วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยเลือกตั้ง'5จังหวัด'

ขอร้องอย่าขวางอีก! พัชรวาทฟ้องชนะคดี

กกต.ลุยไฟจัดเลือกตั้งทดแทนใน  5 จังหวัด “ศุภชัย-สมชัย” ประสานเสียง ขอร้องกลุ่มต้านอย่าขวางอีก เชื่อไร้ปัญหา นัด 5 อรหันต์ กกต.ถกร่างคำร้อง ก่อนส่งศาล  รธน.วินิจฉัยอำนาจการประกาศจัดเลือกตั้งใหม่ กปท.ยื่นศาล รธน.ฟันรัฐบาลพ้นสภาพรักษาการ ป.ป.ช.ผวาสั่งหาที่ทำงานสำรอง ไล่บี้  ตร.ล่าหัวโจก กวป.ตัวป่วน “วราเทพ” วอน กกต.อนุมัติงบกลาง 2 หมื่นล้านจ่ายจำนำข้าว ชาวนาศรีสะเกษเฮได้รับเงิน อัยการนัดถกคำร้องรัฐบาลเบี้ยวหนี้สัปดาห์หน้า สตง.สั่งอายัดข้าวส่งตรวจดีเอ็นเอ พ่ออุ๊ย-แม่อุ๊ยเชียงใหม่สวดอิติปิโส 8 ทิศปัดเป่าเคราะห์ให้ “ยิ่งลักษณ์” เจ้าตัวเปลี่ยนโปรแกรมเลื่อนกลับกรุงเทพฯ

แม้ปัญหาจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ใน 28 เขต 8 จังหวัด ยังคงคาราคาซังจากความเห็นต่างในข้อกฎหมายระหว่าง กกต.กับรัฐบาล แต่ กกต.ยังคงเดินหน้าจัดการเลือกตั้งทดแทน 5 จังหวัด ในวันที่ 2 มี.ค. โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา

กกต.มอบนโยบายอนุกรรมการ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ก.พ.ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ รัชดา นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อม กกต.ทั้ง 5 คน เปิดการประชุมมอบนโยบายให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง 25 คณะ ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาและวินิจฉัยคำร้อง สำนวนการสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง การแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อสรุปและเสนอความเห็นให้ กกต. วินิจฉัยสั่งการ รวมถึงคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และการพิจารณาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทุกระดับ โดยนายศุภชัยกล่าวว่า ขอให้คณะอนุกรรมการทุกคณะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริมภารกิจของ กกต. ช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม

เน้นย้ำทำโปร่งใส-ตรงไปตรงมา

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ขอให้คณะอนุกรรมการทุกคนทำหน้าที่ตามหลักกฎหมาย การพิจารณาสำนวนสืบสวนสอบสวนต่างๆ ต้องทำอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ต้องช่วยให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ นำไปสู่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และช่วยกลั่นกรองให้คนดีมีคุณภาพเข้าสู่ระบบการเมือง

นัดถกก่อนส่งศาล รธน.วินิจฉัย

จากนั้นนายศุภชัยให้สัมภาษณ์ ถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นปัญหาการออก พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้งใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่สามารถเลือกตั้งได้ว่า ยังไม่ได้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ต้องประชุมร่วมกันอีกครั้งวันที่ 3 มี.ค. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องร่างคำร้องว่าสมบูรณ์หรือไม่ คาดจะส่งได้ในสัปดาห์หน้า ยืนยันว่าทำเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ส่วนกรณีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือขอให้ กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้เปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 นั้น กกต.ยังไม่ได้รับหนังสือ แต่ยืนยันว่าพยายามเร่งดำเนินการโดยเร็ว ไม่ใช่ว่า กกต.อยู่เฉย แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบแล้วไปจัดการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะไม่มีทางสำเร็จได้

