วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เทือก'ยุบทุกเวที เปิดกทม. ยึดสวนลุมสู้ต่อ

เริ่มวันจันทร์คืนพื้นที่ทุกแยก ‘ปู’ลั่นยอมตายคาสนามปชต. กู้ระทึกระเบิดซีโฟร์ใกล้ปปช.

“สุเทพ” ประกาศยุบทุกเวที คืนพื้นที่จราจรทุกแยกให้คนกรุงเทพฯตั้งแต่ 3 มี.ค. ย้ายเปิดเวทีใหม่ที่สวนลุมฯ เดินหน้าปิดสถานที่ราชการ-กลุ่มชินฯต่อยันต้องเจรจาตัวต่อตัว ถ่ายทอดสดออกทีวี ท้าพนันรัฐบาลพ่ายหมดรูปเร็วๆนี้ “ยิ่งลักษณ์” หวังหาวิธีคุยกันให้ได้ ขออย่าตั้งเงื่อนไขให้เดินหน้าลำบาก ลั่นยอมตายในสนามประชาธิปไตย ชี้ถ้าไม่จบต้องมีคนกลางช่วยคุย “เฉลิม” แนะนายกฯไม่ต้องให้เกียรติผู้ต้องหาคดีกบฏ เย้ยเลขาฯ กปปส.เสียเหลี่ยมไม่มีทางไป “บิ๊กตู่” ชี้ต่างฝ่ายมีเงื่อนไข แต่หวังลดราวาศอกคงคุยกันได้ ปัดให้คำสัญญาว่าไม่มีปฏิวัติ บัวแก้วระบุไทยตอบรับยูเอ็นช่วยคลี่คลายสถานการณ์ เผย “บัน กี มูน” จ่อมาไทยเร็วๆนี้ ด้าน ปชป.จวกดึงยูเอ็นแทรกแซงกิจการภายใน ระทึกวางบึ้มซีโฟร์อานุภาพร้ายแรงใกล้ที่ชุมนุม กวป.

จากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ประกาศพร้อมเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม โดยมีเงื่อนไขต้องพูดคุยกันตัวต่อตัวอย่างเปิดเผย ถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ ขณะที่นายกฯยังแบ่งรับแบ่งสู้ ขอให้เจรจาภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ และอยากให้มีการพูดคุยกันหลายคนนั้น

วางระเบิดใกล้เวที กวป.

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ร.ต.ท.ศุภลักณ์ พรมวงศ์ พงส.สภ.เมืองนนทบุรี สาขาย่อยรัตนาธิเบศร์ รับแจ้งพบถังดับเพลิงมีสายไฟฟ้าพันที่ตัวถังดับเพลิงคาดเป็นระเบิดแสวงเครื่องวางอยู่โคนเสาไฟฟ้าหน้าสำนักงานการประปา สาขานนทบุรี แยกสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ ต.ท่าทราย ห่างจากเวทีผู้ชุมนุม กวป.ราว 800 เมตร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบก.ภ.จ.อ่างทอง ช่วยราชการ ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ รอง ผกก.สส. และเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จ.นนทบุรี รุดไปตรวจสอบ

พบเป็นซีโฟร์อานุภาพร้ายแรง

พบถังดับเพลิงยี่ห้อไทแม๊กขนาด 2.2 กิโลกรัม มีสายไฟสีเหลืองสีแดงถูกพันทับด้วยเทปพันสายไฟสีดำต่อเข้ากับกล่องวงจรไฟฟ้ามีสวิตช์ปิดเปิดวางอยู่โคนเสาไฟ เจ้าหน้าที่นำยางล้อรถยนต์มาวางกั้นไว้ก่อนเพื่อป้องกันการระเบิด ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดจริง จึงปิดถนนห้ามรถสัญจรผ่านไปมาและกันประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงออกพ้นรัศมีระเบิดก่อนจะใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงตัดวงจรระเบิดและยิงตัดขั้วเชื้อปะทุ ก่อนจะเข้าตรวจสอบถังระเบิดมหาภัยพบภายในบรรจุระเบิดซีโฟร์หนัก 1/4 ปอนด์ อัดด้วยปุ๋ยยูเรียผสมน้ำมันเบนซิน รวมทั้งข้อโซ่รถจักรยานยนต์ เศษขวดเครื่องดื่มชูกำลังเป็นสะเก็ดระเบิดเพิ่มอานุภาพการทำลายล้าง จุดชนวนด้วยวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่อแบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์สำหรับหน่วงเวลา มีรัศมีทำลายระยะ 200 เมตร

คาดวางจุดชุมนุมแต่ติดด่าน

การประกอบระเบิดคล้ายกับระเบิดที่พบในการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คาดว่าคนร้ายมีความชำนาญในการประกอบระเบิดเป็นอย่างดี เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายต้องการจะนำระเบิดดังกล่าวเข้าไปวางไว้ที่เวทีผู้ชุมนุมกลุ่ม กวป. บริเวณหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินนํ้าแต่ไม่สามารถนำเข้าไปได้เพราะมีด่านความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทหารตั้งด่านตรวจตลอดเส้นทาง คนร้ายต้องนำระเบิดมาวางไว้ที่จุดเกิด หากระเบิดทำงานคาดว่าจะมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นย่านชุมนุมอยู่ใกล้ป้ายรถประจำทางมีประชาชนและข้าราชการกรมพลาธิการทหารบกสัญจรไปมาจำนวนมากตลอดทั้งวัน

ม็อบดาวกระจายปิดธุรกิจชินฯ

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. นายวิทยา แก้วภราดัย และนายชัยชนะ เดชเดโช แกนนำ กปปส.นำมวลชน ไปคอนโดมิเนียมเซ็นทริค รัชดา-ห้วยขวาง โครงการบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เรียกร้องให้ประชาชนยุติการสนับสนุนธุรกิจเครือข่ายตระกูลชินวัตร โดยเคลื่อนขบวนด้วยรถบรรทุกและรถทัวร์หลายคัน จอดปิดถนนรัชดาภิเษกขาเข้า 2 ช่องทางซ้าย บริเวณหน้าโครงการทำให้รถติดยาวเหยียด จากนั้นได้ให้กลุ่มผู้ชุมนุมลงไปนั่งอยู่บริเวณทางขึ้นสำนักงานขาย ปราศรัยโจมตีธุรกิจในเครือชินวัตรว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กลุ่มชายชุดดำมาทำร้ายประชาชน และนำป้ายข้อความร่วม รณรงค์ตัดท่อน้ำเลี้ยงระบอบทักษิณ ขึ้นไปแขวนไว้บนต้นไม้ด้านหน้าสำนักงาน โดยประกาศว่าจะกดดันธุรกิจในเครือชินวัตรทุกแห่ง

