วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัวร์นร.ซิ่งลงเขา ชนรถพ่วงดับ15

บนถนนมรณะศพเละเกลื่อนคาดเบรกแตก

โศกนาฏกรรมสลด รถทัวร์ 2 ชั้น พาคณะนักเรียนไปทัศนศึกษาประสบอุบัติเหตุสยองพุ่งชนท้ายรถพ่วงตายหมู่  15 ศพ บาดเจ็บระนาว 47 ราย เป็นนักเรียนชั้น ป.4 ถึง ม.3 จากโคราชจะไปทัศนศึกษาชายหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี โรงเรียนว่าจ้างรถทัวร์ 2 คันแยกนักเรียนหญิง-ชายอย่างละคัน คันที่ประสบอุบัติเหตุเป็นรถนักเรียนหญิง วิ่งนำหน้าคันแรกออกจากโรงเรียนตอนย่ำรุ่งถึงจุดเกิดเหตุ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นทางโค้งลงเนินเขาชัน คาดรถเบรกแตกจนเสียหลักพุ่งเสยท้ายรถพ่วงบรรทุกมันบดที่วิ่งอยู่ด้านหน้า คนขับหักหลบขวาจนตัวถังรถฝั่งซ้ายครูดพังไปทั้งแถบ คร่าชีวิตเด็กนักเรียนเคราะห์ร้ายตายเจ็บสยอง “ชัชชาติ” ลงพื้นที่ตรวจสอบ  พบคนขับไม่มีใบขับขี่สาธารณะ หลังเกิดเหตุเผ่นหนีไป ยอมรับถนนสายนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นายกฯสั่งทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลผู้บาดเจ็บและชดเชยผู้เสียชีวิตเต็มที่

อุบัติเหตุสยอง รถทัวร์พาคณะนักเรียนไปทัศนศึกษาเบรกแตกพุ่งชนท้ายรถพ่วงตายหมู่ 15 ศพ บาดเจ็บระนาว เปิดเผยเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ร.ต.ท.กิตติกาล กลมรี พงส.สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งว่า  มีอุบัติเหตุรถทัวร์ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี- นครราชสีมา กม.ที่ 42-43 บริเวณทางลงเนินเขาโทน หมู่ 4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรายงานให้ พ.ต.ท.อนุการ ธรรมวิจารณ์ สวญ. นำกำลังตำรวจ พร้อมทีมแพทย์กู้ชีพชั้นสูง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเนินเขา พบรถทัวร์ 2 ชั้น ยี่ห้อฮีโน่ สีขาวคาดลายชมพู-ฟ้า ของบริษัทสี่อนงค์ทัวร์ หมายเลขทะเบียน 30-0427 ขอนแก่น พุ่งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกมันสำปะหลังบด หมายเลขทะเบียน 84-9179 นครราชสีมา ส่วนพ่วงทะเบียน 84-9272 นครราชสีมา โดยส่วนพ่วงหลุดพลิกตะแคงขวางถนนเทกระจาดมันบดเกลื่อนพื้น ส่วนรถทัวร์หมุนคว้างไปอยู่ข้างทางของถนนอีกฝั่ง สภาพพังยับ กระจกหน้าแตกร้าว ตัวถังด้านซ้ายครูดพังฉีกขาดไปทั้งแถบ หลังคาเปิด เบาะนั่งชั้นบนฝั่งซ้ายหลุดกระเด็นออกมาเกือบหมด  ภายในซากรถ พบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคนส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนหญิง มีทั้งที่อยู่ในซากรถและกระเด็นออกมานอกรถนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังระงม หน่วยกู้ภัยต้องช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบลำเลียงส่งโรงพยาบาล

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบผู้เสียชีวิต 11 ศพ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนหญิงเช่นกัน บางส่วนนอนกองอยู่ในซากรถทัวร์ และบางส่วนกระเด็นออกมานอกรถเป็นที่น่าสยดสยอง ต่อมามีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 4 ศพ รวมอุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 15 ศพ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 47 ราย ถูกนำส่ง รพ.นาดี 34 ราย รพ.กบินทร์บุรี 13 ราย ในจำนวนนี้มีหลายรายอาการ สาหัส ส่วนใหญ่ศีรษะแตก แขนขาหัก อวัยวะภายในถูกกระทบ– กระเทือนอย่างรุนแรง แพทย์นำเข้าห้องฉุกเฉินช่วยชีวิตเป็นการด่วน

สอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นนักเรียนและครูโรงเรียนบ้านดงหลบ ต.ช่องแมว อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา จะเดินทางไปทัศนศึกษาที่หาดจอมเทียน จ.ชลบุรี โดยทางโรงเรียนได้ว่าจ้างรถทัวร์ 2 คัน นำคณะนักเรียนชั้น ป.4 ถึง ม.3 และครูรวมทั้งหมด 94 คน แยกนักเรียนหญิงนั่งรถทัวร์คันแรกนำหน้า ส่วนนักเรียนชายนั่งรถทัวร์คันที่สองตามหลัง มีครูคุมรถไปทั้ง 2 คันเดินทางออกจากโรงเรียนเวลาประมาณ 5 ทุ่มเศษ วันที่ 27 ก.พ.
พ.ต.ท.อนุการ ธรรมวิจารณ์ สวญ.สภ.วังขอนแดง เผยว่า รถทัวร์คันที่ประสบอุบัติเหตุเป็นรถนักเรียนหญิงที่วิ่งนำหน้ามาคันแรก มีนายสมพงษ์ แซ่เบ้ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 8 ต.หนองแวงโสกพระ อ.พล จ.ขอนแก่น เป็นคนขับ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเนินเขา  รถวิ่งด้วยความเร็วสูงคาดว่าระบบเบรกมีปัญหาหรือเบรกแตก ทำให้รถเสียหลักพุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วงที่วิ่งอยู่ด้านหน้า คนขับรถทัวร์พยายามหักหลบออกทางขวาจนตัวถังรถฝั่งซ้ายครูดกับท้ายรถพ่วงพังหายไปทั้งแถบ ก่อนที่รถจะหมุนคว้างข้ามถนนไปอีกฝั่ง ทำให้เด็กนักเรียนที่นั่งในรถเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวน มาก หลังเกิดเหตุนายสมพงษ์ คนขับรถทัวร์หลบหนีไป ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ด้านนายจามร สงสูงเนิน อายุ 28 ปี คนขับรถพ่วงที่ยืนรออยู่ในที่เกิดเหตุ ให้การว่า ขับรถพ่วงบรรทุกมันสำปะหลังบดจาก จ.นครราชสีมา จะไปส่งโรงงานทำแป้งมันที่กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุขับอยู่เลนซ้าย จู่ๆรถทัวร์ที่วิ่งตามหลังมาก็พุ่งชนท้ายอย่างจังจนส่วนพ่วงหลุดพลิกตะแคงขวางถนนดังกล่าว

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต 15 ราย ประกอบด้วย 1.ด.ญ.นารีรัตน์ บุญเหลือ 2.ด.ญ.ชนิสร บุญเลา 3.ด.ญ.วาสนา ทำรำ 4.ด.ญ.อัจฉรียา พัฒนาแสง 5.ด.ญ.อมรรัตน์ งามมะเริง 6.ด.ญ.มลฤดี ศาลาบุญ 7.ด.ญ.คติยา ผลพจ 8.ด.ญ.มามะสินี เวียนนอก 9.ด.ญ.ฐิติมา มะวัน 10.ด.ญ.จุฑามาศ พันปาง 11.ด.ญ.จารีรัตน์ จันมณี 12.นางเรวดี เดชนอก (ครู) 13.นางเพชรรินทร์ จันทร์มณี (ครู) 14.นายดุสิต โพธิ์ขำ (สามีครู) และ 15.ด.ช.อาริยะ เดชนอก (ลูกครู)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ถนนสาย 304 ช่วงกบินทร์บุรี-นครราชสีมา เส้นทางนี้ที่ผ่านมาเคยมีรถทัวร์ประสบอุบัติเหตุรุนแรงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเดือน ต.ค.51 เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์นักศึกษาและครูวิทยาลัยเทคโนโลยีขอนแก่น พลิกคว่ำช่วง กม.ที่ 45-46 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 22 ศพ และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ต่อมาเดือน ก.ค.53 มีรถทัวร์ทัศนศึกษาชนกับรถบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 52 คน จากนั้นในเดือน ม.ค.56 ก็เป็นรถทัวร์นักเรียนจาก จ.ชัยภูมิ ไปทัศนศึกษา มีครูและนักเรียนได้รับบาดเจ็บ นับสิบคน และเดือน มี.ค.ปีเดียวกัน มีรถทัวร์นักเรียนจากวังน้ำเขียวไปทัศนศึกษาเช่นกันประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 55 คน จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นอีกในครั้งนี้

