วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


อุปสรรคมีไว้ให้พุ่งชน!! พ่อเลี้ยงเลือดใหม่โบนันซ่า

จากวัยรุ่นที่คึกคะนอง และหลงผิดพลาดพลั้งไปจนเกือบเสียผู้เสียคน “สงกรานต์  เตชะณรงค์” กลับมายืนหยัดอีกครั้งอย่างน่าภาคภูมิใจ ในฐานะพ่อเลี้ยงโบนันซ่า และซีอีโอรุ่นใหม่ไฟแรงของกลุ่มธุรกิจโบนันซ่า กรุ๊ป รับช่วงสืบทอดกิจการต่อจากบิดา “ไพวงษ์  เตชะณรงค์” ฟื้นฟูอาณาจักรโบนันซ่าเกือบ 5,000 ไร่ ที่ติดหนี้ตัวแดงหลายร้อยล้านบาท ให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมอีกครั้ง พร้อมบุกเบิกธุรกิจใหม่เปิดตัว 3 โครงการบ้านและคอนโดมิเนียม มูลค่าหลายพันล้านบาท เพื่อสานฝันปั้นโบนันซ่า กรุ๊ป เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

วัยเด็กของ “สงกรานต์ เตชะณรงค์” โตมาแบบไหนคะ

ผมค่อนข้างลุยครับ เพราะคุณพ่อเป็นคนลุยมาก และสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยตัวเอง คุณพ่อจะสอนลูกให้ลุยทุกคน ขนาดน้องสาวทั้งสองคนก็นิสัยเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คุณพ่อเริ่มทำ “โบนันซ่า” ตอนผมอายุ 7-8 ขวบ ลูกๆทั้ง 4 คน ต้องไปไร่กับพ่อที่เขาใหญ่ทุกเสาร์อาทิตย์ เขาใหญ่ในตอนนั้นแตกต่างจากเขาใหญ่วันนี้เยอะ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เขาใหญ่ยังเป็นถนนดินลูกรัง เวลาจะไป “โบนันซ่า” ต้องนั่งรถไถเข้าไปอย่างเดียว ถ้าจะเข้าห้องน้ำ ก็ต้องจอดข้างทาง เพราะยังไม่มีปั๊มน้ำมันเยอะเหมือนทุกวันนี้ คุณพ่อเลี้ยงลูกๆอยู่ในไร่ตลอด ตอนนั้น “โบนันซ่า” เป็นไร่ข้าวโพด พวกเราก็จะไปวิ่งเล่นอยู่ในไร่ ขี่ม้า, ยิงนก, ตกปลา ตามประสาเด็ก


ตั้งแต่เล็กจนโตเห็นคุณพ่อลุยงานหลายอย่าง ได้ซึมซับความเป็นนักสู้บ้างไหม

พ่อผมทำอะไรมาเยอะมาก พ่อเล่าให้ฟังว่าทำมาหมดทุกอย่าง ตั้งแต่เด็กๆก็ขายลอตเตอรี่ในสวนลุม เสิร์ฟอาหาร เป็นโรบินฮู้ดในอเมริกา สร้างเนื้อสร้างตัวจากการทำร้านอาหาร และเป็นคนแรกที่เปิดซุปเปอร์มาร์เกตในอเมริกา ทำงานไปเรียนหนังสือไป พอกลับมาเมืองไทยก็ทำเทรดดิ้งส่งของไปขายในอเมริกา และมาเปิด “โบนันซ่า” ที่เขาใหญ่ อันนี้เป็นความฝันของพ่อเลย พ่อเริ่มทำ “โบนันซ่า”ตอนอายุ 40 ปี ยุคนั้นยังมีคนไปบุกเบิกไม่กี่เจ้า พ่อเป็นคนแรกๆที่บุกเบิกธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้และสร้างหมู่บ้านที่เขาใหญ่ ตอนนั้นกว่าจะหาคนซื้อได้แทบแย่ครับ เพราะเขาใหญ่เพิ่งมาบูม 6-7 ปีหลัง น้ำไฟก็ยังไม่ดี

