วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกไทยเชื้อสายจีนคนที่ 7

โดย บาราย


ใน “17 นายกรัฐมนตรีไทยเชื้อสายจีน” (ชื่อหนังสือ จากงานวิจัยด้านจีนศึกษา โครงการสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ.2556) วิววัฒนา ไทยสม ลำดับให้ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เป็นคนที่ 4

ดุษฎี พนมยงค์ เขียนไว้ใน “ร้อยลายมังกร” ว่า...มีหนังสือทั้งภาษาต่างประเทศและในประเทศ เขียนว่า นายปรีดีเป็นคนจีนโพ้นทะเลชั่วที่ 2 โดย เป็นลูกจีน มีบิดาเป็นคนจีนมาจากเมืองจีน แต่ในความเป็นจริง นายปรีดี เป็นชั่วที่ 4 คือเป็นเหลนจีน

บรรพบุรุษชั่วที่ 1 เดินทางจากจีน แต่งงานกับคนไทย ต่อมาในชั่วที่ 2 และชั่วที่ 3 ก็ล้วนแต่งงานกับคนไทย

ประวัติความเป็นคนไทยเชื้อสายจีน นายปรีดีเขียนเองโดยรวบรวมจากคำบอกเล่าของญาติผู้ใหญ่...เริ่มจากนายก๊ก แซ่ตั้ง บรรพบุรุษฝ่ายชายของสกุล “พนมยงค์” เกิด พ.ศ.2337 ที่หมู่บ้านเอ้–ตัง แขวงเท่งไฮ้ เขตแต้จิ๋ว ประเทศจีน

ตามบันทึกของบรรพบุรุษ แห่งหมู่บ้านเอ้ตัง... ก๊ก เป็นลูกชายของเส็ง ซึ่งเส็งเป็นลูกของเฮง เมื่อเส็งยังเล็ก แม่ของเฮง เป็นอาของแต้อ๋อง (จีนแต้จิ๋วเรียกพระเจ้ากรุงธน...แต้อ๋อง)

เฮงอพยพมาอยู่ไทยในสมัยสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์์ พักอยู่กับญาติฝ่ายจีนของพระเจ้าตาก ในชุมชนคลองสวนพลู เมื่อพม่ารุกรานไทย พระยาตาก รวบรวมราษฎรจำนวนหนึ่งเข้าไปรักษากำแพงกรุงฯ เฮงอาสาเข้าไปด้วย

เฮงสู้รบจนตัวตาย พระเจ้าตากสินพระราชทานเงินพดด้วงฝากนายเรือที่เดินเรือค้าขายไปให้ครอบครัวเฮงที่เมืองจีน เฮงมีบุตรชาย ชื่อเส็ง แต่เส็งยังทำมาหากินอยู่ในจีน มีบุตรชายหลายคน คนหนึ่งชื่อ “ก๊ก”

ก๊กอายุ 20 ปี เส็งจึงให้เดินทางมาไทย ให้เงินพดด้วง 1 ตำลึงเป็นทุนทำกิน วันหนึ่งในเดือน 3 รัชกาลที่ 2 กรุงรัตนโกสินทร์ เรือสำเภาที่ก๊กโดยสาร มาถึงกรุงเทพฯ อยู่กรุงไม่นาน ก็เดินทางไปอยุธยา เอาเงินพดด้วง 1 ตำลึงเป็นทุน

เริ่มต้นอาชีพทำแป้งข้าวหมักออกจำหน่าย ก๊กเป็นผู้เริ่มต้นทำธุรกิจเต้าเจี้ยวแห่งแรกในสยาม

ก๊กแต่งงานกับปิ่น บุตรนายเกริ่น มีบุตรชาย 2 คน คือ เกิด กับ ตั้ว เกิด เกิดในรัชกาลที่ 3 เมื่อยังเล็กๆเริ่มหัดคลาน ได้ตกจากแพลงคลอง พ่อแม่กับญาติช่วยกันงมขึ้นมาได้ ปิ่น มารดา จึงตั้งชื่อบุตรว่า บุญเกิด หมายถึงบุญกุศลช่วยให้เกิด