ดักคอการท่าเรือฯอย่าให้รัฐกู้เงิน

จากนั้น นายวิทยานำมวลชนออกจากถนนรัชดาภิเษก เคลื่อนขบวนมาถึงการท่าเรือแห่งประเทศไทย ย่านคลองเตย ซึ่งมีกลุ่มของนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เวทีสีลม และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สรส. นำผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่งจากเวทีสีลมและกระทรวงมหาดไทย ไปปักหลักชุมนุมคัดค้านการประชุมคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูป–กระจ่าง ผบช.น. ประธานบอร์ด กทท. เป็นประธาน โดยพนักงานการท่าเรือจำนวนมากได้ร่วมใส่เสื้อดำถือป้ายคัดค้านการประชุม ที่ระบุว่าบอร์ดจะพิจารณาเรื่องการนำเงินไปให้รัฐบาลกู้ ต่อมาผู้บริหารออกมาปฏิเสธว่าไม่มีนโยบายนำเงินไปสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าว ผู้ชุมนุมจึงนำโซ่ไปคล้องประตูไม่ให้บอร์ดเข้าประชุม ก่อนจะเคลื่อนขบวนกลับ

บุก สธ.ฉุนถูกปลดป้าย

นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. นำมวลชนมาที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอพบนายกมล บันไดเพชร เลขานุการ รมว.สาธารณสุข และ นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพราะเชื่อว่าทั้งคู่เป็นคนออกคำสั่งให้ปลดป้ายข้อความ “ไม่เอารัฐบาลโกงประชาชน” ที่เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข นำมาติดไว้บริเวณหัวมุมอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แต่ไม่มีวี่แววว่าทั้ง 2 คนจะออกมาเจรจา นายอิสสระจึงสั่งให้การ์ดขึ้นไปดูที่ห้องทำงาน เมื่อ รปภ.ไม่อนุญาตจึงพากันเป่านกหวีด ทำให้ นพ.บัญชา ค้าของ ผอ.สำนักบริหารกลาง ต้องออกมาเจรจาขอร้องให้ กปปส.หยุดเป่า เพื่อให้ข้าราชการได้ทำงาน แต่การ์ด กปปส.ราว 20 คนได้บุกขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อทำการติดป้ายใหม่ จากนั้นจึงเดินทางกลับ

ม็อบ กวป.ฮือปีนรั้ว ป.ป.ช.

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ยังชุมนุมอยู่ที่หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่พอใจการเร่งปิดคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แกนนำประกาศเรียกอาสาสมัครผู้หญิงจำนวน 20 คน ใช้เก้าอี้ปีนเข้าไปภายใน ป.ป.ช. โดยมีตำรวจเข้ามาสกัดกั้น กลุ่ม กวป.ถูกจับไป 2 คน ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจนำรถกระบะถอยมาประชิดประตูแล้วผูกลวดสลิงพยายามดึงประตูให้หลุด ตำรวจแจ้งว่าให้ไปรับตัวที่ สภ.เมืองนนทบุรี สาขาย่อยรัตนาธิเบศร์ โดยแกนนำตามไปประกันตัว ตำรวจจึงแจ้งข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ

“เทือก”ยันต้องเจรจาตัวต่อตัว

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวที กปปส.สีลมว่า ที่ผ่านมาตนประกาศชัดเจนว่าไม่มีการเจรจา แต่ต่อมามีกลุ่มโลกสวยงามรณรงค์กดดันให้ 2 ฝ่ายเจรจา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ก็ออกมาเรียกร้องให้ กปปส.ต้องเจรจาด้วย เพื่อให้เกิดความสามัคคี แต่ขณะเดียวกันมีการตั้งกองกำลัง ส่งคนร้ายมาลอบทำร้ายประชาชน ปิดล้อมองค์กรอิสระ และปิดล้อมกดดันศาลอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนตกลงให้มีเวทีเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างเปิดเผยถ่ายทอดสดทุกสถานีโทรทัศน์ ไม่ถึง 3 ชั่วโมง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบกลับไม่เจรจาตัวต่อตัวต้องมีที่ปรึกษาร่วมด้วย แต่เรื่องนี้ความขัดแย้งมีอยู่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลกับภาคประชาชน จะนำใครมาเป็นคนเจรจาร่วมได้อีก มีการเรียกร้องให้นายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มาเป็นคนกลาง ทำไมต้องนำนายบัน กี มูน มาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องในประเทศ

เย้ยรัฐบาลใกล้พ่ายหมดรูป

นายสุเทพกล่าวว่า อยากบอก น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าอย่านำกรอบรัฐธรรมนูญมาอ้างเด็ดขาด เพราะรัฐบาลไม่เคยเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น ปากบอกเคารพ แต่พฤติกรรมไม่เคารพ ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลเรียกร้องการเจรจา แสดงให้เห็นว่าหมดหนทางเข้าสู่ทางตัน ขอท้าพนันเลยว่ารัฐบาลกำลังจะพ่ายแพ้เร็วๆนี้ ทุกคนต้องติดคุก เพราะมี ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. ประเมินสถานการณ์ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผิดพลาดทั้งหมด โดยในวันที่ 3 มี.ค.นี้ จะครบ 30 วัน หลังเลือกตั้ง แต่ยังเปิดสภาฯไม่ได้ อาจทำให้รักษาการรัฐบาลต้องหมดวาระ รวมถึง ป.ป.ช.จะมีการชี้มูลความผิดโกงจำนำข้าว รัฐบาลต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่มีวันได้กลับเมืองไทย และไม่ได้รับคืนเงิน 4.3 หมื่นล้านบาท อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประเมินเองว่าจะเจรจาหรือไม่ หากเจรจาต้องเจรจาเปิดเผยถ่ายทอดสดทุกสถานีโทรทัศน์ และตนจะตอบเพียงใช่หรือไม่ใช่เท่านั้น เพราะป้องกันคำนินทาภายหลังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดไม่เก่งสู้ตนไม่ได้

“ปู” ลั่นยอมตายในสนาม ปชต.