ชีวิตวัยเด็กที่โตมาในไร่ หล่อหลอมเราให้มีนิสัยคาวบอยไหม

คุณพ่อจะเป็นคาวบอยตัวจริงเลย ส่วนผมก็มีส่วนบ้างตอนวัยรุ่นจะชอบเที่ยวชอบปาร์ตี้ และเกเรมาก ลองมาแล้วทุกอย่าง!! แต่หลังจากมาช่วยพ่อทำงานที่ “โบนันซ่า” ก็เริ่มอิ่มตัวกับเรื่องพวกนี้ และกลับไปชอบชีวิตแบบเขาใหญ่มากกว่า ผมเป็นคนไฮเปอร์มาก เวลาอยู่เขาใหญ่จะมีอะไรให้ทำตลอด ปรับปรุงโน่นปรับปรุงนี่ไปเรื่อย เป็นคนอยู่ว่างไม่ได้

เข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจของคุณพ่อตั้งแต่เมื่อไหร่

หลังเรียนจบด้านไฟแนนซ์ จากมหาวิทยาลัยไวกาโต ประเทศนิวซีแลนด์ ผมก็มาลุยงานที่ “โบนันซ่า” เลย ตอนนั้นอายุแค่ 24 ปี ที่จริงอยากทำงานไฟแนนซ์ตามที่เรียนมาก่อน แต่พ่อบอกว่า พ่อเหนื่อยแล้ว อายุ 60 แล้ว จ่ายค่าเล่าเรียนให้เอ็งมาเยอะ ถึงเวลาใช้หนี้คืน!! ตอนนั้นพ่อทำธุรกิจเยอะจริงๆ นอกจาก “โบนันซ่า”ก็ทำหนังสือพิมพ์บางกอก ทูเดย์ และทำธุรกิจโซลาร์ตรอน เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ ทุกวันนี้ พ่ออายุ 67 ปีแล้ว ยังแอคทีฟอยู่เลย มีเวลาก็จะเดินตรวจ “โบนันซ่า”

คุณพ่อถ่ายทอดวิทยายุทธ์อะไรให้บ้าง

(ส่ายหน้า) พ่อไม่สอนอะไรเลย บอกว่าเอ็งโตแล้ว ต้องตัดสินใจเองแล้วจะเป็นผู้นำคนต้องตัดสินใจ พ่อจะพูดตลอดว่า ตอนอายุ 12-13 ปี พ่อก็เริ่มทำงานหาเงินเองแล้ว ช่วงเข้ามาทำงานแรกๆ ผมต้องโทร.หาพ่อทุกชั่วโมง เพราะไม่เคยทำงานบริหารมาก่อน เคยแต่ทำจ็อบเล็กๆสมัยเรียนอยู่นิวซีแลนด์คือ ล้างจาน, เสิร์ฟอาหาร, รับจ้างตัดองุ่น และทำกับข้าว ไม่เคยบริหารคนเป็นร้อยๆ

เป็นพ่อเลี้ยงอ่อนประสบการณ์ เคยถูกลองดีจากลูกน้องพ่อไหม

ก็มีทุกรูปแบบ หลายคนทำงานกับพ่อมานานมาก เห็นเราตั้งแต่เด็ก จู่ๆจะมาสั่งงานพวกเขา ก็มีปัญหานิดหน่อยของแบบนี้ต้องใช้เวลาค่อยๆจูนเข้าหากัน ตอนแรกผมใช้วิธีพูดคุยกันดีๆแต่ด้วยความเป็นเด็กทำให้ไม่มีใครฟังเรา ผมเลยเปลี่ยนมาใช้ไม้แข็งคือ ดุอย่างเดียว และชนลูกเดียว ปรากฏว่ามันแรงเกินไป เลยต้องปรับมาใช้ไม้อ่อนบ้างผสมผสานกันไป ตอนเข้ามาทำใหม่ๆ แค่เซ็นชื่อขอกู้เงิน 20 กว่าล้านบาท เพื่อรีโนเวท “โบนันซ่า” ผมยังมือสั่นเลยเพราะเพิ่ง จบมาใหม่ๆ ช่วงแรกที่เข้ามาทำก็เจ๊งไป 10 กว่าล้านบาท จากการลงทุนทำโซนเครื่องเล่นแอดเวนเจอร์ เป็นประสบการณ์ที่จำไม่ลืม

ซีอีโอเลือดใหม่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้ “โบนันซ่า” บ้าง

