให้หนูน้อย 2 พี่น้องเสียชีวิต โดยสอบถามกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,386 คน ระหว่างวันที่ 23-28 ก.พ. เมื่อถามถึงวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 57.53 ระบุให้ถอยคนละก้าว หยุดเผชิญหน้า หยุดการพูดจาที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง เมื่อถามว่าสิ่งที่ประชาชนอยากขอร้องนายกฯยิ่งลักษณ์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 45.67 ระบุว่าอย่าใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ให้ยึดหลักความถูกต้องยุติธรรม เมื่อถามว่าสิ่งที่ประชาชนอยากขอร้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 37.80 ขอให้หลีกเลี่ยงการปะทะหรือเผชิญหน้ากันไม่ยั่วยุ นำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงเป็นประโยชน์

สหรัฐฯจี้รัฐบาลไทยจับคนร้าย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างแถลงการณ์ของนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องถึงรัฐบาลไทย ให้เร่งสอบสวนกรณีเกิดความรุนแรงหลายครั้งระหว่างการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทยตลอดช่วง 4 เดือน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 รายและบาดเจ็บหลายร้อยคน ผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กๆหลายคน สหรัฐฯในฐานะพันธมิตรใกล้ชิดกับประชาชนไทยรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของผู้คนในประเทศไทย ต้องการให้รัฐบาลไทยเร่งนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพราะวิธีก่อความรุนแรงเพื่อใช้แก้ปัญหาทางการเมืองถือว่ายอมรับไม่ได้ รัฐบาลสหรัฐฯไม่เลือกอยู่ฝ่ายใดทางการเมืองในประเทศไทย แต่ต้องการให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันแก้ปัญหาความคิดเห็นแตกต่างด้วยตัวเอง ผ่านการเจรจาภายใต้กรอบประชาธิปไตยและความประนีประนอม

อาก้ายิงถล่มบ้าน “คุณหญิงศศิมา”

เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.เกรียงปกรณ์ อธิปฏิเวชช ผกก.สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อม พ.ต.ท.จักรพันธุ์ จันทรอุทัย รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จักรพล ระแมนชัย รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ญาณสุภาพ พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุยิงถล่มบ้านพักตากอากาศ ชื่อ “บ้านเฉลี่ยสุข” เลขที่ 152 หมู่ 10 บ้านเหวปลากั้ง ถนนบ้านผ่านศึก-เขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง ของคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ มารดาของนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. เป็นร่วมกับนายณัฐพล ทีปสุวรรณ สามี เป่านกหวีดไล่ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ที่ห้างดิ เอ็มโพเรียม เมื่อวันก่อน พบว่าที่เกิดเหตุบ้าน 2 ชั้นทรงยุโรป ขนาดใหญ่ เนื้อที่ราว 5 ไร่ มีรั้วคาวบอยสีขาวด้านหน้า บริเวณป้ายชื่อบ้านและตัวบ้านติดกับห้องนอนคุณหญิงศศิมา ถูกยิงถล่มด้วยปืนสงครามเป็นรูพรุน ส่วนในซอยแดนตะวัน 1 ติดข้างบ้าน พบปลอกกระสุนปืนอาก้าและปืนเอ็ม 16 ตกเกลื่อนพื้นกว่า 50 ปลอก

ไร้คนเจ็บ—เชื่อคนร้ายแค่ข่มขู่

จากการสอบปากคำนายอัมพร จันทร์สว่าง อายุ 48 ปี คนขับรถของคุณหญิงศศิมา ให้การว่า ขับรถพาคุณหญิงและเพื่อนๆมาพักผ่อนที่บ้านเฉลี่ยสุข ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ก.พ. กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. คืนที่ผ่านมา ขณะที่ตนนอนหลับอยู่ในบ้านพักพนักงาน ได้ยินเสียงปืนดังกึกก้องเป็นชุดกว่า 10 นัด ครั้งแรกเสียงดังด้านฝั่งขวาของบ้านติดกับห้องนอนคุณหญิง จากนั้นห่างกันเพียงไม่กี่นาทีมีรถแวนสีขาวคาดดำไม่ทราบยี่ห้อขับมาจอดหน้าบ้าน และมีคนร้ายลงมาใช้ปืนรัวยิงซ้ำอีกชุดใหญ่ กระสุนถูกป้ายชื่อบ้าน และยังถูกรถยนต์สปอร์ตไรเดอร์ สีดำ ทะเบียน ภธ 1084 กรุงเทพมหานคร ของพรรคพวกคุณหญิง จนกระจกหลังแตก หลังสิ้นเสียงปืน คุณหญิงศศิมาโทรศัพท์มาถามตนว่าได้ยินเสียงคล้ายประทัด ตนจึงบอกให้คุณหญิงนอนราบไปกับพื้น ห้ามออกมาด้านนอกบ้าน และจะโทร.แจ้งตำรวจเอง ซึ่งตำรวจคาดว่าคนร้ายต้องการมขู่มากกว่าจะเอาชีวิต สาเหตุอาจมาจากเรื่องการเมือง

เจ้าตัวมั่นใจต้นเหตุปมร้อนการเมือง

ต่อมาคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ เปิดใจให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไทยรัฐว่า รู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์โดนยิงถล่มบ้านที่เขาใหญ่ ขณะนั้นกำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน พร้อมกับเพื่อนๆ 10 คน เมื่อได้ยินเสียงปืนดังสนั่น จึงบอกทุกคนให้หลบอยู่ในบ้านก่อน กระทั่งเสียงปืนสงบลง และคนร้ายขับรถหนีไปแล้ว ตนและเพื่อนๆจึงออกไปดูหน้าบ้าน ปรากฏว่าพบกระสุนปืนตกเกลื่อนพื้นนับ 100 ลูก เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมาจากปมขัดแย้งทางการเมือง อย่างไรก็ดี มีตำรวจมาสอบสวนติดตามคนร้ายแล้ว