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ระบุรัฐบาลไม่มีความจริงใจในการเจรจาว่า เรื่องการเปิดเวทีเจรจาเราอย่าตั้งเงื่อนไขกัน ในฐานะที่ตนเป็นผู้รักษากติกาก็ต้องคุยกันในกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ หากนายสุเทพเห็นด้วยในกรอบนี้ ก็จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรอบนี้ แล้วจะไม่ให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ให้มีการรักษากติกาใดๆเลย แล้วจะคุยกันได้อย่างไร จึงเป็นที่มาในการหาผู้ที่มาร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ว่าจะทำอย่างไร ถ้าต่างคนต่างตั้งเงื่อนไข ทุกอย่างก็จะเดินได้ยาก

“ที่จำเป็นต้องพูดเรื่องรักษากติกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเราเป็นผู้รักษากติกา รักษาประชาธิปไตย ในฐานะ รมว.กลาโหม หรือในลักษณะของทหารเขาก็บอกว่า ทหารต้องทำหน้าที่ของตนเองจนนาทีสุดท้าย ทหารต้องตายในพื้นที่ ตายในสนามรบ วันนี้ดิฉันก็ต้องตายในสนามประชาธิปไตย” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

วอนอย่าตั้งเงื่อนไขท้าทาย

เมื่อถามว่า อะไรที่ทำให้พูดว่ายอมตายในสนามประชาธิปไตย นายกฯ กล่าวว่า ประชาธิปไตยคือหน้าที่ ประเทศจะทำให้เราได้รับความเชื่อมั่นจากนานาประเทศด้วยการเดินตามกรอบประชาธิปไตย ในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศ ไม่สามารถบอกประเทศอื่นได้ว่าจะไม่รักษาประชาธิปไตย จะให้คนอื่นมาฉีกรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ตนอยู่ในหน้าที่ทำหน้าที่ตนเอง ทหารเองก็ต้องทำหน้าที่ตนเองในสนามรบจนนาทีสุดท้ายเหมือนกัน เมื่อถามว่า จำเป็นต้องหาคนกลางมาช่วยประสานแก้ปัญหาหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า หวังว่านายสุเทพมาหาวิธีคุยกัน แต่ไม่ใช่ดีเบต ตั้งเงื่อนไขท้าทายกันมันก็ไม่จบ ถ้าไม่จบก็ต้องมีคนกลางเข้ามาช่วย

ยันต้องช่วยกันหลายฝ่าย

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายสุเทพระบุนายกฯไม่มีอำนาจตัดสินใจ จึงไม่มีการเจรจา น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ตนไม่ใช่นักโต้วาที ไม่มีความชำนาญที่จะมาโต้ดีเบตกับนายสุเทพ แต่มีความจริงใจให้ประเทศเดินหน้าได้ วันนี้ทุกคนต่างเจ็บปวด ประเทศเจ็บปวด ผู้ชุมนุมก็เจ็บปวด ไม่อยากเห็นความรุนแรงต่างๆ ขอร้อง เชื่อว่าที่นายสุเทพบอกว่าตนตัดสินใจเองไม่ได้นั้น เพราะการตัดสินของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่การตัดสินใจของยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. ระบุว่า นายสุเทพเป็นกบฏไม่อยู่ในสถานะที่จะเจรจา นายกฯกล่าวว่า ต้องมีหลายๆฝ่ายช่วยกัน และต้องเริ่มพูดถึงวิธีการที่จะพูดคุยกันจะมาอย่างไรถ้าเรามีความจริงใจต่อกัน ไม่จำเป็นที่จะมาท้าทายกันทางสื่อแบบนี้ ส่วนที่เลขาฯยูเอ็นมาเป็นคนกลางแก้ปัญหานั้นการรับความคิดดีๆ ความคิดต่างๆ ก็น่าเป็นสิ่งดี ยูเอ็นเคยช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน
เป็นเรื่องหลัก

“เหลิม” เย้ย “เทือก” หมดทาง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหมเจรจาตัวต่อตัวอย่างเปิดเผยออกโทรทัศน์ว่า นายกฯ จะตัดสินใจอย่างไรตนไม่ทราบ แต่คิดว่านายกฯไม่ควรให้เกียรตินายสุเทพ เพราะเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ เป็นผู้นำ กปปส. ที่เป็นองค์กรเถื่อน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้นำประเทศตามกฎหมาย โดยในการชุมนุมที่เวทีปทุมวันเมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา มีประชาชนเพียง 3,600 คน และเมื่อตอนนายสุเทพขึ้นปราศรัยมี 3,700 คน ส่วนตอนนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ขึ้นปราศรัยเหลือ 800 คน นายสุเทพ ไม่มีทางไปจึงจะขอพบนายกฯ จากที่เคยพูดว่าจะไม่พบนายกฯ จะจับตัว ยึดทรัพย์ เนรเทศทั้งตระกูล นายสุเทพไม่มีทางไปใช่ไหมถึงกลับมาทางนี้ เสีย เหลี่ยม อ้างว่าเป็นกำนัน ถ้าตนเป็นนายสุเทพ เดินมาถึงขนาดนี้ต้องตายเป็นตาย แต่ถ้านายกฯไปพบ ตนก็เคารพการตัดสินใจของท่าน

ลั่นพร้อมฟันแดงหากทำผิด

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวต่อว่า วิธีที่ดีที่สุดคือต้องยุติการชุมนุม ยอมรับการเลือกตั้ง แล้วให้รัฐบาลอยู่สั้นๆเสนอการปฏิรูป จากนั้นยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ภายใต้การปฏิรูปที่ทุกฝ่ายยอมรับ วิธีนี้ดีที่สุด ส่วนกรณีกลุ่ม นปช.และแนวร่วมชุมนุมปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช.นั้น เป็นการเลียนแบบนายสุเทพ เพราะเชื่อว่าศาลแพ่งให้ทำได้ นปช.จึงเอาบ้าง อย่างไรก็ตามถ้าใครทำผิดก็จะดำเนินคดีเหมือนกันหมด ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