หนุนตั้งโต๊ะเจรจาลดขัดแย้ง

นายศุภชัยกล่าวถึงกรณี กกต.ทำหน้าที่คนกลางเชิญคู่ขัดแย้งมาเจรจาหาทางออกว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ทุกฝ่ายลดทิฐิยอมพบกันคนละครึ่งทาง หันหน้าเข้าสู่การเจรจา เชื่อว่าการเจรจาเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะลดความขัดแย้ง หากอยากชนะกันบนซากปรักหักพังของประเทศ ไม่ได้ประโยชน์อะไร หากต่างฝ่ายต่างมีเงื่อนไขเชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่สำเร็จ ส่วนการจัดเลือกตั้งทดแทนใน 5 จังหวัด วันที่ 2 มี.ค. ไม่ห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา แต่ขอเรียกร้องให้กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง อย่าขัดขวางหรือปิดล้อม ซึ่งตนจะลงพื้นที่ไปติดตามการดำเนินการในแต่ละจุดด้วยตัวเอง หากสถานการณ์บ้านเมืองสงบจะจัดการเลือกตั้งทดแทนใน กทม.ทันที

ยืนยัน 5 จว.พร้อมจัดเลือกตั้ง

นายสมชัยกล่าวว่า การจัดเลือกตั้งทดแทน ในวันที่ 2 มี.ค. ภาพรวมทั้ง 5 จังหวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่มีการข่าวรายงานถึงกระบวนการคัดค้าน โดยจัดหาเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ครบถ้วนแล้ว รวมถึงอุปกรณ์จัดการเลือกตั้งและสถานที่ไม่มีปัญหา ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และกระทรวงมหาดไทยให้ความร่วมมือดี

ตรวจหน่วยเลือกตั้ง จ.เพชรบุรี

ต่อมานายสมชัยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงาน กกต.เพชรบุรี เพื่อตรวจดูความพร้อมการจัดเลือกตั้งทดแทน 74 หน่วย ที่ประกาศงดการลงคะแนนไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. พร้อมประชุมจัดเตรียมกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.เพชรบุรี ตำรวจตระเวนชายแดน 144 เจ้าหน้าที่ อส. และฝ่ายปกครอง ในกรณีมีการขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดให้เน้นการเจรจา

ยื่นศาล รธน.ฟันรัฐบาลพ้นสภาพ

เวลา 13.40 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัย ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่มีเหตุขัดข้องจนไม่สามารถรับสมัคร ส.ส.ได้ 28 เขต ใน 8 จังหวัดภาคใต้ หาก กกต.จะจัดการเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขต จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 108 หรือไม่ และการเลือกตั้งครั้งนี้ยังได้ ส.ส.ไม่ถึงร้อยละ 95 จึงไม่สามารถเรียกประชุมรัฐสภาได้ภายใน 30 วัน จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 127 วรรคหนึ่ง และมาตรา 128 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 172 หรือไม่ และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อีกนานเท่าใด

ฟ้อง “มาร์ค” เพิ่มพ่วงยุบ ปชป.

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าปัญหาการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 30 วัน รวมถึงการจัดเลือกตั้งที่อาจได้จำนวน ส.ส.ไม่ถึงร้อยละ 95 เป็นความรับผิดชอบของนายกฯร่วมกับ กกต.นั้น เรื่องนี้คนรับผิดชอบไม่ใช่นายกฯ แต่ กกต.ทั้ง 5 คนต้องรับผิดชอบและตอบคำถามสังคม นายอภิสิทธิ์ควรตั้งคำถามไปที่ กกต.ว่าทำไมไม่จัดการเลือกตั้งให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้อยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตยแต่ขออยู่เพื่อรักษาตัวเองนั้น เป็นการกล่าวหาต่างกรรมต่างวาระ ฉะนั้นจะรวบรวมหลักฐานยื่นให้ กกต.เพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ อาจส่งผลให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้

ชี้นิ้วรัฐบาลทำชาติถึงทางตัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 4 มี.ค.นี้ จะครบ 30 วัน ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 127 กำหนดให้มีการเปิดประชุมสภานัดแรกหลังเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถเปิดประชุมได้ เพราะมี ส.ส.ไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด รัฐบาลเป็นผู้นำประเทศเข้าสู่ทางตัน และไม่ยอมช่วยแก้ปัญหา ในขณะที่ กกต.พยายามทำทุกทางทั้งเสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันลงคะแนนใหม่ ในขณะที่รัฐบาลกลับปฏิเสธพร้อมกล่าวโทษคนอื่น ทั้งที่ต้องโทษตัวเองที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถเกิดขึ้นได้