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกล่าวว่า รถทัวร์คันที่ประสบอุบัติเหตุเป็นรถโดยสารไม่ประจำทาง พนักงานขับชื่อนายสมพงษ์ แซ่เบ้ หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ตรวจสอบพบว่ามีเฉพาะใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ทั้งที่ปกติคนขับรถโดยสารไม่ประจำทางต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากรถบัสวิ่งตามหลังรถพ่วงแล้วควบคุมรถไม่ได้ ทำให้ชนท้ายรถพ่วงแล้วหักออกขวา ตัวรถด้านซ้ายครูดกับกระบะรถพ่วง ทำให้โครงรถด้านซ้ายขาดและหลังคายุบ จากนั้นรถบัสหมุน 180 องศาไปปะทะกับต้นไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่นั่งทางด้านซ้ายและหลายคนก็กระเด็นตกลงมาบนถนน มีครูเสียชีวิต 2 คน สาหัสอีก 8 คน

นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีโทรศัพท์มาติดตามสถานการณ์ และเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์จาก จ.เชียงใหม่ มาที่ จ.ปราจีนบุรี กำชับให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งเงินประกันอุบัติเหตุ การรักษาพยาบาล การดูแลศพ รวมถึงการเดินทางของญาติที่เกี่ยวข้อง ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลการพานักเรียนไปทัศนศึกษา เช่น การตรวจดูรถที่ปลอดภัย หรือไม่ให้ออกไปตั้งแต่ตอนเช้ามืดเพราะมีรถบรรทุก รถพ่วงวิ่งเยอะ และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุง่าย นอกจากนี้ยังสั่งตรวจดูเส้นทางและปรับปรุงให้พร้อม เช่น การติดป้ายให้ชัดเจน มีไฟส่องสว่าง รวมถึงการตั้งด่านตรวจดูการใช้รถใช้ถนน เพื่อบรรเทาปัญหาในระยะสั้น

รมว.คมนาคม กล่าวอีกว่า การดูแลให้ความปลอดภัยหลังจากนี้ให้ดูใน 3 ประเด็น คือ เรื่องตัวรถ คนขับ และถนน โดยตัวรถ ได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบกไปเร่งตรวจสอบ แต่คงไม่เกี่ยวกับประเด็นรถ 2 ชั้น เพราะครั้งนี้รถไม่ได้เสียหลักพลิกคว่ำ แต่ให้ไปดูความมั่นคงของตัวรถและวัสดุต่างๆ ที่ใช้ยึดภายในตัวรถ เพราะโครงรถด้านซ้ายฉีกขาด และยังมีผู้โดยสารตกลงมาจากรถด้วย รวมถึงจะต้องไปดูเข็มขัดนิรภัยให้ผู้โดยสารทุกที่ ส่วนเรื่องคนขับจะตรวจสอบการใช้ใบขับขี่สาธารณะอย่างเข้มงวด และ หากเจ้าของรถยังเรียกใช้คนไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะก็จะมีความผิด ครั้งแรกปรับ 50,000 บาท และครั้งต่อไปยึดใบอนุญาต แต่ต่อไปอาจยึดใบอนุญาตทันทีเลยเพราะถือเป็นเรื่องใหญ่