“สมชัย” อุบไต๋เชิญ “ปู–เทือก”

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม พร้อมที่จะเข้าเจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ว่า ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แม้ว่าเบื้องต้นยังหารูปแบบวิธีการที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันไม่ได้ แต่ตนคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะเจรจา หากมีโอกาสพูดคุยกันก็มีการตกลงถึงรูปแบบในการเจรจาได้ ในสัปดาห์หน้าตนคิดว่ากระบวนการที่จะเชื่อมโยงทั้งสองฝ่ายให้มาพูดคุยกันยังไม่เป็นคำตอบสุดท้าย อาจจะมีการขยายวงในการเชิญบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องกันมาขึ้น รวมถึงสร้างข้อเสนอแต่ละฝ่ายที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เมื่อถามว่า ผู้เข้าร่วมเจรจาอีก 2 คนคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับนายสุเทพ ใช่หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ไม่ขอเปิดเผยถึงตัวบุคคลว่าจะเป็นใคร แต่เราพยายามที่จะดึงทุกฝ่ายที่พร้อมจะเจรจาร่วมหาทางออก และต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในระดับสูงสุด เพื่อจะได้มีข้อยุติในการเจรจา เพราะหากเชิญบุคคลที่ไม่อยู่ในระดับสูง ก็จะไม่สามารถ ตัดสินและมีข้อยุติได้

ป.ป.ช.ชี้ต้องแก้กันเอง

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงแนวคิดที่จะให้องค์กรระหว่างประเทศมาเป็นคนกลางแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทยว่า การมีคนกลางมาประสานงานนั้น ถ้าทำให้เรียบร้อยได้ก็ดี แต่เรื่องประเทศชาติ คนที่รู้ดีที่สุดคือ พวกเราที่ต้องแก้ไขปัญหากันเอง โดยยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ถ้าไม่ยึดเรื่องนี้ก็แก้ไม่ได้ ไม่ว่าจะมีคนกลางกี่คน คนกลางอย่างนายบัน กี มูน เลขาธิการยูเอ็น อาจจะมาพูดถึงประสบการณ์ที่เคยพบ แต่เรื่องในประเทศเราต้องแก้กันเอง

หวัง “ปู–เทือก” ปรับเข้าหากัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ต้องการเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของทั้งสองคนต้องคุยกัน วันนี้มีหลายฝ่ายมาเสนอและอยากเข้าร่วมด้วย ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นขั้นตอน ส่วนกองทัพจะมีส่วนร่วมหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ เพราะเรามีบทบาทในการดูแลความปลอดภัยรักษาสถานการณ์ ความมั่นคงโดยรวมของประเทศ ส่วนนายกฯจะมีเงื่อนไขยุติการชุมนุมโดยให้เลือกตั้งก่อนพูดคุยกันนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคู่เจรจาเป็นเงื่อนไขที่ต่างฝ่ายต่างมีข้อเสนอของตนเอง หากปรับกันได้ก็คงจะลดราวาศอกพูดคุยกันได้บ้าง ซึ่งคงไม่ยุติภายในวันเดียว

ชี้ต้องหยุดทุกฝ่ายลดเผชิญหน้า

เมื่อถามว่า วันนี้มีการใช้เอ็ม 79 ก่อเหตุรุนแรง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ได้มาจากหน่วยทหารเพราะยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของกองทัพอยู่ในคลังตรวจเช็กกันทุกวัน คงเป็นการลักลอบเข้ามา คนพวกนี้ไม่ค่อยมีจิตใจเป็นมนุษย์ เพราะเอ็ม 79 เอาไว้ใช้ในสงครามต่อสู้กับศัตรู แต่เอามายิงประชาชนทั้งเด็กผู้หญิงและคนชราเสียชีวิต เมื่อถามถึงกรณีสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการใช้อำนาจรอง ผอ.รมน. ซึ่งได้เรียนนายกฯทราบแล้ว ซึ่งในคำสั่งไม่ได้จับตาใครเป็นพิเศษ เมื่อถามว่ามีการปลุกระดมคนเสื้อแดงเข้ามาใน กทม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มันผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะนี้ มีฝ่ายหนึ่งทำผิดกฎหมาย แต่อีกกลุ่มจะมาบอกว่าเคลื่อนไหวได้แล้วจะเคลื่อนไหวบ้างมันก็ผิดกันทุกกลุ่ม เมื่อมาเผชิญหน้ากันก็จะทำให้เกิดความรุนแรงแก้ปัญหายาก วันนี้ต้องหยุดทุกพวกทุกฝ่ายให้ได้

ปัดสัญญาไม่ทำปฏิวัติ

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าทหารเอียงไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า เอียงตรงไหน ถ้าเอียงก็ไปอยู่กับผู้ชุมนุมแล้ว การส่งทหารเข้าไปก็แค่รอบนอกเพื่อดูแลประชาชน จะให้ตนสั่งกำลังพลทั้ง 2 แสนคนถืออาวุธมาปราบ ตนคงทำไม่ได้เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน เมื่อถามว่า มีทหารบางรายเข้าไปเกี่ยวกับการชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าตนไม่ทราบ ทหารไม่มีกฎห้ามชุมนุม หากไปนอกเวลาราชการมีอิสระเต็มที่ เมื่อถามถึงกรณี รมว.มหาดไทย ประกาศให้ประชาชนจับอาวุธต่อสู้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาทำหรือยัง เป็นพวกกบฏน้ำลายทั้งนั้น ตามกฎหมายทำไม่ได้ เมื่อถามว่าหากเกิดสงครามกลางเมืองจะรับมืออย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงไม่รุนแรงขนาดนั้น เพียงแต่คนไทยขี้โมโหไม่นานก็หาย แต่อย่าไปเร่งไฟจนตีกันแล้วหยุดไม่ได้ ต้องประคับประคองทำตามกติกา เมื่อถามว่า ปฏิวัติรัฐประหารเลิกคิดไปเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครจะมองว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดด้วยการปฏิวัติก็มองได้ พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ไปถึงตรงนั้นเพราะเป็นเรื่องที่อันตราย ตนคงไม่สัญญาว่าการปฏิวัติจะมีหรือไม่มี แต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในทางนิตินัย

ผบ.ทร.สั่งสอบ 2 ทหารหน่วยซีล

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมกำลังพล 2 นายของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.)พร้อมอาวุธว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพราะทั้ง 2 นายมีชื่อปฏิบัติงานที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ตัวกลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ได้ส่งตัวกลับไปที่หน่วยและตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงเหตุผลที่มากรุงเทพฯ หากมีความผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ใครทำอะไรจะต้องรับผลอย่างไร ทั้งนี้ รู้สึกหนักใจบ้างกับภาพลักษณ์ของกองทัพเรือ เพราะถูกมองว่าทหารเรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ย้ำมาตลอดให้กำลังพลหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่เกี่ยวกับการชุมนุม เพราะเป็นทหารที่ไม่ควรแสดงบทบาทอื่น ส่วนนอกเวลาราชการก็ต้องดูว่าเป็นลักษณะใด ถ้าไปร่วมชุมนุมสามารถทำได้ เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่านักรบป๊อปคอร์น เป็นทหารเรือหน่วย นสร. พล.ร.อ.ณรงค์กล่าวว่าไม่ทราบ ต้องถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและภาพลักษณ์ของกองทัพเรือ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นอาจมีกำลังพลบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

ศรส.ให้ กวป.เลิกชุมนุม

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการประชุมของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ว่า ศรส.ขอให้ กวป.ที่ชุมนุมด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.ให้ยกเลิกจัดการชุมนุมเพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้เส้นทางจราจรบนถนนนนทบุรี 1 เป็นอย่างมาก เพราะทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และข้าราชการไม่สามารถเข้าทำงานตามปกติได้ แกนนำ กวป.จะต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการสร้างเงื่อนไขความยุ่งยากให้บ้านเมืองมากขึ้นไปอีก ส่วนการดำเนินการกับกลุ่ม กวป. ผอ.ศรส.จะทำหนังสือไปถึงพนักงานอัยการ เพื่อให้สอบถามศาลแพ่งขอคำแนะนำว่า กรณี กวป.จะให้ ศรส.ปฏิบัติอย่างไรจึงจะไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง 9 ข้อของศาลแพ่ง เพราะ กวป.กระทำการเหมือน กปปส.ทุกอย่าง ทั้งนี้ ศรส.ขอขอบคุณศาลอาญาที่กรุณาสั่งไม่เพิกถอนหมายจับ
แกนนำ กปปส. 18 คน

หมายเรียก 2 แกนนำนกหวีด

นายธาริตกล่าวว่า ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาในฐานความผิดร่วมกันเป็นกบฏที่เป็นแกนนำ กปปส. บางคนในจำนวน 58 คน ได้ไปก่อความเดือดร้อนและคุกคามบุคคลต่างๆ เช่น ไปห้อมล้อม คุกคาม เป่านกหวีด และพูดจาข่มขู่บุคคลต่างๆตามที่สาธารณะ เช่น ศูนย์การค้า ถือว่ามีความผิด ผอ.ศรส.จึงสั่งการในที่ประชุมให้เร่งดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเหล่านี้มาดำเนินคดีในข้อหาหลักคือร่วมกันเป็นกบฏ หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการขอออกหมายจับเพื่อการจับกุมต่อไป ทั้งนี้ จะออกหมายเรียกนายณัฏฐพลและนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. ที่เป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ดามา– พงศ์  ที่ห้างสรรพสินค้าด้วย อย่างไรก็ตาม  ในสัปดาห์หน้า ศรส.ให้ดีเอสไอออกหมายเรียกแกนนำ กปปส.กว่า 50 คน เป็นครั้งที่ 3 เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีร่วมกันเป็นกบฏ โดยยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้ออกหมายเรียกเฉพาะนายณัฏฐพลและนางทยา

บัวแก้วเผยไทยตอบรับยูเอ็นช่วย

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่จะเชิญนายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เดินทางมายังประเทศ– ไทยว่า รัฐบาลได้ดำเนินการไปในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่เลขาฯยูเอ็นได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย โดยถ้อยแถลงระบุว่า ยูเอ็นยินดีจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้ ประเทศ– ไทยก็ต้องขอบคุณที่ให้ความสนใจในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทย ทำให้รัฐบาลต้องมีท่าทีตอบรับข้อเสนอของยูเอ็น ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกยูเอ็นที่พร้อมรับฟังเสียงของยูเอ็น ส่วนกำหนดการเยือนประเทศไทยจะมีขึ้นในเร็วๆนี้ ก็เพื่อเลขาฯ ยูเอ็นได้หารือและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย รวมทั้งลงพื้นที่ดูบรรยากาศจริงด้วย

ตร.สั่งเกาะติดสถานการณ์

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า

ได้มีคำสั่งให้ ผบช. และ ผบก. ในทุกจังหวัดเกาะติดสถานการณ์ชุมนุมและแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อหามาตรการป้องกันการเผชิญหน้าของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความเห็นต่างกัน และป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่ เน้นการสืบสวนหาข่าว และตั้งด่านสกัดกั้นอาวุธป้องกันเหตุสร้างสถานการณ์ให้เป็นเงื่อนไขในการยกระดับการชุมนุม ในส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง มอบหมาย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งรัดสืบสวน ทั้งนี้ให้กำหนดวงรอบการตรวจและตั้งด่านโดยรอบพื้นที่ชุมนุมเพื่อป้องกันอาวุธวิถีโค้งที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ รวมทั้งได้เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ที่โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง นอกจากนี้ได้เสนอที่ประชุม ก.ตร.เพื่อขออนุมัติเลื่อนยศ ด.ต.ธีระเดช เล็กภู่ ผบ.หมู่ ป.สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นชุดควบคุมฝูงชนภาค 2 ที่บาดเจ็บสาหัสจากการเตะระเบิดที่คนร้ายปาเข้ามาใส่เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนขณะปฏิบัติหน้าที่ที่สะพานผ่านฟ้า ทำให้ช่วยชีวิตเพื่อนตำรวจจำนวนมาก