จองเวร “จารุพงศ์” รับตั๋วบินฟรี

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า นอกจากคดีรับจำนำข้าวที่ค้างอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว ยังมีคดีของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ  รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและยื่นถอดถอนไปเมื่อเดือน พ.ย.2556 เรื่องการรับผลประโยชน์ด้วยการรับตั๋วเครื่องบินจาก บริษัท อีสวอเตอร์ ในการเดินทางไปต่างประเทศคือ จีนและสิงคโปร์ เป็นเงินค่าตั๋วเครื่องบินรวมกว่า 50,000 บาท โดยจะรวบรวมหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช. รวมถึงการปลุกปั่นยุยงให้เกิดความรุนแรงแบ่งแยกในสังคม

ป.ป.ช.ผวาหาที่ทำงานสำรอง

ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่ปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. กดดันไม่ให้ ป.ป.ช.พิจารณาคดีทุจริตรับจำนำข้าว ว่า ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่ยังเข้าไปทำงานได้ ส่วนกรรมการ ป.ป.ช. พยายามหลีกเลี่ยงไม่เข้าสำนักงาน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ยังปฏิบัติงานอยู่ จะหาสถานที่ทำงานตามความเหมาะสม ยืนยันว่าการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวทำงานตามหน้าที่ ขอให้รับฟังเหตุผลของ ป.ป.ช.ด้วย หากไม่รับฟังคงลำบาก หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มอบให้ ทนายความมารับทราบข้อกล่าวหาแทน จะต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน การขอขยายเวลาชี้แจงทำได้ถ้ามีเหตุผล

ชี้ท่าที กวป.เริ่มผ่อนคลายลง

นายปานเทพกล่าวว่า ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ป.ป.ช.ไม่ได้เร่งรัดการไต่สวนและไม่รู้สึกถูกกดดันการทำงาน ส่วนกรณีที่กลุ่ม กวป.ขู่เทปูนปิดทางเข้าออกสำนักงาน พอขอร้องไม่ให้ทำทางผู้ชุมนุมก็รับฟัง มีท่าทีผ่อนคลายลง เมื่อถามว่า ป.ป.ช.จะส่งสัญญาณไปยังนายกฯ เพื่อให้ปรามกลุ่ม กวป.หรือไม่ นายปานเทพตอบว่า ไม่เอา ท่านคงดูอยู่

บี้ ตร.ล่าหัวโจกที่ติดหมายจับ

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังเข้าทำงานได้ และยังมีสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนพิษณุโลก ที่สามารถไปใช้งานได้ แต่ได้เตรียมสถานที่สำรองให้กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนใช้ทำงาน ส่วนที่กลุ่ม กวป.จะเทปูนปิดทางเข้าออกสำนักงานนั้น คงยอมให้ทำไม่ได้ การเทปูนปิดทางเข้าออก การปีนรั้วสำนักงาน มีความผิดฐานบุกรุก ข่มขู่ไม่ให้ ป.ป.ช.ทำงานผิดกฎหมายชัดเจน ล่าสุดได้เจรจากับผู้ชุมนุมจนได้ข้อยุติว่าจะไม่เทปูนปิดทางเข้าออกแล้ว แต่การชุมนุมของกลุ่ม กวป.มีการละเมิดแล้ว ดังนั้น จะรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีต่อไป โดยแกนนำมีหมายจับติดตัวอยู่แล้ว หากตำรวจพบเห็นก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เชื่อวางระเบิดหวังข่มขู่ ป.ป.ช.