ผมเข้ามาบริหารกลุ่มโบนันซ่า กรุ๊ป ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบ 5,000 ไร่ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว จากปีแรกๆที่ติดหนี้ตัวแดง 200-300 กว่าล้านบาท ก็ค่อยๆปรับปรุงแก้ไขจนไม่ติดตัวแดง ซึ่งตรงนี้ภูมิใจมาก นอกจากจะปรับปรุง “โบนันซ่า” ให้ดีขึ้นและทันสมัยขึ้น ผมยังขยายธุรกิจใหม่ไปสร้างบ้านและคอนโดมิเนียมด้วย เพิ่งเปิดตัวไปพร้อมกัน 3 โครงการในชื่อของ “โบนันซ่า เขาใหญ่” ลงทุนไปหลายพันล้านบาท ประเดิมด้วยโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น “THE SERENO” มูลค่า 500 ล้านบาท ในบรรยากาศร่มรื่น ย่านแจ้งวัฒนะ ชานเมืองกรุงเทพฯ และอีก 2 โครงการที่เขาใหญ่ คือ โครงการ “MOMENTO” บ้านจัดสรรแนวโมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ มี 2 เฟส มูลค่ารวม 1,450 ล้านบาท ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเป็นธรรมชาติของเขาใหญ่ โอบล้อมด้วยทิวเขา ส่วนอีกโครงการคือ PARCO เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์คันทรีลอฟท์ 4 ชั้น 4 อาคาร ขนาด 300 กว่ายูนิต ลงทุนไป 1,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 19 ไร่ของ “โบนันซ่า” โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนโรงแรม ตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียล คอทเทจ ภายในโครงการยังมีบูติกโฮเต็ลไว้รองรับกลุ่มลูกค้าระดับสูงด้วย โครงการนี้จะเริ่มสร้างกลางปี 2557 เราเปิดขายพรีเซลตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ขายไปได้เกินครึ่ง...หายเหนื่อยครับ!!ผมยังวางแผนจะรีโนเวททั้ง “โบนันซ่า” พร้อมกันไปเลย เพื่อเตรียมเปิดตัว “โบนันซ่าภาพลักษณ์ใหม่” ในปลายปีหน้า “โบนันซ่า” มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากทั้งสนามกอล์ฟ, สนามแข่งรถ, สนามขี่ม้า, แอดเวนเจอร์ทุกอย่าง และสวนสัตว์ ซึ่งคุณพ่ออยากทำ เพราะเป็นคนรักสัตว์มาก ผมยังเล็งๆไว้ว่าจะเปิดโครงการอสังหาฯแห่งใหม่ที่หัวหินด้วย

คุณพ่อเล็งเห็นอะไรในตัวลูกชายคนโต ถึงปล่อยให้ลองผิดลองถูกเองหมด

พ่อปล่อยมาตลอด และคอยดูห่างๆ แต่จะรู้จุดของลูกชายว่า ถ้าชื่นชม ผมจะไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่ผมเป็นคนที่ถ้าโดนด่า หรือกดดันมากๆ จะฮึดสู้ทันที และต้องทำให้สำเร็จ!! ที่ผ่านมาผมเป็นคนใจร้อน โดนท้าไม่ได้เลย แต่พอแต่งงานมีภรรยาแล้ว ก็ใจเย็นขึ้นมาก เดี๋ยวนี้ลูกน้องรักผมขึ้นเยอะ ผมใจร้อน แต่ไม่ได้ใจร้ายนะครับ (ยิ้ม)

“โบนันซ่าโฉมใหม่” ฝันไว้ให้เป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ขนาดไหน

ผมเดินทางไปดูงานหลายแห่ง อยากทำให้ “โบนันซ่า” เป็นพร็อพเพอร์ตี้ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้, สะอาดสะอ้าน, ทันสมัย, บริการดี และเป็นเดสติเนชั่นที่ใครๆต้องแวะมาเที่ยวเมื่อมาเยือนเขาใหญ่

อะไรคือเสน่ห์ของเขาใหญ่ยุคนี้

เขาใหญ่เปลี่ยนไปเยอะครับ ยุคนี้มีฟาซิลิตี้ทุกอย่างครบครัน สมัยก่อน “เขาใหญ่” เป็นที่สำหรับคนรีไทร์ แต่ทุกวันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว และเหมาะเป็นบ้านหลังที่สองหลังที่สาม ด้วยความที่ใกล้ ขับรถจากกรุงเทพฯ แค่ 2 ชั่วโมง แถมอากาศดีมากเป็นโอโซนของประเทศไทย