ตั้งชุดปฏิบัติการตามคดีเอ็ม 79

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษติดตามคดีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ทุกคดี โดยมี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุด พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.และ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.เป็นรองหัวหน้าชุด โดยให้ พล.ต.ท.วินัย กำหนดตัวบุคคลจัดชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการสืบสวน ชุดปฏิบัติการพิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์ ชุดพิสูจน์ทราบวัตถุระเบิด และชุดผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด โดยให้ปฏิบัติภารกิจ คือ ต้องป้องกันเหตุแทรกซ้อน คลี่คลายคดีเกี่ยวกับการยิงระเบิดเอ็ม 79 และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็วที่สุด

เผยบึมหน้าบิ๊กซีผิดเป้า

พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ 10 นำเจ้าหน้าที่อีโอดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางมาที่บริเวณจุดที่คนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เข้ามาตกที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งห่างจากเวทีราชประสงค์กว่า 100 เมตร โดย พล.ต.อ.จรัมพร ได้นำเครื่องมือวางสเกลวัดระยะทิศทางจุดระเบิดตกกระทบ โดยได้นำลูกระเบิดเอ็ม 79 วางพร้อมกับคำนวณทิศทางของระเบิด จากนั้นได้เดินทางไปที่บริเวณสะพานข้ามแยกประตูน้ำ และไปที่ชั้น 9 ห้างพาราเดี้ยม เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ของทิศทางที่จุดคนร้ายยิงพร้อมกับเก็บหลักฐานที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า พบว่าทิศทางลูกระเบิดมาจากทางทิศเหนือจากถนนเพชรบุรี ลักษณะการยิงเป็นแบบแนวราบ และยิงในลักษณะเคลื่อนที่ เป้าหมาย กลางถนนที่มีผู้ชุมนุมอยู่ หวังผลที่จะให้เกิดมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่มีลมพัดทำให้ทิศทางคลาดเคลื่อนไปตกบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ แทน

อีโอดีชี้บึมบ้าน “ณัฏฐพล” แค่ขู่

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) กล่าวว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ กรณีคนร้ายขว้างระเบิดใส่บ้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. โดยยังไม่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ทาง สน.ทองหล่อจะส่งวัตถุระเบิดดังกล่าวมาให้ตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่าเป็นไปป์–บอมบ์ หรือ ระเบิดท่อ เป็นระเบิดทำขึ้นเองโดยการใช้ท่อแป๊บ ท่อพีวีซีมาเป็นวัสดุ ผสมกับดินดำหรือดินเทา ใส่สายชนวนเป็นระเบิดแรงต่ำ ส่วนอานุภาพจะรุนแรงมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของท่อพีวีซีว่าใหญ่หรือเล็ก ด้านคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะจุดชนวนระเบิดแล้วขว้างไปยังจุดตก แต่ขณะขว้างสายชนวนเกิดหลุดออกจากตัวระเบิด เป็นเหตุให้ระเบิดดังกล่าวไม่ทำงาน คาดว่าคนร้ายน่าจะต้องการข่มขู่ ไม่ได้หมายเอาชีวิต เพราะท่อพีวีซีดังกล่าวมีขนาดค่อนข้างเล็ก อานุภาพไม่น่าจะรุนแรงมากนัก แต่ต้องรอการตรวจสอบจากวัตถุซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญอีกครั้งต่อไป

ทหารตั้งบังเกอร์พรึบกลางกรุง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณแยกราชดำริ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.ที่ริมฟุตปาทฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกราชประสงค์ พบทหารจาก ร.11 พ.2 รอ. ประมาณ 8 นาย ยืนประจำการใส่เสื้อเกราะโดยไม่มีอาวุธประจำกายมีเพียงวิทยุสื่อสาร ซึ่งทหารทุกนายจะติดสัญลักษณ์กาชาดที่แขนเสื้อด้านซ้าย โดยมีการตั้งเต็นท์พร้อมใช้กระสอบทรายวางเป็นแนวบังเกอร์ใช้ตาข่ายคลุมล้อมด้านข้าง มีรถรถจี๊ปติดไซเรนติดตราสัญลักษณ์กาชาดจอดเตรียมพร้อมเพื่ออำนวยการหากเกิดเหตุความไม่สงบ ด้านหน้าบังเกอร์มีการขึ้นป้ายแจ้งข้อความว่า กองทัพบกซึ่งเป็นทหารของชาติ จะคอยดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย พร้อมมีข้อความเดียวกันเป็นภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง เบื้องต้นจากการสอบถามทหารทราบว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เพิ่มจุดบังเกอร์รักษาความปลอดภัยที่บริเวณสามแยกหลังสวน เพื่ออำนวยการรักษาความปลอดภัยได้รวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น โดยใช้วิธีการเดินเท้ารักษาความเรียบร้อย จัดกำลังหมุนเวียนตามปกติ นอกจากนี้  ยังพบว่ามีการตั้งบังเกอร์ในอีกหลายจุดเช่นก่อนถึงแยกหลังสวน ถนนสารสิน บริเวณข้างวังปารุสกวัน ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต และบริเวณข้างวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต

พท.ตั้งเครือข่ายประจัญบาน

นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตรียมตัวตั้งเครือข่ายอาสาพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ปกป้องประชาธิปไตย โดยผู้สมัคร ส.ส.ทุกเขตจะเป็นผู้นำทัพกองกำลังประชาชน ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วันที่ 4 มี.ค.จะรวมตัวกันที่รัฐสภาเพื่อแสดงพลัง เบื้องต้นได้วางมาตรการชัตดาวน์กลุ่ม กปปส. และกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยอื่นๆ 4 รูปแบบ คือ 1.มาตรการทางสังคม บอยคอตธุรกิจ สินค้า ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง หากเป็นธนาคารก็จะถอนเงิน หยุดจ่ายหนี้ 2.มาตรการทางกฎหมาย แจ้งความศาลแพ่งทั่วประเทศ เพื่อเอาผิดกรณีสร้างความเสียหาย รวมทั้งการเสียโอกาสทำมาหากิน 3.มาตรการภาคประชาชน รวมพลังแสดงการต่อต้านอย่างต่อเนื่อง 4.มาตรการทางวัฒนธรรม ศีลธรรม ทำพิธีกรรมต่างๆ คลีนนิ่งล้างใจคนบาป โดยจะรณรงค์ทุกภาคส่วน นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ คนทำงาน เรื่อยไปจนถึงคนแก่คนเฒ่า กระจายต่อเป็นลูกโซ่

