วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" ปลุกจิตวิญญาณสีกากี พัฒนาตำรวจให้ทันสังคม

"พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" ปลุกจิตวิญญาณสีกากี พัฒนาตำรวจให้ทันสังคม

  • Share:

“การพัฒนาบุคลากรเป็นเรื่องสำคัญ ตำรวจต้องทำงานกับสังคม ความรู้ของตำรวจสลับซับซ้อน ผลการใช้วิธีการแบบผิดแบบไม่รู้เท่าทันในงานตำรวจ ที่ผ่านมาระบบสังคมไทย ระบบตำรวจ เทคโนโลยีใหม่ๆ และความไม่รู้ได้ทำร้ายองค์กรตำรวจและสังคม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถึงเวลาที่เราจะต้องช่วยกันเริ่มเลย แล้วคุณภาพชีวิตของตำรวจและประชาชนคนไทยจะดีขึ้นอีกมาก ขออย่าได้กังวลตำรวจทุกหน่วย ก็เจอแบบตำรวจเรามาทั้งนั้น หนักยิ่งกว่าเราหลายเท่าก็แก้กันได้”

“ขอให้คิดด้านดี ตั้งใจมั่น ช่วยกันเริ่มเลย ตำรวจต้องเรียนรู้อย่างถูกวิธีกันใหม่ ไม่งั้นต่อไม่ติด การปฏิบัติตามโครงการจิตวิญญาณตำรวจ (Police Mind) เป็นการทำงานเชิงปฏิบัติการ ทำได้เลยพร้อมกันหลายเรื่อง ซึ่งตำรวจหลายประเทศทั่วโลกได้เรียนรู้และนำไปใช้ได้ผลมาแล้ว”

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์  ผบช.ก. เปิดใจแนวคิดในการพัฒนางานตำรวจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

เป็นอีกทางออกของการแก้ไขสถานการณ์อาชญากรรมประเทศไทยที่อยู่ในระดับสูงและรุนแรง มีสัดส่วนคดีฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนมากที่สุดในโลก

ยิ่งไปกว่านั้น ทางองค์กร VISION OF HUMANITY ORGANI ZATION ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับระดับความสงบสุขในสังคมของแต่ละประเทศในปี พ.ศ.2556 โดยใช้ จีพีไอ หรือ GLOBAL PEACE INDEX หรือ ดัชนีชี้วัดความสงบสุขของสังคมในแต่ละประเทศในปี พ.ศ.2555 ในการศึกษาสรุปว่า

ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 130 จากกลุ่มประเทศที่ทำการศึกษาทั้งหมด 162 ประเทศ ต่ำกว่าประเทศเอธิโอเปีย กาบอง และโคลอมเบีย

ประกอบกับในปัจจุบันประเทศไทยยังมีความขัดแย้งทางการเมือง ฝ่ายที่มีอำนาจบริหารประเทศ จำเป็นต้องใช้ตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทำให้เกิดความไม่พอใจกับฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล เป็นเหตุให้เกิดการมองภาพลักษณ์ตำรวจไปในทางที่ผิดๆ

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการทำงานของตำรวจไทยในรูปแบบเดิมๆ อีกทั้งค่านิยมในแบบเดิมๆที่ถูกสอนกันมากจากการปฏิบัติงานของตำรวจในรูปแบบเก่าที่ต้องเน้นความเข้มใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถนำความผาสุกมาสู่สังคมได้ ยังเป็นการเพิ่มระยะห่างระหว่างตำรวจกับประชาชนมากยิ่งขึ้น
จึงถึงเวลาแล้วที่ตำรวจไทยจะต้องทบทวนเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานใหม่เพื่อให้งานตำรวจ สามารถสร้างความสุขให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

จากการศึกษาพบว่า ในปัจจุบัน 90 เปอร์เซ็นต์ของงานตำรวจทั่วโลกได้เปลี่ยนมาเน้น “การให้บริการ หรือ  Service Mind” โดยการจับกุมเองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการ และประสบความสำเร็จในการลดอาชญากรรม

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ที่มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับหน่วยงานตำรวจหลายประเทศได้นำหลักการและทฤษฎีตำรวจสมัยใหม่ เช่น “ทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน”

(Community Policing) และหลักการตำรวจพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่พลิกผันไปตามแนวทางของชุมชน (C.O.P.P.S.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และจากตำรวจหลายประเทศมาใช้ในงานปฏิบัติการจริง

ปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติงานของตำรวจ บช.ก.จากรูปแบบเดิมคือองค์กรตำรวจแบบเน้นการบังคับใช้กฎหมายไปเป็นองค์กรตำรวจที่เน้นการให้บริการ
ทำให้งาน “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” ได้

ถูกผลักดันกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ 10 ปี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2555 ซึ่งจะใช้ตั้งแต่ปี 2555-2564

งานตำรวจจะสำเร็จได้ต้องอาศัยตัวตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเป็นสำคัญและยังต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน โดยตัวตำรวจต้องทำงานแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชนเป็นหุ้นส่วน  ซึ่งกันและกันในการทำงานรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