นายสรรเสริญกล่าวต่อว่า ส่วนเหตุการณ์วางระเบิดบริเวณแยกสนามบินน้ำ ใกล้กับสำนักงาน ป.ป.ช. แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้นั้น เหตุดังกล่าวน่าจะเป็นการข่มขู่การทำงานของ ป.ป.ช. ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุวางประทัดยักษ์ที่รั้วสำนักงาน ป.ป.ช.มาแล้ว การข่มขู่เช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายขอให้หยุดการกระทำนั้น เมื่อถามว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาโครงการรับจำนำข้าว จะใช้สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำอยู่หรือไม่ นายสรรเสริญตอบว่า รอดูสถานการณ์ห้วงเวลาดังกล่าวว่าจะคลี่คลายอย่างไร

วอน กกต.อนุมัติงบกลาง 2 หมื่น ล.

ส่วนปัญหาการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวแก่ชาวนานั้น ที่พรรคเพื่อไทย นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันที่ 28 ก.พ.เป็นวันสิ้นสุดโครงการรับจำนำ ข้าวประจำปี 2556-2557 แต่มีชาวนาใน 5 จังหวัดยังไม่ได้รับเงินค้างจ่ายงวดปี 2555/2556 อีก 3,900 ราย วงเงิน 712 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงมี พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง ซึ่ง  กกต.อนุญาตแล้ว และขอวิงวอนให้ กกต. เห็นใจอนุมัติเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ ครม.มีมติอนุมัติ จากงบกลางฯ เพื่อนำไปจ่ายให้ชาวนา โดยยืนยันว่า เงินส่วนนี้จะไม่กระทบกับงบกลางที่กันไว้เป็นเงินสำรองจ่ายกรณีจำเป็นฉุกเฉิน 7 หมื่นล้านบาท หากได้เงินจากการระบายข้าวจะนำเงินส่วนนี้มาใช้คืน

ชาวนาศรีสะเกษเฮได้รับเงิน

ที่หน้าสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ.ศรีสะเกษ เกษตรกรชาวนาได้รวมตัวกันทวงถามเงินค้างจ่ายค่าจำนำข้าว โดยนายศิริพงศ์ อินนุรักษ์ ผอ.ธ.ก.ส.ศรีสะเกษ ออกมาชี้แจงว่าเกษตรกรที่นำข้าวไปร่วมโครงการทั้งหมด 86,044 ใบประทวน มีข้าว 361,863 ตัน คิดเป็นเงินทั้งหมด 6,873,000,000 บาท ขณะนี้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณแล้ว 1,977,800,000 บาท ธ.ก.ส.จ่ายออกไปแล้ว 1,813,000,000 บาท ยังเหลือยอด เงินจากรัฐบาลที่จะจัดสรรมาจ่ายอีก รวม 5,060,000,000 บาท ล่าสุด รัฐบาลจัดสรรงบเพิ่มให้ จ.ศรีสะเกษอีก 116,601,000 บาท จึงจะจัดสรรให้เกษตรกรกระจายไปทั้ง 22 อำเภอ

ร้องผู้ใหญ่บ้านฮุบใบประทวน

วันเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านนาอุดม หมู่ 19 ต.ขามใหญ่ จ.อุบลราชธานี พากันเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วิจักษณ์ สายเบาะ พงส.สภ.เมืองอุบลราชธานี ให้ดำเนินคดีนายพิทยา ธรรมสัตย์ ผู้ใหญ่บ้านนาอุดม ข้อหาฉ้อโกง โดยเมื่อปี 2555 นายพิทยามารับซื้อข้าวเปลือกจากชาวบ้านในราคาเดียวกับที่ ธ.ก.ส.และโรงสีรับซื้อ โดยชำระเป็นเงินสด แต่ขอใบประทวนจากชาวบ้านไปด้วย หลังจากสิ้นสุดโครงการ นายพิทยานำชาวบ้านที่ตกลงซื้อขายข้าวไปเบิกเงินค่าข้าวจาก ธ.ก.ส. โดยจ่ายค่าเดินทางให้คนละ 1,000-3,000 บาท หลังชาวบ้านทราบเรื่องจึงรู้ว่าถูกหลอกสวมสิทธิ์ใบประทวน จึงร้องเรียนไปทางเกษตรอำเภอเมืองอุบลราชธานี ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่รู้เห็นกับการ กระทำของนายพิทยา