จี้ กสม.สอบการ์ดละเมิด

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการสิทธิ–มนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม กปปส. รวมทั้งขอให้มีหนังสือถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. สั่งห้ามการ์ด กปปส.ละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่น หลังจากที่เกิดเหตุการณ์การข่มขู่ คุกคาม เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนถึง 2 กรณีติดต่อกัน ส่วนที่นายสุเทพขอเจรจากับนายกฯ มองว่าเป็นแค่เกมการเมือง หวังปลุกระดมและเลี้ยงกระแสมวลชนหลอกให้ชุมนุมต่อไป ทั้งนี้ การพูดคุยเป็นเรื่องที่ดี แต่การถ่ายทอดสดผ่านทีวีไม่เกิดประโยชน์ และอาจเป็นกับดัก เพราะศาลอาญาได้ออกหมายจับนายสุเทพในข้อหากบฏ หากนายกฯในฐานะผู้นำฝ่ายบริหารไปออกทีวีด้วย อาจถูกฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลร้องเอาผิดนายกฯฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

“ประทีป”โวยม็อบทำรุนแรงสตรี

นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นำกรรมการสตรีกว่า 100 คน ยื่นหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัช–พานิช ประธานวุฒิสภา เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี จากกรณีการ์ดกลุ่ม กปปส.ล่วงละเมิดเข้าจับกุม ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และเป่านกหวีดไล่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ขณะซื้อของในห้าง แต่น่าประหลาดใจว่า กสม.รวมทั้งองค์กรสิทธิสตรีไม่ออกมาปกป้องสตรี จึงเรียกร้องให้วุฒิสภา และองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ช่วยคลี่คลายหยุดยั้งพฤติกรรมการล่วงละเมิดต่อสตรี

ปชป.จวก “ปึ้ง” ดึงยูเอ็นแทรก

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอตำหนิพฤติกรรมของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ที่ได้เชิญนายบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติให้เข้ามาจัดกระบวนการการเลือกตั้งและปัญหาภายในของไทย นายสุรพงษ์ต้องมีความชัดเจนว่าจะให้นายบัน กี มูนเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในประเทศไทยในเรื่องอะไร เพราะการจะให้สหประชา– ชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย จะต้องได้รับความยินยอมพร้อมใจจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถเข้ามาดำเนินการได้ ทั้งนี้ ทางสหประชาชาติกังวลกับปัญหาความขัดแย้ง โดยเฉพาะการใช้อาวุธ และตกใจมากที่สุดกับท่าทีของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ รมว.มหาดไทย ที่ประกาศบนเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงที่ จ.นครราชสีมา ที่กระตุ้นให้เกิดความแตกแยก

ตายเพิ่มเหยื่อบึม กปปส.ตราด

ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายปาระเบิดและกราดยิงใส่เวที กปปส.ตราด บริเวณตลาดยิ่งเจริญ ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. มีเด็กเสียชีวิต 2 ราย ล่าสุดรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตราดว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทราบชื่อนางพิศตะวัน อุ่นใจ อายุ 39 ปี ถูกยิงบริเวณสะโพกด้านซ้ายกระสุนเข้าไปถูกลำไส้ใหญ่ นายมนัส อุ่นใจ อายุ 50 ปี สามีผู้ตายกล่าวว่าตนและภรรยาขายเสื้อผ้าที่ตลาดแสน–ตุ้ง ช่วงเกิดเหตุไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ด้านข้างเวทีชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตราด แล้วมีเสียงระเบิดและปืนจึงหมอบปรากฏว่าภรรยาถูกยิง โดยจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโค้งสนามเป้า อ.เมืองจันทบุรี ด้านเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าเยี่ยมแสดงความเสียใจกับนายมนัส มอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 100,000 บาท

เมืองสองแควเปิดศึกชิงติดป้าย

ที่บริเวณสะพานลอยข้ามถนนสิงหวัฒน์ เชิงสะพานนเรศวรฝั่งตะวันตก จังหวัดพิษณุโลก มีป้ายผ้าสีขาวขนาดใหญ่เขียนข้อความว่า “พวกกูไม่ยอมให้พวกมึงมาแยกแผ่นดินพระนเรศวร ไปขึ้นกับดูไบโดยเด็ดขาด” และขนาดเล็กเขียนข้อความว่า “พวกมึงแบ่งแยกแผ่นดิน กบฏ ชัดเจนโทษประหารชีวิต” ติดไว้ทางฝั่งขาเข้าเมืองพิษณุโลก และที่บริเวณ สะพานลอยข้ามถนนพิชัยสงคราม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เป็นการเปิดศึกการเมืองชิงติดป้าย เพราะเมื่อวันที่ 26 ก.พ.มีผู้นำป้ายไวนิล สีแดง เขียนข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ไปติดไว้ที่บริเวณสะพานลอยข้ามถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์ หน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งตำรวจได้เก็บป้ายทั้งหมดไปแล้ว

มทภ.3ให้ ผวจ.เคลียร์ป้ายแยก ปท.

ที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 3 ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยมี ผวจ.เข้าร่วมประชุม 12 จังหวัด จากนั้น พล.ท.ปรีชากล่าวว่า เป็นการประชุมหลายเรื่อง ทั้งเรื่องภัยแล้ง ไฟป่า ปัญหาความมั่นคงความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศ ที่มีการขึ้นป้ายแบ่งแยกประเทศที่ จ.เชียงราย เหมือนที่ จ.พิษณุโลก ส่วนป้ายที่พบวันนี้เข้าใจว่าเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง ต้องให้ ผวจ.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป

พม.เผยจ่ายเยียวยาเบื้องต้นก่อน

นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค.2556 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องว่า ที่ประชุมได้เสนอให้นำหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาตามมติ ครม.วันที่ 10 ม.ค.2555 และวันที่ 6 มี.ค.2555 ซึ่งต้องจ่ายให้ผู้เสียชีวิตรายละ 7,950,000 บาท แต่เนื่องจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. จึงเห็นควรให้ใช้กรอบวงเงินการช่วยเหลือตามมติ ครม.ปี 2551 มาใช้บรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน โดยผู้เสียชีวิต ได้รายละ 400,000 บาท ผู้ทุพพลภาพและต้องฟื้นฟูสมรรถภาพ รายละ 400,000 บาท ทุพพลภาพ รายละ 200,000 บาท บาดเจ็บสาหัส 60,000-100,000 บาท และบาดเจ็บเล็กน้อย รายละ 20,000 บาท จนกว่าหลักเกณฑ์ตามมติ ครม.ปี 2555 ผ่านการไต่สวนจาก ป.ป.ช.แล้วไม่ขัดต่อกฎหมาย ก็จะจ่ายส่วนต่างให้ภายหลัง ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ พม.ตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด และขออนุมัติงบฯกลางดำเนินการจาก กกต.ต่อไป

กปปส.จวกนายกฯเสแสร้ง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงว่ารู้สึกผิดหวังกับคำตอบของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่ตั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับการเจรจาโดยขอให้ผู้ชุมนุม ยุติการชุมนุมและต้องเลือกตั้งก่อน ทั้งที่การเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะให้เจรจาตัวต่อตัวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และให้ถ่ายทอดสดเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจของผู้ชุมนุม จึงเห็นชัดว่ารัฐบาลโหนกระแสเรื่องเจรจาเป็นเพียงการซื้อเวลาเพื่อรักษาอำนาจ พิสูจน์ได้ว่าพฤติกรรมนายกฯและรัฐบาลเสแสร้ง ส่วนท่าทีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ จะให้นายบัน กี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นตัวกลางเจรจานั้น กปปส.เห็นว่าการนำยูเอ็นมาแทรกแซงเรื่องภายในประเทศเป็นการละเมิด
กฎบัตรสหประชาชาติ

เชื่อปาบึมโยงเป่านกหวีด “หญิงอ้อ”

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า เชื่อว่าเหตุคนร้ายขว้างวัตถุระเบิดใส่บ้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. ภายในซอยสุขุมวิท 18 เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับการที่นายณัฏฐพล และนางทยา ทีปสุวรรณ เป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งที่การเป่านกหวีดเป็นการแสดงออกขัดขืนอย่างสันติ แต่กลับมีคนร้ายใช้ระเบิดซึ่งไม่ใช่แนวทางสันติ รวมทั้งกรณีที่อดีต ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทย ออกมาประณามเหตุการณ์นี้ แต่กลับไม่เคยออกมาประณามการใช้ความรุนแรงทางการเมือง จนทำให้เด็กและผู้หญิงต้องเสียชีวิต

กปปส.ไว้อาลัยให้เหยื่อบึม

กระทั่งเวลา 19.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำแกนนำ กปปส. แนวร่วมทุกกลุ่มทำพิธีไว้อาลัยนางพิศตะวัน อุ่นใจ อายุ 40 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายกราดยิงและปาระเบิดที่เวทีกปปส.ตราด เมื่อวันที่ 22 ก.พ. โดยให้ผู้ชุมนุมยืนไว้อาลัย 1 นาที และนายสุเทพพร้อมแกนนำจุดเทียน วางดอกไม้หน้ารูปถ่ายนางพิศตะวันที่วางอยู่หน้าธงชาติผืนใหญ่ จากนั้นผู้ชุมนุมร่วมเป่านกหวีดไว้อาลัย

“สุเทพ” ประกาศยุบเวทีคืนพื้นที่

ต่อมาเวลา 19.49 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า หลังจากนี้จะไม่สนใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเจรจาหรือไม่ พวกโลกสวยไม่ต้องมาว่าตนแล้ว ซึ่งพวกตนไม่ได้ไปอ้อนวอนให้มาเจรจา และหากคุณกำหนดเงื่อนไขได้ เราก็เพิ่มเงื่อนไขได้ และจะเพิ่มเงื่อนไขเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งนี้ จากการชุมนุมของเราโดยการปิดกรุงเทพฯ กว่าเดือนครึ่งแล้ว เพื่อให้ส่วนราชการทำงานไม่ได้ ไม่ให้เป็นเครื่องมือระบอบทักษิณ แต่ถึงขณะนี้พวกตนคณะกรรมการแกนนำก็นั่งประเมิน ขบคิดเรื่องนี้มากว่าพวกเราซาบซึ้งน้ำใจพี่น้องชาวกรุงเทพฯ มาก ตลอดเวลาที่ปิดกรุงเทพฯ พี่น้องเสียสละอดกลั้น ปรับตัวเองได้ ไม่เคยแสดงความโกรธเคือง ดังนั้นคณะกรรมการหารือกันแล้วและเห็นว่าจะคืนพื้นที่จราจรทุกสามแยก สี่แยกที่แยกปทุมวัน ราชประสงค์ อโศก สีลมให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯเป็นการคืนด้วยหัวใจ และตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. เราจะทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด พี่น้องขับรถผ่านได้ทุกเลน จะได้ค้าขายได้ตามปกติ

ตั้งหลักสวนลุมฯเดินหน้าต่อสู้

นายสุเทพกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเลิกต่อสู้ และจะสู้ต่อไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. จะไปตั้งเวทีใหม่ที่สวนลุมพินี เป็นที่ที่มีอาคารหอประชุมพร้อม โดยจะเปิดเวทีสู้อย่างเข้มข้นแข็งแรง เพื่อโจมตีธุรกิจชินวัตร และปิดหน่วยราชการต่อไป โดยจะจัดขบวนทัพใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงจราจรให้มากที่สุดและขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯไปร่วมเปิดเวทีจะมีการจัดสัมมนา ชวนองค์กรต่างๆมาสัมมนาระดับชาติ ว่าด้วยการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เพื่อทำพิมพ์เขียวประเทศให้เสร็จ ทั้งนี้ ขอโทษนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกรุงเทพฯ ขอกราบขออภัยด้วยหัวใจ ขอให้คิดว่าเสียสละเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อเราแสดงน้ำใจกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯก็จะได้น้ำใจและจะออกมาร่วมต่อสู้กับเรามากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 มี.ค. แกนนำจะไปทำบุญถวายเพล อุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ในช่วงค่ำจะเปิดทุกเวทีส่งท้ายทุกเวที

1 มี.ค. 2557 03:14 ไทยรัฐ