วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรากฏการณ์...ผีกลัว

สงครามชิงเมือง เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกยุคทุกสมัย...รังเกียจเดียดฉันท์ ที่มีเหตุให้ต้องอยู่ก็ต้องทนอยู่ แต่ถ้าหนีได้...ก็หนี

ในหนังสือ นิทานปรัชญาเต๋า (พ.ศ.2527) อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก เล่าถึงกระบวนการ “หนี” ไว้สองเรื่อง

เรื่องแรก...ปรมาจารย์ขงจื๊อ กับขบวนสานุศิษย์ กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปรัฐฉี ระหว่างป่าใหญ่เชิงภูเขาไท้ซัว ได้ยินเสียงร่ำไห้โหยหวนของสตรีนางหนึ่ง

ขงจื๊อสั่งหยุดรถม้า...นิ่งฟัง เสียงนั้นดังมาแต่ไกล

“เสียงร้องไห้นี้ น่าเวทนานัก” ขงจื๊อว่า “ผู้หญิงคนนี้คงได้รับทุกข์เวทนาแสนสาหัส”

จื้อกุงศิษย์ใกล้ชิด อาสาเข้าไปถามสาเหตุ

“น้าชายของฉัน ถูกเสือขบตาย เมื่อปีที่แล้ว” หญิงคนนั้น หยุดร้องไห้ชั่วคราวขณะเล่า “ต่อมาไม่นาน สามีฉัน ก็ถูกเสือมันขบตาย ไปเป็นคนที่สอง”

“แล้วเมื่อเช้านี้เอง เจ้าเสือร้าย มันก็มาคาบเอาลูกชายตัวเล็กของฉันไปอีก”

พูดถึงตอนนี้ เธอก็ร้องไห้โฮใหญ่ ความทุกข์ทรมานของเธอนั้น มากล้นเกินพรรณนาจริงๆ

“น้าชาย สามี และลูกชาย ตายไปถึงสามคน เพราะถูกเสือกิน” จื้อกุง ย้ำถามด้วยความไม่แน่ใจ “แล้วทำไม เธอยังอยู่ที่นี่ ไม่ยอมหนีไปไหนเล่า”

หญิงนั้นยังสะอื้นไม่หยุด “ฉันย้ายจากที่นี่ไปไม่ได้”  “ทำไม”

“ที่นี่เสือดุ อยู่เสี่ยงชีวิตกับเสือ สำหรับชาวบ้านอย่างฉัน มีความสุขกว่า อยู่กับรัฐบาลที่กดขี่ข่มเหง”

ขงจื๊อฟังรายงานจากศิษย์จื้อกุง แล้วก็หันไปสอนศิษย์เป็นคำสอนอมตะ ถ่ายทอดมาจนถึงบัดนี้ว่า “รัฐบาลที่เลวนั้น ร้าย ยิ่งกว่าเสือ”

เรื่อง “หนี” เรื่องที่สอง เกิดขึ้นในสมัยต่อมา ในสมัยของศิษย์เล่าจื๊อ ชื่อจวงจื๊อ

ระหว่างเดินทางกลางป่า จวงจื๊อเจอโครงกระดูกคนกองอยู่ เขาเอาไม้เคาะหัวกะโหลก แล้วถาม

“เจ้าผีเอ๋ย เมื่อเจ้ามีชีวิต เจ้าทำผิดกฎหมายบ้านเมือง แล้วถูกประหารชีวิต หรือเจ้าอดอยาก หิวโหยจนตาย”

จวงจื๊อเดินทางต่อ ตกค่ำก็พักแรมกลางป่า ขณะนอนหลับเขาฝันเห็น ชายคนหนึ่ง เดินเข้ามาหา บอกว่าเป็นเจ้าของโครงกระดูกที่ถูกเคาะหัว

“ท่านถามเรา สมัยเรามีชีวิต เราเป็นอะไร” ผีเริ่มสนทนา “เราจะไม่ขอตอบเรื่องราวชีวิตก่อนตาย แต่เราอยากเล่าถึงชีวิตหลังความตาย”

จวงจื๊อยินดีรับฟัง ผีเริ่มเล่า

“ในโลกแห่งความตายนั้น ไม่มีผู้ปกครอง ไม่มีผู้ถูกปกครอง ไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เราจึงมีแต่ความสุขนิรันดร์”

จวงจื๊อ ฟังแล้วย้อนถามผี “ถ้าเราสามารถขอให้พญายม คืนรูปร่างหน้าตา คืนมารดา บิดา บุตร ภริยา และทรัพย์สินมากมาย ให้แก่เจ้า เหมือนสมัยที่เจ้ายังมีชีวิต เจ้าจะรับหรือไม่”

นี่คงเป็นโจทย์ใหม่ ที่หนัก ผีหน้านิ่วคิ้วขมวด นิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจ

“ไม่เอาๆ” ผีเสียงดัง “มันเรื่องอะไร ที่เราจะสละสิ่งที่นิรันดร ไปรับเอาสิ่งที่ผันผวนรวนเร ในโลกมนุษย์อีกเล่า”

อ่านนิทานสองเรื่องนี้แล้ว...เรื่องแรก สอนว่า ถ้าอยู่กับรัฐบาลเลว หนีไปอยู่กับเสือดีกว่า

เรื่องที่สอง ถ้าต้องอยู่กับมนุษย์ที่มีแต่ความเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ในบ้านเมืองที่มีแต่สงครามชิงเมือง มนุษย์เลือกข้างก็เป็นทุกข์ ไม่เลือกข้างก็เป็นทุกข์...หนีไปเป็นผีดีกว่า

เกิดเป็นมนุษย์ น่าสงสารนะครับ ไม่มีทางเลือกอะไรดีไปกว่านี้.

กิเลน ประลองเชิง

28 ก.พ. 2557 08:09 28 ก.พ. 2557 08:09 ไทยรัฐ