อัยการนัดถกคำร้องสัปดาห์หน้า

นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกสภาทนายความ กล่าวว่า หลังจากสภาทนายมีมติให้ฟ้องนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต่อศาลปกครอง โดยมีชาวนาเป็นโจทก์กว่า 24,000 คน ได้ให้ประธานสภาทนายความแต่ละจังหวัดมารับคำฟ้องกลาง แล้วเอาไปยื่นฟ้องให้เหมือนกันทั่วประเทศ รวมถึงการฟ้องคดีเอาผิดทางแพ่งด้วย ซึ่งรัฐบาลคงใช้สำนักงานอัยการสูงสุดคอยแก้ต่างให้

ขณะที่นายปรเมศ อินทรชุมนุม เลขานุการอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวนาเข้าร้องต่อสำนักงานอัยการสูงสุดให้ดำเนินคดีกับรัฐบาล ซึ่งมีประเด็นปัญหาว่าเมื่ออัยการรับเรื่องไว้ จะกลายเป็น การขัดกันเรื่องอำนาจหน้าที่หรือไม่ว่า อัยการยังมีหน้าที่ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ชาวบ้านที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยมีสำนักงานอัยการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายอยู่ทั่วประเทศ ตอนนี้รับเรื่องจากชาวนาไว้ก่อน ส่วนเมื่อพิจารณาแล้วจะฟ้องใคร จะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์หน้า

สตง.อายัดข้าวตรวจดีเอ็นเอ

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. นายประจักษ์  บุญยัง ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 1 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะทำงานตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายของรัฐบาล นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจโกดังข้าวโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 54/55 ที่โรงสีเกษตรไพศาลธัญกิจ จำกัด หมู่ 5 ต.หินลาด อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พบข้าวเสื่อมคุณภาพป่นเป็นแป้ง โดยนายประจักษ์กล่าวว่า ได้สั่งยึดอายัดข้าวเพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นข้าวในโซนพื้นที่ พิษณุโลก หรือเป็นข้าวสวมสิทธิจากนอกประเทศ เบื้องต้นพบว่าผิดเงื่อนไขการเช่าพื้นที่ที่จะต้องป้องกันไม่ได้นกพิราบเข้าไป ต้องมีกล้องวงจรปิด อีกทั้งมีหนูตายบนพื้นและพบนกตายบนกองข้าว สำหรับกองข้าวดังกล่าวเป็นข้าวหอมจังหวัดจาก หจก.พรหมพิรามชัยศิริ 2 และ หจก.ลิ้มเจริญธัญญกิจ รวมทั้งโรงสีสันติ จำนวน 19,800 กระสอบ

สวดอิติปิโส 8 ทิศปัดเคราะห์ “ปู”

สำหรับภารกิจการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่ วันที่ 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เดินทางไปติดตามความคืบหน้าและเยี่ยมชมการทำงานของเจ้าหน้าที่โครงการจัดตั้งธนาคารกิ่งไม้ ใบไม้ ตามนโยบายรัฐบาลในโครงการพัฒนาชุมชนร้อยเมือง สร้างเมือง ที่ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นแบบชุมชนป้องกันปัญหาหมอกควัน จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้ารับการทำพิธีผูกข้อมือรับขวัญจากพ่ออุ๊ยหนานมา จีนาราช อายุ 80 ปี แม่อุ๊ยทูล ศรีวิชัย อายุ 82 ปี ผู้เฒ่าผู้แก่ ต.แม่เหียะ มีการสวดอิติปิโส 8 ทิศ 8 ด้าน ซึ่งมีความหมายขอให้อยู่ดีมีสุข มาดีไปดี ทำงานประสบความสำเร็จ ปัดเคราะห์ปัดโศกให้กับนายกฯ และมวลหมู่ โดยมีรูปหล่อจำลองพระนางจามเทวีประกอบในพิธี