ทุ่มเททำงานหนักขนาดนี้ มีวิธีชาร์จแบตยังไง

ผมทำงาน 7 วันครับ ปกติจะอยู่เขาใหญ่ 5 วัน และขึ้นมาประชุมที่กรุง เทพฯ 2 วัน เวลาเหนื่อยๆ เครียดๆผมชอบออก กำลังกายหนักๆ เพราะเป็นพวกบ้าพลัง แต่ปลายปีก่อนประสบอุบัติเหตุไหปลาร้าหักจากการซ้อมขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่สนามแข่งโบนันซ่า ทำให้ต้องงดออกกำลังกาย ทุกวันนี้ถ้าว่างจากงานก็จะนอนยาวเลย ปิดสวิตช์ทุกอย่าง เพื่อให้ได้พักผ่อนจริงๆ ผมจะหัวแล่นตอนช่วงตีหนึ่งตีสอง ก่อนนอนเลยติดนิสัยชอบเขียนลิสต์ว่า พรุ่งนี้ต้องทำอะไร และติดต่อใคร พอตื่นมาตอนเช้า สิ่งแรกที่ทำคือคว้าคอมพิวเตอร์มาตอบเมล์ โชคดีที่ภรรยา (แอฟ-ทักษอร) เข้ามาช่วยงานเต็มตัว โดยดูแลด้านการตลาดทั้งหมด เลยช่วยแบ่งเบาได้มาก

มองย้อนกลับไปในอดีต ช่วงเวลาไหนที่ภูมิใจกับตัวเองมากที่สุด

ตอนเด็กๆผมเกเรมาก ลองมาหมดทุกอย่าง สมัยเรียนมัธยมอยู่ที่อังกฤษ ผมสอบตกเลขตลอด แต่คุณพ่อรู้จุดลูกชาย เป็นคนโดนเยาะเย้ยไม่ได้จะฮึดสู้ทันที พ่อก็เลยท้าว่าตกเลขแบบนี้จะเรียนไฟแนนซ์ได้เหรอ เท่านั้นล่ะ ผมลุยไปข้างหน้าเลย ใช้เวลาแค่ 3 ปีครึ่งก็จบ!! ตรงนี้ภูมิใจมาก ชีวิตที่นิวซีแลนด์ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเลย เพราะนิวซีแลนด์เงียบมาก ไม่มีสิ่งยั่วยวนใจ ทำให้มีเวลาคิดเยอะ ได้คิดถึงอนาคตตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมหันมาชอบเล่นกีฬาหนักๆ ตอนนั้นผมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย อยากพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นว่าเราดูแลตัวเองได้ไม่ปาร์ตี้แล้ว ส่วนเรื่องสองที่ภูมิใจคือ การปรับปรุงฟื้นฟู “โบนันซ่า” ได้สำเร็จ ทำให้คุณพ่อไว้วางใจ ทุกวันนี้ไม่ต้องยกหูปรึกษาพ่อแล้ว เลยไม่ทะเลาะกัน (หัวเราะ)เป้าหมายของผมคือ อยากสร้างโบนันซ่า กรุ๊ป ให้แข็งแกร่งพอจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตรงนี้เป็นความฝัน ส่วนเรื่องงานการเมือง ผมยังไม่คิด เคยไปลองทำที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ก็สนุกดีครับ ได้ประสบการณ์เยอะ แต่ตอนนี้ผมเพิ่งอายุ 31 ปี ขอสร้างรากฐานให้ครอบครัวก่อน.

 

ทีมข่าวหน้าสตรี

จากวัยรุ่นที่คึกคะนอง และหลงผิดพลาดพลั้งไปจนเกือบเสียผู้เสียคน “สงกรานต์ เตชะณรงค์” กลับมายืนหยัดอีกครั้งอย่างน่าภาคภูมิใจ ในฐานะพ่อเลี้ยงโบนันซ่า และซีอีโอรุ่นใหม่ไฟแรงของกลุ่มธุรกิจโบนันซ่า กรุ๊ป ... 1 มี.ค. 2557 14:10 1 มี.ค. 2557 14:32 ไทยรัฐ