“ถนนสาย ทล.304 ช่วง กม.ที่ 42-55 มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สัปดาห์ที่แล้วเพิ่งเกิดเหตุรถพ่วงชนรถเก๋งเสียชีวิต 2 ราย โดยถนนช่วงที่เกิดเหตุเป็นทางลงเขายาวประมาณ 5 กม. จุดที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ลงเขามาแล้วประมาณ 3 กม. และเส้นนี้ก็มีการจราจรหนาแน่น มีรถบรรทุกและรถพ่วงวิ่งจำนวนมาก เพราะเป็นเส้นทางเชื่อมภาคอีสาน ท่าเรือแหลมฉบัง และนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง จากการตรวจสอบถนนสาย ทล.304 มีนบุรี ผ่านแปดริ้ว พนมสารคาม กบินทร์บุรี วังน้ำเขียว โคราช ส่วนใหญ่เป็น 4 ช่องจราจรเกือบหมด ยกเว้น 2 ช่วงที่ผ่านมรดกโลก และอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมมีแผนปรับปรุงทั้งในช่วง กม.ที่ 26-29 ด้วยการเจาะอุโมงค์ผ่านเขา ซึ่งอยู่ในโครงการลงทุน 2 ล้านล้าน และช่วง กม.ที่ 42-55 ที่เป็นจุดเกิดเหตุก็ออกแบบเสร็จแล้ว อยู่ในแผน พ.ร.บ.งบปี 58 มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท แต่เรื่องการลงทุนต้องรอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณา ตอนนี้ทำได้ในส่วนของการติดป้าย ติดไฟส่องสว่าง เป็นต้น” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ได้ระดมทีมแพทย์กู้ชีพชั้นสูงพร้อมรถพยาบาล และเครื่องมือแพทย์จาก รพ.ศูนย์อภัยภูเบศร และ รพ.ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง 8 ทีมพร้อมกับหน่วยกู้ชีพขั้นพื้นฐานอีกกว่า 30 ทีมเข้าช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ มีผู้เสียชีวิตรวม 15 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ ส่วนใหญ่แขน ขาหัก ยังคงต้องนอนรักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ 23 ราย ได้แก่ รพ.กบินทร์บุรี 7 ราย ส่งต่อ รพ.มหาราช–นครราชสีมา 5 ราย รพ.ศูนย์อภัยภูเบศร 1 ราย อาการสาหัส รพ.นาดี 9 ราย และ รพ.โสธราเวช จ.ฉะเชิงเทรา 1 ราย  ทีมแพทย์ได้ให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อยกลับบ้านได้แล้ว

นายโรจนะ กฤษเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ รพ.กบินทร์บุรี ว่า นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ กพฐ. ได้กำชับให้ดูแลให้ความช่วยเหลือนักเรียนและครูที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งอำนวยความสะดวกรับส่งกลับบ้านและการเคลื่อนย้ายศพ สำหรับนักเรียนและครูที่ได้รับบาดเจ็บ สพฐ.ได้มอบเงินจากกองทุนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้รายละ 3,000 บาท กรณีที่เสียชีวิตรายละ 5,000 บาท ส่วนครูหากเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จะได้รับเงินจากกองทุนด้วย ทั้งนี้ ผอ.ร.ร.บ้านดงหลบ รายงานว่า โรงเรียนทำประกันอุบัติเหตุหมู่ไว้กับบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงิน 80,000 บาทต่อราย ส่วนที่บาดเจ็บและพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จ่าย 4,000 บาทต่อวัน

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา สพฐ.มีระเบียบและได้ทำหนังสือกำชับโรงเรียนทุกแห่ง เกี่ยวกับการจัดทัศนศึกษาหรือดำเนินการกิจกรรมต่างๆนอกสถานที่ให้คำนึงถึงความปลอดภัย มีการตรวจสอบความเรียบร้อยของรถยนต์และพาหนะที่จะใช้เดินทางซึ่งทุกโรงเรียนก็ถือปฏิบัติ แต่กรณีดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุซึ่งไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น ยืนยันว่า สพฐ.จะให้การดูแลนักเรียนและครูทุกคนอย่างดีที่สุด

1 มี.ค. 2557 03:27 ไทยรัฐ