วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิลเบอร์รี่...ผลไม้ถนอมสายตาย ยุค "ชีวิตติดจอ"

โดย

เกือบ 50% ของคนไทยทั้งประเทศ มีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำทุกวัน...

ยิ่ง ใน ยุคโซเชียลมีเดีย ที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสามารถตอบสนองการใช้งานได้แบบไม่จำกัดเวลา เราสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ตลอดด้วย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนที่พกพาไปได้ทุกที่ ซึ่งในแง่ของการทำงานอาจดู เป็นเรื่องที่ดี แต่ในแง่สุขภาพ โดยเฉพาะสายตาแล้ว การมี “ชีวิตติดจอ” ตลอดเวลาอาจส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติทางสายตา เช่น ปวดตา ตาแห้ง ปวดศีรษะ และต้นคอ ที่เรียกว่า computer vision syndrome และโรคทางสายตาอื่นๆได้

จาก การสำรวจสุขภาพสายตาคนไทยล่าสุด พบว่าคนไทยไม่น้อยกว่า 15 ล้านคน มีสายตาผิดปกติ ในจำนวนนี้เป็นคนตาบอด 369,013 คน และสายตาเลือนราง 987,993 คน จากการสำรวจและศึกษาสถิติการเป็นโรคทางสายตาในประเทศ ไทย พบว่ามีอัตราการเกิดโรคเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ว่ากันว่า คนยุคใหม่มีการใช้จอต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งจอคอมพิวเตอร์ จอแท็บเล็ต หรือ จอสมาร์ทโฟน ในการอัพเดตสถานะ เล่นเกม ดูหนัง ดูซีรีส์ ส่งข้อความ ซื้อของออนไลน์ หรือค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้ต้องใช้สายตาเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ คนไทยมีอัตราการใช้สายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์และจอต่างๆ โดยเฉลี่ยถึงวันละ 8-10 ชั่วโมง ส่งผลให้กล้ามเนื้อลูกตาทำงานหนัก เพิ่ม โอกาสที่จะทำให้สายตาเสียได้มากกว่าการอ่านหนังสือ หรือทำงานในกระดาษ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายทางสายตาก่อนเวลาอันควร ซึ่งถ้าใช้สายตาหน้าจอ ต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้เกิดอาการ ตาเพลีย ตาล้า ระคายเคืองตา ถึงร้อยละ 82.7% นอกจากนี้ หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ยังปล่อยแสง Blue Light หรือแสงสีฟ้าพลังงานสูงใกล้เคียงกับแสง UV ซึ่งที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่อาจเคยรู้มาบ้างแล้วว่า รังสียูวีจากแสงแดดสามารถทำร้ายเซลล์ของดวงตาทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับเลนส์และ จอประสาทตาได้ แต่อาจยังไม่รู้ว่าแสง Blue light ที่มีความเข้มของแสงที่ปล่อยออกมาจากหน้าจออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอมือถือสมาร์ทโฟน รวมไปถึงแสงฟลูออเรส-เซนต์จากหลอดไฟ ก็มีผลกระทบต่อดวงตาเช่นกัน

มี การศึกษาพบว่าแสง Blue light ส่งผลให้มีอนุมูลอิสระสะสมทำร้ายเซลล์ตา ทำลายจอประสาทตา และเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เกิดโรคทางสายตาบางอย่าง เช่น จอประสาทตาเสื่อม และต้อกระจก ซึ่งโรคนี้ เป็นสาเหตุหลักอันดับหนึ่งที่นำไปสู่ภาวะตาบอด นอกจากนี้ การศึกษาในประเทศญี่ปุ่นยังพบอีกว่าการใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนักมีความ สัมพันธ์กับการเกิดโรคต้อหิน ซึ่งมีอาการความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้ขั้วประสาทตาถูกทำลายได้ง่าย และภาวะตาบอดได้

การดูแลดวงตาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เราสามารถถนอม ดวงตาได้ง่ายๆ คือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายดวงตา หมั่นพักสายตาและกะพริบตาบ่อยๆ อย่างน้อย 10-15 ครั้งต่อนาที และทุก 15-30 นาทีควรพักหลับตา หรือมองออกไปไกลๆประมาณ 2-3 นาที นั่งทำงานในที่มีแสงสว่าง เพียงพอ ปรับขนาดตัวหนังสือให้อ่านง่าย ไม่เล็กเกินไป

เลือกรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น และยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดภาวะตาแห้ง การกินผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ อาทิ บลูเบอร์รี่และแบล็กเคอร์แรนต์ ที่มีงานวิจัยว่าช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายเซลล์ตา

มีผล การศึกษาวิจัยในต่างประเทศจำนวนมาก พบว่ามีการใช้ บิล-เบอร์รี่ เป็นผลไม้เพื่อบำรุงดวงตามาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากนักบินของอังกฤษสังเกตว่าการรับประทานผลบิลเบอร์รี่ ทำให้ความสามารถในการมองเห็นในเวลากลางคืนดีขึ้น ทำให้อาการเมื่อยล้าของดวงตาจากการใช้งานนานๆ ลดน้อยลง

จากการวิจัย เกี่ยวกับสุขภาพตาในหลายๆ ประเทศ พบว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ โดยเฉพาะบิลเบอร์รี่ มีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มี สีแดงม่วงจนไปถึงน้ำเงิน มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงเมื่อเทียบกับผัก ผลไม้อื่นๆ และมีฤทธิ์ที่ทำงานต่อดวงตา นอกจากนี้ บิลเบอร์รี่ยังมีวิตามินซี วิตามินอี และเบตาแคโรทีนสูง ซึ่งล้วนแต่เป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันดวงตาจากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยปกป้องเลนส์แก้วตาถูกทำลาย หรือขุ่นมัว อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อมอีกด้วย

ส่วน สารแอนโธไซยานิน ในบิลเบอร์รี่นั้น มีการศึกษาพบว่า ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานขึ้นตา ต้อหินและต้อกระจกได้ หาก ควบคุมดูแลเบาหวานให้ดี และช่วยป้องกันอาการอ่อนล้าของตา ช่วย ให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืดหรือที่มีแสงน้อย รวมทั้งช่วยเสริมสร้างการสังเคราะห์สารคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือดฝอย จึงเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนของเลือด

นอกจากนี้ ยังมีผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อื่นๆ ที่มีส่วนช่วยถนอมสายตาเช่นกัน เช่น แบล็กเคอร์แรนต์ แครนเบอร์รี่ โช้คเบอร์รี่ อาซาอิเบอร์รี่ เอล-เดอร์เบอร์รี่ และ สตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งหากรับประทานผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ หรือในรูปเบอร์รี่สกัดเข้มข้น จะช่วยให้ได้สารอาหารบำรุงสายตามากมาย ลดอาการเหนื่อยล้าและอาการเจ็บตา รวมถึงป้องกันหรือชะลอความเสื่อมที่ก่อให้เกิดโรคทางสายตา ทำให้ได้อาหารบำรุงตามากขึ้นในการป้องกันโรคและความผิดปกติที่เกิดกับดวงตา รวมถึงช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของตาก่อนเวลาอันควรด้วย.

1 มี.ค. 2557 19:44 ไทยรัฐ