เกิดเรียนหนังสือไทยที่กุฏิสมภารวัดพนมยงค์ อายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นพระอยู่วัดพนมยงค์ 1 พรรษา สึกออกมาแต่งงานกับคุ้ม บุตรีพ่อค้าตำบลพระงาม แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ

เกิดกับคุ้มรับมรดกกิจการจากพ่อแม่ ขยายกิจการทำเต้าหู้และเต้าเจี้ยว ชาวกรุงฯเรียกกันว่า เต้าเจี้ยวหวาน

เกิดไม่เพียงทำเต้าเจี้ยวหวานเก่ง ยังเก่งในศิลปะดนตรี มีวงเครื่องสาย 1 วง บุตรชายของเกิดก็ได้รับการฝึกฝน เกิดคุ้ม มีบุตร 8 คน 1 นายแฟง 2 นายฮวด 3 นายชุน 4 นางสาวง้วย 5 นายฉาย 6 นายฮ้อ 7 นายเสียง 8 นางบุญช่วย

เสียงบุตรชายคนที่ 7 เกิด พ.ศ.2409 ศึกษาภาษาไทยที่วัดศาลาปูน แต่งโคลง  ฉันท์ กาพย์ กลอน ไว้หลายเรื่อง ทั้งยังฝึกฝนทางดนตรี มีฝีมือพิเศษ ทางซออู้ ซอด้วง และหีบเพลง อายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นพระ ณ วัดพนมยงค์ ได้ 3 พรรษาก็ลาสิกขาบท แต่งงานกับ “ลูกจันทร์” บุตรีหลวงพานิชย์พัฒนากร (เบ๊ก) และนางพานิชย์พัฒนากร (เล็ก กิจจาทร)

เสียงรักอาชีพอิสระ สมัครเรียนปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษที่สำนักหมออาดัมซัน ไปทำป่าไม้ที่พระพุทธบาท แต่สู้กับโรคระบาดไม่ไหวต้องเลิกกิจการ หันไปทำนา ที่ตำบลท่าหลวงเจอฝนแล้ง 2 ปี หนีไปหักร้างถางพงในที่ว่างตำบลอู่ตะเภา จนโครงการชลประทานป่าสักใต้ขยายไปถึงที่นา เสียงจึงทำนาได้ผล

เสียงมีบุตรกับลูกจันทร์ 6 คน คือ 1 นางธราทรพิทักษ์ (เก็บ) 2 นายปรีดี 3 นายหลุย 4 นางนิติทัณฑประภาส (ชื่น) และ 5 นางเนื่อง ลิมปินันท์ 6 นายถนอม

เสียงได้นางปุ้ยเป็นภรรยาคนที่ 2 มีบุตร 2 คน คือ นายอรรถกิติกำจร (กลึง) นางน้อม ตามสกุล

11 พ.ค.2443 นายปรีดีเกิด มารดาเป็นลมสลบ ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลจนฟื้น คิดกันว่าทารกตาย แต่เมื่อหันไปเอาใจใส่ทารกก็ร้องครอบครัวยินดีที่ได้ลูกชายคนแรก บิดาจึงตั้งชื่อว่าปรีดี

ปรีดี เติบโตในอาชีพราชการ เป็นอำมาตย์ตรี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7

ดำรงตำแหน่ง 2 สมัย สมัยที่ 1 คณะรัฐมนตรี คณะที่ 154 เมื่่อวันที่ 24 มีนาคม 2489 ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2489 สมัยที่ 2 คณะรัฐมนตรี คณะที่ 16 ดำรงตำแหน่งวันที่ 11 มิถุนายน 2489 ถึง วันที่ 21 สิงหาคม 2489.


O บาราย O

1 มี.ค. 2557 12:19 ไทยรัฐ