ควักเงินอุดหนุนสินค้าโอทอป

ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปที่วัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ กราบไหว้พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย และกราบไหว้หลวงพ่อทันใจ โดยได้จุดธูปถวายพวงมาลัยดอกมะลิ 51 พวง ตามธรรมเนียมปฏิบัติ พร้อมกราบนมัสการพระพุทธรูปในพระอุโบสถหลังเก่า ขณะที่เจ้าอาวาสได้ผูกสายสิญจน์และให้เหรียญหลวงพ่อทันใจแก่นายกฯ และสักการะพระธาตุดอยคำ และพระรอดหลวง พร้อมให้พรขอให้สำเร็จๆ และได้เชิญชวนนายกฯเดินดูรอบๆวัด เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เคยมาที่นี่เหมือนกัน จากนั้นเดินทางมาศูนย์แสดง จำหน่ายและกระจายสินค้าโอทอป ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง เพื่อติดตามนโยบายรัฐบาลหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) โดยมีประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดงมารอให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก ต่างให้กำลังใจนายกฯสู้ๆ อย่าลาออก โดยนายกฯได้อุดหนุนซื้อกระเป๋าหนัง 2 ใบ ราคาใบละ 2,800 บาท กับราคา 2,400 บาท

เปลี่ยนโปรแกรมยังไม่กลับ กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการเดิม น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางกลับ กทม. ในช่วงเย็นวันที่ 28 ก.พ. แต่ได้เปลี่ยนแปลงกำหนดการ โดยวันที่ 1-2 มี.ค.นี้ ยังคงอยู่ จ.เชียงใหม่ แต่ขอพักผ่อนเป็นการส่วนตัวกับครอบครัว และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปป์) บุตรชาย และวันที่ 3 มี.ค. จะเดินทางลงพื้นที่ตรวจภัยแล้งจังหวัดภาคอีสาน จนถึงวันที่ 7 มี.ค. เริ่มที่ จ.อุดรธานี เป็นที่แรก จากนั้นจะไป จ.หนองคาย สกลนคร ขอนแก่นกาฬสินธุ์ และเลย ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวตอกย้ำว่า “ในฐานะ รมว.กลาโหม หรือในลักษณะของทหารที่บอกว่า ทหารต้องทำหน้าที่ของตนเองจนนาทีสุดท้าย ทหารต้องตายในพื้นที่ในสนามรบ วันนี้ในฐานะที่ดิฉันต้องรักษาประชาธิปไตยก็ขอตายในสนามประชาธิปไตย ดีกว่าปล่อยให้ใครมาทำลายระบอบประชาธิปไตยของเรา”

จ่อถกกู้เงิน 2 ลล.สัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ที่รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ถูกร้อง รวมทั้งนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ร้อง ได้ยื่นคำแถลงปิดคดีในคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของสมาชิกรัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง (1) ว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ 2 ล้านล้านบาท มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยหลังจากนี้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนำถ้อยคำแถลงปิดคดีไปประกอบสำนวนเพื่อพิจารณา และคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่าเอกสารหลักฐานในคำร้องดังกล่าวเพียงพอหรือไม่ เพื่อกำหนดนัดวันวินิจฉัยต่อไป

“พัชรวาท” ชนะคดีฟ้อง “มาร์ค”

เมื่อเวลา 10.00 น. นายสรศักดิ์ นิยมธรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง ตุลาการเจ้าของสำนวน นั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 2040/2553 หมายเลขแดงที่ 99/2554 ระหว่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ (ผบ.ตร.) ผู้ฟ้อง กับนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ผู้ถูกฟ้อง กรณีละเลยต่อหน้าที่ไม่ดำเนินการเพิกถอนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 228/2552 ลงวันที่ 19 ต.ค.2552 ที่ลงโทษปลดออกจากราชการ ต่อมาคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติให้สั่งยกโทษ แต่ผู้ถูกฟ้องมิได้ดำเนินการแต่อย่างใด จึงมีคำพิพากษาให้ผู้ดำรงตำแหน่งถูกฟ้อง (นายก-รัฐมนตรี) ในปัจจุบัน ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้แล้วเสร็จใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาสิ้นสุด ส่วนคำขออื่นๆให้ยกเสีย โดยนายสมบูรณ์ บุญญาภิรมย์ ผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นผู้ชนะคดีนี้ การยื่นฟ้องคดีดังกล่าวฟ้องเพื่อศักดิ์ศรี

1 มี.ค. 2557 03:42 1 มี.ค. 2557 03:42 ไทยรัฐ