การทำงานร่วมกับประชาชน การปฏิบัติตัวต่อคนหรือประชาชนและการเรียนรู้เรื่องคน “จิตวิทยาของคน” จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง วัสดุอุปกรณ์ยานพาหนะหรือเทคโนโลยีทันสมัยเป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานเท่านั้น คนมีความซับซ้อนมากกว่าเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์จึงไม่สามารถใช้หุ่นยนต์มาทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

การที่ตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จในงานตำรวจ คุณภาพของบุคลากรตำรวจจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้น ซึ่งตำรวจจะไม่สามารถมีคุณภาพที่ดีได้ หากอาศัยเพียงการมีทักษะองค์ความรู้งานตำรวจที่ดีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง บุคลิกภาพลักษณะที่ดีเท่านั้น

แต่จะต้อง เป็นผู้ที่มี “จิตวิญญาณตำรวจ” (Police Mind) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่ง

ในแวดวงผู้บังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศ “จิตวิญญาณตำรวจ” หรือ “จิตวิญญาณของผู้บังคับใช้กฎหมาย” (Spirituality of Law Enforcement Officer) ถือว่าเป็น “พลังที่มองไม่เห็น” (Invisible Power) เป็นพลังแฝงที่มีอานุภาพมาก สามารถต่อสู้กับความเลวร้ายในสังคมได้เป็นอย่างดีเทียบเคียงได้กับ “ขวัญและกำลังใจ” ซึ่งเป็นพลังอำนาจการรบที่มองไม่เห็นของฝ่ายทหารเลยทีเดียว

องค์ประกอบของ “จิตวิญญาณตำรวจ” ประกอบด้วย หลักการทำงานตำรวจสมัยใหม่ เช่น งานตำรวจผู้รับใช้ชุมชน (Community Policing) ศาสตร์ของตำรวจ (Police Science) หลักการของจิตบริการ (Service Mind) จริยธรรมตำรวจ (Police Ethics) ความฉลาดทางอารมณ์ภาวะผู้นำที่มีคุณภาพโดยรวม (Total Quality Leadership) หลักการเหล่านี้หล่อหลอมกันออกมาเป็น “จิตวิญญาณตำรวจ”

ตั้งแต่เป็น ผบก.ป. และ บช.ก. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ได้พยายามรวบรวมแนวความคิด ทฤษฎีตำรวจ ประสบการณ์ความรู้ทั้งของตนเองและเพื่อนข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถเพื่อที่จะสร้าง “จิตวิญญาณตำรวจ” ในการให้บริการประชาชน

เชื่อมั่นว่าหากปลูกฝังและกระตุ้น “จิตวิญญาณตำรวจ” ของข้าราชการตำรวจอยู่เสมอ จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งเกิดประโยชน์ต่อตัวข้าราชการตำรวจ องค์กรตำรวจ และก่อให้เกิดความผาสุกแก่ชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ในช่วงปี 2557 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ได้มีการจัดอบรมให้ความรู้ความเข้าใจด้าน “จิตวิญญาณตำรวจ” ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.ก. โดยล่าสุดจัดอบรมให้ บก.ทท.ที่มี พ.ต.อ.ชัยทัต บุญขำ รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.สมรภูมิ ไทยเขียว รอง ผกก.2 บก.ป. นำคณะวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์มาบรรยายให้ความรู้แก่ข้าราชการตำรวจเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ปลูกจิตวิญญาณตำรวจให้นำไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล เรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนกลับคืนสู่องค์กรตำรวจ

พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฎี-พฤฒิพันธุ์ ผกก.2 บก.ทล. จัดฝึกอบรมตำรวจที่เข้าไปทำโครงการให้มีความรู้ความชำนาญและมีศักยภาพหลังได้เข้าไปคลุกคลีกับเด็กและเยาวชนในโครงการ “ยุวชนตำรวจ”มาระยะหนึ่ง

โดยใช้ชื่อว่า “การฝึกอบรมพัฒนาด้านจิตใจ (Mind Training) โดย บช.ก.ร่วมกับมูลนิธิ  International  Youth Fellowship หรือ IYF”

ได้เชิญวิทยากรพิเศษที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายสาขาอาชีพจาก IYF ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่ฝึกฝนเยาวชนผู้นำในอนาคตเพื่อจูงนำยุคโลกาภิวัตน์สร้างเสริมจิตใจสู่ความเป็นสากล

“การให้บริการด้วยจิตวิญญาณจะสะท้อนเป็นภาพความสำเร็จความพึงพอใจผู้มาใช้บริการ หรือประชาชน จะบอกต่อขยายไปอย่างน้อย 5 เท่า หรือบอกต่อถึงความประทับใจต่อคนอื่นๆ อีก 5 คน และหากมีใครมาพูดถึงหน่วยงานตำรวจในทางที่ไม่ดี พวกเขาจะคอยปกป้องเราเอง”

เป็นอีกแนวคิดของนายตำรวจที่มีประสบการณ์ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่ถ่ายทอดวิชาการตำรวจและความเป็นจริงแห่งความเป็นตำรวจที่ได้รับการยอมรับในสากล
คาดหวังจะได้เห็นตำรวจทำงานกันอย่างมีความสุข ประชาชนและสังคมเป็นสุข.


ทีมข่าวอาชญากรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้