ยอมรับขอโทษ “คุณหญิงพจมาน” แล้ว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวคุณหญิงศศิมาได้โทร.ไปขอโทษคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณีที่ลูกสาวคือนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.เป่านกหวีดไล่ คุณหญิงศศิมาตอบว่า เป็นเรื่องจริง โดยได้โทรศัพท์ไปขอโทษคุณหญิงพจมานทันทีที่ทราบข่าว เนื่องจากรู้จักคุ้นเคยกันดี และในฐานะแม่หากลูกเราทำอะไรไม่เหมาะสม แม่ก็ต้องตักเตือนและรับผิดชอบ ฝ่ายคุณหญิงพจมานได้ตอบกลับมาว่า ไม่ถือสาเลย เพราะทราบดีว่าความจริงคืออะไร ผู้สื่อ– ข่าวถามว่า คุณหญิงศศิมาห้ามลูกสาวเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ คุณหญิงศศิมาบอกว่า เด็กสมัยนี้พ่อแม่สั่งไม่ได้ แม้จะเป็นห่วงมาก และไม่เห็นด้วย แต่เมื่อลูกสาวตัดสินใจมาทางนี้เต็มตัว ในฐานะแม่ก็ต้องให้กำลังใจ ขณะนี้ลูกสาวต้องเสี่ยงอันตรายทุกวัน แถมยังมีลูกเล็กๆ ตนได้ให้พระกิ่งแก่ลูกสาว เพื่อคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย

“ปู” เต้นสั่งล่าด่วนมือยิงบ้านคุณหญิง

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งอยู่ระหว่างเก็บตัวพักผ่อนและติดตามสถานการณ์อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ได้สั่งการให้ตนประสานไปยัง  พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กำชับให้เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกรณีคนร้ายใช้ปืนอาก้า-เอ็ม 16 ยิงบ้านคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ รวมทั้งเร่งสอบสวนติดตามและดำเนินคดีกรณีการยิงและปาระเบิดในสถานที่ต่างๆที่ผ่านมาอย่างเร่งด่วน โดย พล.ต.อ.อดุลย์รับทราบนโยบายดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการสืบสวนสอบสวนเป็นการด่วนแล้ว

กปปส.คาใจบ้านแม่ “ทยา ”ถูกยิง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงที่เวทีปทุมวันว่า สังคมกำลังจับตาเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ล่าสุดช่วงเช้ามืดวันที่ 1 มี.ค. มีเหตุการณ์ใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่บ้านเฉลี่ยสุข ของคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ มารดานางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. เป็นการกระทำที่อุกอาจ กปปส.ขอตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมีเหตุผลเชื่อมโยงจากที่นางทยาและนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. เป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรียม และเรื่องนี้เชื่อมโยงการเข้ามามีส่วนร่วมของมูลนิธิเฉลี่ยสุข ที่ให้ทุนการศึกษาต่อบุตรผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ดังนั้นขอประณามผู้อยู่เบื้องหลัง การกระทำ เชื่อว่าเป็นขบวนการเดียวกับกลุ่มก่อเหตุรุนแรงที่ จ.ตราด และแยกราชประสงค์ ขอเรียกร้องให้ตำรวจรีบหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังมาลงโทษให้ได้

“เทือก” แจงปรับทัพลุยลั่นไม่มีถอย

เมื่อเวลา 20.15 น. ที่เวทีแยกปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยว่า เบื้องหลังการย้ายเวทีทั้งหมดไปที่สวนลุมพินีตนพูดน้อยไปหน่อย คนตกอกตกใจกำนันถอยเสียแล้วหรือ เสียท่าเขาแล้วหรืออย่างไร จึงขอทำความเข้าใจเรื่องนี้ว่า ตนรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมาตลอด เราต่อสู้ร่วมกันมา 4 เดือนเต็มๆ ฟังตลอดพี่น้องคิดอะไรต้องการให้ทำอะไรต่อไป ทีละขั้นทีละตอน ไม่ได้ตัดสินใจอะไรโดยพลการ เขาบอกให้ย้ายที่เพื่อให้คน กทม.ไปไหนมาไหนสะดวก จึงย้ายเพราะเห็นกับพี่น้องชาว กทม. ที่เสียสละมาเยอะแล้ว ปัญหาการจราจรทั้งหลาย จะคืนให้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 มี.ค. เป็นต้นไป ให้คน กทม.ร่าเริงแจ่มใสแล้วมาร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับมวลมหาประชาชนต่อไป ยืนยันว่ากำนันแก่ๆอย่างตนถอยไม่เป็น เพราะมีพี่น้องประชาชนหนุนหลังอยู่หลายล้านคนถอยไม่ได้ นี่ไม่ใช่กระบวนการถอยทัพ แต่เป็นกระบวนการจัดทัพใหม่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เลือกชัยภูมิที่เหมาะในการต่อสู้ในช่วงนี้คือสวนลุมพินี พึ่งพระบารมีรัชกาลที่ 6 และจะเคลื่อนทัพออกไปรบกับตระกูลชินวัตรทุกวันๆ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 มี.ค.เป็นต้นไป คืนนี้ทุกเวทีคึกคักเป็นพิเศษ อำลาเวที แต่ไม่ได้อำลาการต่อสู้ ทั้งหมดจะเคลื่อนทัพไปด้วยกัน

2 มี.ค. 2557 06:02 ไทยรัฐ